- 29 ส.ค. 2559
เปิดข้อมูลขบวนการ "กิมเอ็ง" คนมีสีเกี่ยวข้องด้วย...กระทำเหมือนคดี"หญิงไก่"
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหว จากกรณีที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุม นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาใน ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
ซึ่งได้มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ในลักษณะแอบอ้างเบื้องสูงคล้ายนางไก่ มณตา หยกรัตนกาญ
ย้อนกลับไป 27 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุม นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1563/2559 ลงวันที่ 11 ส.ค. 2559 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ในลักษณะแอบอ้างเบื้องสูงคล้ายนางไก่ มณตา หยกรัตนกาญ โดยแอบอ้างผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยนางกมนทรรศน์ ให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวอ้างว่า อ้างว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดเบื้องสูง มีการสร้างภาพทาง สังคมหรือสาธารณะเพื่อให้ผู้พบเห็นเชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดกับคนชั้นสูง
จากนั้นชักชวนให้ร่วมทำบุญโอกาสต่างๆ โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีนางกมนทรรศน์ ขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี รวมมูลค่า 2,979,300 บาทหลังจากได้รับเงินนางกมนทรรศน์ ได้นำหนังสือขอบคุณ โดยอ้างว่าเป็นหนังสือที่ออกโดยสำนักพระราชวัง นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบเป็นหนังสือปลอม อีกทั้งพบว่านางกมนทรรศน์ เป็นบุคคลเดียวกับนางกิมเอ็ง อดีตผู้ต้องหาคดีหลอกลวงผู้อื่นให้บริจาคเงิน โดยอ้างว่าสามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้และถูกศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุก 6 ปี ต่อมาพ้นโทษจึงเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลายครั้งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น“ดร.กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม” ซึ่งเป็นพี่สาวคนละแม่กับ"หญิงไก่ โดยจับกุมได้ที่ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์
สำหรับ "กิมเอ็ง" เคยตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2529-2530 คดีแก๊งตุ๋นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยจุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากสำนักเลขาธิการ ครม.เมื่อปี 2529 ตรวจสอบพบรายการขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปี 2529 ในส่วนของผู้ทำคุณประโยชน์แก่ทางราชการกว่า 750 รายการ ที่ระบุบริจาคเงินและสิ่งของให้วัดและโรงเรียนต่างๆ โดยมีใบอนุโมทนาบัตรระบุจำนวนเงิน 1,400 ล้านบาท ส่อเค้าไม่ถูกต้อง
เนื่องจากพอสุ่มตรวจสอบไปยังแหล่งที่มาต่างระบุไม่ได้รับการบริจาคตามที่อ้างไว้ ทำให้ทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังขยายผลถึงนางกิมเอ็ง แซ่เตียว จากการตรวจค้นบ้านพักพบบัญชีรายชื่อและรูปถ่ายแต่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำนวนมาก แต่เมื่อตำรวจตรวจสอบย้อนหลังกลับไม่ปรากฏชื่อนางกิมเอ็งในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต่อมาตำรวจกองปราบได้แจ้งข้อหาหมื่นสถาบันตามประมวลกฏหมายอาญา ม.112 ก่อนนำตัวฝากขังเป็นเวลา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.- 7 ก.ย.นี้
ขณะที่วันนี้มีความคืบหน้าการดำเนินคดีนางกิมเอ็ง แซ่เตียว กับนางมณตา หยกรัตนกาญจน์ หรือนางไก่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้ทั้งคู่จะเป็นพี่น้องกัน แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และในทางคดีไม่พบว่าการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกัน
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนางกิมเอ็ง แซ่เตียว พี่สาวนางมณตา หยกรัตนกาญจน์ หรือนางไก่ ผู้ต้องหาแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และค้ามนุษย์ ว่า แม้ทั้งคู่จะเป็นพี่น้องกัน แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และในทางคดีไม่พบว่าการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกัน แต่เป็นลักษณะต่างคนต่างกระทำผิด ซึ่งนางกิมเอ็ง จะมีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูงในการเรียกรับผลประโยชน์ โดยตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน จึงดำเนินคดีฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
ขณะนี้จากการตรวจสอบยืนยันว่า นางกิมเอ็ง กระทำผิดเพียงคนเดียว ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และบริษัทเอกชน หลังมีภาพปรากฎอยู่ในงานกิจกรรมหาทุน ทั้งหมดจะต้องมีการตรวจสอบว่าถูกหลอก หรือมีเจตนาร่วมกระทำผิดหรือไม่ โดยตำรวจจะเดินหน้าตรวจสอบ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบผู้ใดกระทำผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข 1 ในพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวน เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง และเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ จำนวนกว่า 3 ล้านบาท ของนางกิมเอ็ง กรณีแอบอ้างสถาบันเพื่อหาทุนฯ โดยตำรวจเตรียมเรียกบริษัทออแกไนซ์ฯ ที่จัดงานมาพูดคุยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นกับ นางกิมเอ็ง ด้วยหรือไม่ ภายใน 1-2 วันนี้
ส่วนกรณีปรากฏหลักฐานว่า มีข้าราชการทหาร ยศ พล.ต. และ พ.อ. รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานราชวัง ปรากฏตามพยานหลักฐานนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานว่าบุคคลดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร มีเจตนาสมัครใจ หรือถูก นางอิมเอ็ง ล่อลวงให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ยืนยันว่าจะสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยสข้องทั้งหมด โดยไม่กังวลในการทำคดีเนื่องจากว่าคดีดังกล่าวมีการพาดพิงถึงบุคคลชั้นสูง
ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผล เพื่อหาความเชื่อมโยง ของขบวนการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และมีรายงานว่า อาจจะมีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้อง
มีรายงานว่าคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนได้ขยายผลหาความเชื่อมโยงของขบวนการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อระหว่างเดือนสิงหาคม 53-30 สิงหาคม 55 นางกิมเอ็งอ้างกับผู้บริหารบริษัท ฮุยเหลียง สดรีน พริ้นติ้ง จำกัด มีความใกล้ชิดสนิทสนมบุคคลในสถาบันเบื้องสูง สามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯ ให้ได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อยอมมอบเงินให้ผู้ต้องหา 17 ครั้ง รวม 2,979,300 บาท เพื่อแลกกับเครื่องราชฯ ซึ่งล้วนเป็นความผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ในวีดีทัศน์สารคดีเกี่ยวกับเบื้องสูง ลักษณะแอบอ้างสถาบัน นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังพบข้อมูลอีกว่า นางกิมเอ็ง มีพฤติกรรมสร้างภาพทางสังคมหรือสาธารณะเพื่อให้ผู้ที่พบเห็นเชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดบุคคลชั้นสูง โดยมีการจัดกิจกรรมชักชวนให้ร่วมทำบุญในโอกาสต่างๆ ล่าสุดนางกิมเอ็งได้มีการแอบอ้างเบื้องสูงจัดกิจกรรม เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งมีภาพกิจกรรมปรากฏ โดยขั้นตอนหลังจากนี้อยู่ระหว่างการเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ
รายงานว่า วีดิทัศน์สารคดีเบื้องสูงที่นางกมนทรรศน์ เข้าไปมีส่วนรู้เห็นนั้น จากการสืบสวนพบว่าวิดีทัศน์ดังกล่าวผลิตโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง ได้มีการจัดแถลงข่าวเปิดรับสมัครนักแสดงในวิดีทัศน์สารคดี โดยใช้สโมสรนายทหารจ.ราชบุรี เป็นสถานที่เปิดรับสมัครและมีการคัดเลือกนักแสดงร่วมแสดง เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดราชบุรี เป็นสถานที่คัดเลือกนักแสดง โดยในวันดังกล่าวมีนางกมนทรรศน์ หรือนางกิมเอ็ง รวมทั้งทหารยศพลตรี และพันเอก ร่วมงานด้วย
คณะทำงานอยู่ระหว่างการเรียกบริษัทผู้ผลิตวีดีทัศน์เกี่ยวกับเบื้องสูงดังกล่าวมาสอบปากคำ เพื่อหาความเชื่อมโยงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ จากการสืบสวนทำให้ชุดสืบสวนพบข้อมูลความเชื่อมโยงจนเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อีกทั้งบุคคลมีสีเข้าไปเกี่ยวโยง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนางกิมเอ็งว่ามีส่วนพัวพันใครอีกหรือไม่ หากปรากฏว่ามีใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาทำการสอบปากคำ หากพบกระทำความผิดร่วมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
อีกหนึ่งด้าน ที่ร่วมตรวจสอบ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว และหญิงไก่มาโดยตลอดนั่นก็คือ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ที่วันนี้ไป ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อปปง. เพื่อ ให้ทำการตรวจสอบการทำธุรกรรม ทางการเงินของนาง กิมเอ็ง และ ความคืบหน้าและทิศทางการดำเนินคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่
นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหา กษัตริย์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับเรื่อง นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ62ปี ที่โดนหมายจับของศาลอาญา ตามความผิดฐานฉ้อโกง ปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ และความผิดตามมาตรา112 โดยมีผู้คนนำข้อมูลมาให้ผ่านทางเฟสบุ๊คของตน เกี่ยวกับนางกมนทรรศ์ หรือนางกิมเอ็ง จากการสืบพยานหลักฐานทำให้ทราบได้ว่านางกิมเอ็งเป็นพี่สาวของหญิงไก่ ซึ่งมีบิดาเดียวกัน แต่ต่างมารดา โดยทั้งคู่นี้มีพฤติกรรมที่มีลักษณะคล้ายกัน รวมไปถึงความคล้ายคลึงกันกับกรณีของเณรคำ เช่นการนำรถนำขบวนมานำรถของตนเวลาเดินทาง และการกล่าวอ้างถึงสถาบัน โดยหากมีงานที่มีบุคคลสำคัญไปร่วม ตนก็จะไปร่วมด้วยและทำการบันทึกภาพกลับมา เพื่อเป็นการสร้างพยานหลักฐานว่าตนนั้นรู้จักและใกล้ชิดสนิดสนมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหรืออำนาจ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง ทั้งนี้หลักจากที่รวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมูลว่าสำมารถเอาผิดกับนางกิมเอ็งได้
ทางทนายสงกรานต์จึงได้นำข้อมูลมาให้ทาง ปปง. สืบถึงเส้นทางทางการเงิน โดยที่ไม่เกินวันที่15กันยายน คดีของหญิงไก่ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์100% น่าจะสืบข้อมูลได้ทั้งหมด ว่ามีบุคคลมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ทั้งนี้จึงต้องตรวจสอบว่ามีบุคคลมีสีเข้ามามีส่วนพัวผันกับกรณีของนางกิมเอ็งด้วยหรือไม่ เนื่องจากในคดีของหญิงไก่ บุคคลมีสีนั้นต่างกล่าวอ้างว่าตนไม่รู้เรื่อง และถูกหลอกให้เข้ามาอยู่ในขบวนการ หากสืบทราบได้ว่าบุคคลมีสีนั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของนางกิมเอ็งด้วยเช่นกัน ก็จะสามารถเอาผิดบุคคลมีสีได้
