“พายุราอี” ไป “เมียนมา”แล้ว แต่อุตุฯ เตือน 19-22 ก.ย.กลับมามีฝนหนักเกือบทุกภาค ...รัฐบาลเอาอยู่ ติดตามสถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแร

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมลฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

 

ส่วนสภาพอากาศรายภาค ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลกอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนมอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราชอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียสตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

 

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียสตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำอุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ภายหลังทราบข้อมูลว่าพายุราอีจะพัดเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้แต่ละจังหวัดสามารถรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ในระดับหนึ่ง โดยการแจ้งเตือนประชาชน และเร่งผันน้ำเข้าคลองฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำสายหลัก พร้อมทั้งระดมสูบน้ำที่ท่วมขังในแต่ละพื้นที่ออกโดยเร็ว ทั้งนี้ จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่และรวดเร็ว ทั้งการระบายน้ำ มอบสิ่งของจำเป็น และฟื้นฟูความเสียหาย โดยคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ หลังจากที่พายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเมียนมาแล้ว

"อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมการวางแผนเผชิญเหตุ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งจะมีฝนตกหนักราวปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปีไว้แล้ว" โฆษกรัฐบาลกล่าว