- 25 ส.ค. 2559
ตามกันที่สถานการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 แมกนิจูด บริเวณตอนกลางของประเทศเมียนมา เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงของกรุงเทพมหานคร รับรู้ได้
วันที่ 24 ส.ค. 59 มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 7 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ละติจูด 21.61 องศาเหนือ ลองจิจูด 93.76 องศาตะวันออก บริเวณประเทศพม่า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 509 กม.
ขณะที่ นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า จากการเกิดแผ่นดินไหว ต้องเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวซ้ำหรืออาฟเตอร์ช็อกอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่เกิดอาฟเตอร์ช็อก มีโอกาสเป็นไปได้ที่เมียนมาจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.0 ขึ้นไป ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอาคารสูงใน กทม. และหลายจังหวัดภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติของการเกิดแผ่นดินไหวที่ยังไม่เกิดอาฟเตอร์ช็อก เพราะอาฟเตอร์ช็อกจะมีขนาดเล็กกว่า 6.8 ทำให้กรมทรัพยากรธรณีต้องเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมกลุ่มรอยเลื่อนอรากันอย่างใกล้ชิด ประมาณ 2-3 วัน หรือจนกว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้น จึงจะคลายความกังวล โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวอัตโนมัติของกรมทรัพยากรธรณี 60 สถานี และของกรมอุตุนิยมวิทยา 40 สถานี เบื้องต้นหากเกิดอาฟเตอร์ช็อก จะมีขนาดไม่ใหญ่ประมาณ 5.1 - 6.0
แผ่นดินไหวดังกล่าว เกิดจากกลุ่มรอยเลื่อนอรากันที่เกิดการเลื่อนตัวแบบย้อนกลับ ทำให้เมืองพุกามของเมียนมาได้รับความเสียหาย โดยก่อนหน้านี้ได้เกิดแผ่นดินไหวนำ (โฟร์ช็อก) 3 ครั้ง ก่อนเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ช่วงเย็นวันที่ 24 ส.ค.59 เวลา 17.34 น. ทั้งนี้การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หากเกิดที่ระดับจากพื้นดินที่มีความลึกมากจะไม่กระทบมากนัก เช่น ที่เกิดในเมียนมา ขนาด 6.8 ความลึก 90 กิโลเมตร แต่หากเกิดแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางเกิดตื้นจะกระทบรุนแรง เช่น ในอิตาลี ขนาด 6.2 ความลึก 5
ขณะที่ นายมนตรี เหลืองอิงตะสุต ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรณ์แร่ กรมทรัพยากรธรณีกล่าวว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวจังหวัดในภาคเหนือต่อไป โดยมีการเฝ้าระวังความเสี่ยง ด้านผลกระทบต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
ซึ่งอาจจะทำให้เกิดหลุมยุบ หรือผนังถ้ำถล่ม ในพื้นที่อ่อนไหว เช่น ภูเขาหินปูน หรือถ้ำในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ในกรณีที่รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวในพม่า
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.8 ที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยแผ่นดินไหวที่เกิดลึกลงไปใต้พื้นดินถึง 80 กม. จึงไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อโครงสร้างอาคาร
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร ระบุว่า แผ่นดินไหวที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารสูงในกรุงเทพมหานครได้ นั้น จะต้องมี 3 ปัจจัยคือ 1. ต้องมีขนาดใหญ่ระดับ 7.5-8.0 ตามมาตราริกเตอร์ขึ้นไป 2. ต้องเกิดห่างจากกรุงเทพมหานคร ในระยะไม่เกิน 300-400 กม. และ 3. อาคารต้องเป็นอาคารเก่าที่อ่อนแอ โครงสร้างไม่แข็งแรง
สำหรับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ยังไม่เข้าปัจจัยทั้งสามนี้ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร แค่ทำให้อาคารสั่นไหวหรือโยกตัว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ และอาคารในกรุงเทพมหานครก็เคยเกิดการโยกตัวภายใต้แผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง เช่น ปี 2547 ที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ในมหาสมุทรอินเดีย
ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ต้องระวังในประเทศไทย หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมา นั่นก็คือรอยเลื่อนสะแกรง ซึ่งเป็นรอยขนาดใหญ่ รวมทั้งยังส่งผลถึงเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เพราะตั้งอยู่บนรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์
เพราะฉะนั้น แม้ว่าโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศไทยจะมีน้อยมาก แต่ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม แผ่นดินไหวขนาดเล็กก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
สำหรับ รอยเลื่อน คือรอยแตกในหินที่แสดงการเลื่อน สามารถพบได้ทุกภูมิภาคในประเทศไทย ขนาดของรอยเลื่อนมีตั้งแต่ระดับเซนติเมตรไปจนถึงหลายร้อยกิโลเมตร รอยเลื่อนขนาดใหญ่สามารถสังเกตได้ง่ายจากลักษณะภูมิประเทศ อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่ รอยเลื่อนอาจถูกฝังอยู่ใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถสังเกตได้จากบนพื้นผิวดิน ต้องอาศัยการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ช่วยในการแปลความหมาย รอยเลื่อน จัดแบ่งตามลักษณะการเลื่อนได้เป็น รอยเลื่อนปกติ รอยเลื่อนย้อน และรอยเลื่อนตามแนวระดับ
จากการรายงานของกรมทรัพยากรธรณีวิทยา พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่มีพลังทั้งหมด 14 รอยเลื่อน โดยกระจายอยู่ใน 22 จังหวัด ได้แก่
1. รอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่านอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 101 กิโลเมตร
2. รอยเลื่อนแม่อิง พาดผ่านอำเภอเทิง อำเภอขุนตาล และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 57 กิโลเมตร
3. รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน พาดผ่านอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 29 กิโลเมตร
4. รอยเลื่อนเมย วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ พาดผ่านตั้งต้นจากลำน้ำเมย ชายแดนพม่า ต่อไปยังห้วยแม่ท้อ ลำน้ำปิง จังหวัดตาก ไปถึงจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และสิ้นสุดที่จังหวัดอุทัยธานี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 250 กิโลเมตร
5. รอยเลื่อนแม่ทา พาดผ่านอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ในแนวโค้งไปทางทิศตะวันออก มีความยาวประมาณ 61 กิโลเมตร
6. รอยเลื่อนเถิน พาดผ่านอำเภอแม่พริก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง และอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ในแนวโค้งในไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 103 กิโลเมตร
-- 7. รอยเลื่อนพะเยา พาดผ่านอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านทิศเหนือของรอยเลื่อนท่าสี มีความยาวประมาณ 23 กิโลเมตร
8. รอยเลื่อนปัว พาดผ่านพื้นที่อำเภอสันติสุข อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ของจังหวัดน่านในแนวเหนือ-ใต้ ด้วยความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร
9. รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ พาดผ่านอำเภอเมือง อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอนาหมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา และอำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร
10. รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ พาดผ่านอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร
11. รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ พาดผ่านอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ในแนวโค้งเล็กน้อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 62 กิโลเมตร
12. รอยเลื่อนเพชรบูรณ์ พาดผ่านอำเภอหนองไผ่ อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก และอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยรอยเลื่อนบริวารในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ กับแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้สลับกัน มีความยาวประมาณ 110 กิโลเมตร
13. รอยเลื่อนระนอง พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่ จังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบ คีรีขันธ์ และพังงา มีความยาวประมาณ 270 กิโลเมตร
14. รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย พาดผ่านอำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอทับปุด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา พาดผ่านไปตามทะเลอันดามัน ระหว่างอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กับอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 148 กิโลเมตร
