ต้องพึ่งพาอาศัยกัน!!!  “พล.อ.ประยุทธ์” ลั่นวาจา เราทอดทิ้งใครไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนต่อต้านผม ผมก็ทิ้งเขาไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนผ่านประเทศในห้วงเวลานี้ มีอยู่หลายมิติหลายเรื่อง หลายกิจกรรมที่เราจะต้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนผ่านประเทศในห้วงเวลานี้ มีอยู่หลายมิติหลายเรื่อง หลายกิจกรรมที่เราจะต้องช่วยกัน ผมทำคนเดียวไม่สำเร็จหรอก จะนำไปสู่ การปฏิรูปประเทศหลายคนก็ยังมีความขัดแย้ง หลายคนก็ยังเห็นต่าง ต้องหาทางร่วมมือกันให้ได้ กฎหมายเขาเขียนสำหรับมนุษย์ทุกคน อย่าฝืนกฎหมาย มันให้อภัยกันไม่ได้ เพราะกระบวนการยุติธรรมมันมีอยู่ บางคนให้ไปแล้วก็ยังไม่สำนึก ปล่อยออกมาให้ออกมาก็ยังทำตัวเหมือนเดิม เหมือนกับประเทศนี้ไม่มีขื่อมีแป สังคมเขาก็รังเกียจ ประชาชนเขาก็เบื่อหน่าย

ก็ไม่รู้ท่านออกมาพูดอยู่ได้ยังไง ผมเองพยายามทำอย่างเต็มที่ ระมัดระวัง ไม่ให้มีผลกระทบกับใคร คนบางคนก็ต่อต้านผมอยู่คนเดียว คนเดิมๆ ทำความเสียหายไม่รู้กี่ปีมาแล้ว สังคมดูเอาแล้วกันว่าจะฟังคนอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ หรือจะฟังผมหรือไม่ฟังผมก็แล้วแต่ท่าน ยังไงผมก็ต้องทำอยู่ดี เพื่อประเทศของผม เราต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน อย่าหวาดระแวงกัน สร้างเงื่อนไข เราทอดทิ้งใครไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนต่อต้านผม ผมก็ทิ้งเขาไม่ได้อีก แต่เขาอย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน วันหน้าเขาอาจจะเข้าใจผมก็ได้ คนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร แต่อย่าด่าผมมากนัก บางครั้งความอดทนผมก็จำกัดนะ กฎหมายมันก็มีอยู่"

 

ทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวันเนี่ยถามว่าเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยดีพอเพียงใด ฉะนั้นต้องไปสอนหลักประชาธิปไตยพื้นฐานที่ถูกต้อง อย่าสร้างแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน หาว่าผมปิดหูปิดตา ผมเปิดทุกตาผมเนี่ย เปิดจนตากว้างแย่อยู่แล้ว แต่ผมรับไม่ได้ตรงที่ไปพูดจาเสียหาย หรือไปฝ่าฝืนกฎหมาย แค่นั้นเอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า มีเรื่องสำคัญที่จะทำความเข้าใจอีกครั้ง อย่ากลัวว่ารัฐบาล คสช. สนช. หรือที่เกี่ยวข้อง 5 สาย จะไปเช็กบิลอะไรกับใคร พรรคไหน นักการเมืองใคร ไม่ใช่ ตนไม่ต้องการไปสลายใคร สืบทอดอำนาจจากใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของการนำสิ่งที่เป็นปัญหา ที่ยังคงค้างคาอยู่ และไม่ได้ทำเข้ามาสู่การพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมเขาว่ายังไงก็ต้องว่าตามนั้น ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจง อย่าบิดเบือน หลักฐานหามาที่มันเป็นจริง อย่าเอาหลักฐานปลอมหรือที่คนพูดเข้าข้างตัวเองมา หลักฐานมันฟ้องอยู่แล้ว ตนไม่เคยไปเติมอะไรให้สักอย่าง ล้วนแต่เป็นของเดิมที่ทำไว้ทั้งนั้น

 

"ทุกเรื่องก็จะเป็นที่สงสัย ก็มักจะเอามาวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยไม่มีข้อยุติ ก็ร้อนอยู่อย่างนี้แล้วจะมาให้ผมปรองดอง จะให้ผมไปปรองดองกับใคร ในเมื่อท่านยังไม่ปรองดองกันเองเลย อย่าลืมว่ามีบุคคล 2 ฝ่ายเสมอ ทุกคน ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันชี้แจง สร้างความปรองดองกันเองก่อน แล้วผมจะมาดูว่ากฎหมายว่าไว้อย่างไร ทำได้หรือเปล่า ถ้าทุกคนมาให้ผมแก้ให้หมด แก้ให้ได้ แก้ให้เร็ว ยังไม่ปรองดองกันเลยแล้วจะปรองดองกันได้ไง ก็ไอ้คนที่มีปัญหายังไม่ปรองดองกันเลย กฎหมายก็ไม่ยอมรับแล้วมันจะไปยังไง"

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า กรณีรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ฟัง คิด ใช้สติปัญญา อย่าไปฟังตามการชี้นำของใคร เชื่อตัวเองก่อน ฟังให้เข้าใจ อ่านให้รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องให้ไปถามคนที่เขารู้เรื่อง อย่าไปถามคนที่ไม่รู้เรื่อง มันจะทำให้ไม่รู้เรื่องไปมากกว่าเดิม กลายเป็น 2 คนไม่รู้เรื่องไปทั้งคู่ เพราะฉะนั้นมันฝืนธรรมชาติ ฝืนความจริงไปได้ เขาคงไม่ทำอะไรอย่างที่ทุกคนเป็นห่วงกังวลหรอก คำถามพ่วงก็คือคำถามพ่วง รัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ อันนี้มันจะเดินหน้าไปอย่างไรเดียว กรธ.เขาไปทำเอง อย่าไปยุ่งเขามากนักเลย ไม่ว่าจะการเสนอชื่อจากไหน เสนอชื่อจากใคร ไปฟังเขาสรุปมากก่อน ต่อต้านกันตอนแรกมันต่อต้านเพราะอะไร กลัวอะไรกันหรอ หรือตัวเองไม่พร้อม หรือตัวเองกลัวจะไม่ได้เข้ามา

 

ถ้าท่านดีจริงท่านเข้ามาได้หมด เสนอชื่อเข้ามาคนเขาก็ต้องเลือก ส.ว. เขาจะไปค้านกันเหรอคนดี ท่านก็มองเอาแต่ 2 ฝ่ายเสมอ ผมไม่เคยมองแบบนั้นเลย ให้โอกาสทุกพรรค ทุกนักการเมือง เว้นผู้ที่ติดข้อกฎหมายเท่านั้นเอง ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญเขาก็ทำหน้าที่ของเขา กรธ.ออกมาเสร็จแล้วประเด็นคำถามพ่วงรัฐธรรมนูญทั้งหมดมันก็จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ