สะเทือนทั่วเอเชียกลาง!! " ผู้นำอุซเบกิสาน" ลาโลก นับจากนี้สถานการณ์ในอุซเบกิสถานและเอเชียกลางจะเป็นอย่างไรต่อไป?

สะเทือนทั่วเอเชียกลาง!! " ผู้นำอุซเบกิสาน" ลาโลก นับจากนี้สถานการณ์ในอุซเบกิสถานและเอเชียกลางจะเป็นอย่างไรต่อไป?

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่าประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ผู้นำอุซเบกิสาน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยวัย 78 ปี จากภาวะเลือดคั่งในสมอง หลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานราว 1 สัปดาห์  นับจากนี้น่าจับตาอย่างยิ่งว่า
สถานการณ์ในอุซเบกิสถานและเอเชียกลางจะเป็นอย่างไรต่อไป

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่  คาริมอฟ อยู่ในอำนาจ เขาวางบทบาทและรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างอุซเบกิสถานกับรัสเซีย จีน และตะวันตก ให้อยู่ตำแหน่ง “ตรงกลางมากที่สุด” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโดดเดี่ยวออกจากเวทีโลก หลังอุซเบกิสถานได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต เมื่อปี 2534

สำหรับประชาชนในประเทศแล้ว คาริมอฟคือหนึ่งในตัวอย่างของผู้ปกครองประเทศด้วยลัทธิอำนาจนิยมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นของการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวคาซัค ซึ่งรวมถึงเหตุสลายการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่มีกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาเป็นแกนนำ ในเมืองอันดิจัน เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2548 ที่รัฐบาลยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต 187 คน แต่รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในความเป็นจริงอาจสูงถึง 1,500 คน

แม้คาริมอฟสามารถเอาตัวรอดจากความพยายามล้มอำนาจและข้อครหา ตลอดจนเสียงวิจารณ์ในหลายเรื่องจากนานาประเทศมาได้ แต่กระนั้น “ภัยคุกคาม” กลับอยู่ใกล้ตัวเองมากกว่าที่คิด โดยในปี 2557 คาริมอฟมีคำสั่งให้บุตรสาวคนโต คือน.ส.กุลนารา คาริโมวา วัย 44 ปี รับโทษด้วยการกักบริเวณอยู่ภายในบ้านจากความผิดในข้อหาคอร์รัปชั่น ซึ่งคาริโมวาถึงขั้นเปรียบเทียบบิดาว่า “โหดร้าย” เหมือนนายโจเซฟ สตาลิน  อดีตผู้นำแห่งสหภาพโซเวียต ขณะที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์การร่วงลงจากอำนาจของคาริโมวา ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อมั่นว่าคือ “ทายาทการเมือง” ของคาริมอฟ สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอุซเบกิสถานยังไม่ต้องการสละอำนาจให้กับใครทั้งนั้น


อุซเบกิสถานเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งทุกครั้งที่จัดขึ้นกลับไม่เคยได้รับการยอมรับและรับรองจากประชาคมโลก โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นเพียงไม่นานสถาปนาตัวเป็นรัฐเอกราช และการล่มสลายอย่างเป็นทางการของสหภาพโซเวียต  แน่นอนคาริมอฟเป็นผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่า 90 %


อุซเบกิสถานถือเป็นประเทศทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียกลาง โดยมีประชากรมากที่สุด เศรษฐกิจมีเสถียรภาพที่สุด และมีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
อนาคตของอุซเบกิสถานนับจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้นเป็นสถานการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดยย่อมสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วเอเชียกลางอย่างแน่นอน

 

 

คลิปประกอบ : Channel 4 News
ที่มา เดลินิวส์