"ธัมมชโย" ลุ้นระทึก10 ตุลาคม อัยการนัดพิจารณาจะสั่งฟ้องหรือไม่ ...ว่ากันว่าดีเอสไอมีการพูดคุยค้นวัดรอบสอง (มีคลิป)

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ดีเอสไอได้ส่งสำนวนที่สอบเพิ่มเติมไปให้อัยการทั้งหมด และคาดว่าครั้งนี้หลักฐานและสำนวนในคดีนี้มีความ

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ดีเอสไอได้ส่งสำนวนที่สอบเพิ่มเติมไปให้อัยการทั้งหมด และคาดว่าครั้งนี้หลักฐานและสำนวนในคดีนี้มีความสมบูรณ์มากกว่าทุกครั้ง ซึ่งอัยการจะพิจารณาในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ว่าจะสั่งฟ้องพระธัมมชโยกับพวกหรือไม่ แต่ไม่สามารถพูดลงรายละเอียดสำนวนได้

 

"ส่วนที่ดีเอสไอจะไปขอหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบสองเมื่อไรนั้น ผมไม่รู้ แต่เบื้องต้นทราบว่ามีการพูดคุยกัน แต่ผมไม่สามารถพูดได้"

 

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การทำงานของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นั้น กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเป็นอย่างมาก จึงอยากฝากไปว่า ขณะนี้สังคมได้วิพากษ์การทำงานของท่านเป็นอย่างมาก โดยมองว่าท่านนั้นไม่ใช่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แต่เป็นรัฐมนตรีประจำมหาเถรสมาคม (มส.) เพราะสังคมรู้สึกว่าการดำเนินการใดๆ ของท่านจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อนในทุกครั้ง

 

"ดังนั้นคุณสุวพันธุ์รวมไปถึงกรรมการ มส. แทนที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา กลับกลายเป็นองค์กรที่เป็นปัญหาเอง" นายไพบูลย์กล่าว และว่า "ท่าทีของคุณสุวพันธุ์ทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความเสื่อม ไม่มีเหตุผลที่รัฐมนตรีจะต้องไปขอร้องผู้ถูกกล่าวหา (ธัมมชโย) และมีหมายศาลเพื่อจับกุมให้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม"

 

อย่างไรก็ตาม นายไพบูลย์กล่าวว่า ขณะนี้คงอยู่ระหว่างการรอคำสั่งของอัยการที่จะมีความเห็นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องพระธัมมชโย หากมีคำสั่งลงมาว่าเห็นควรสั่งฟ้อง ก็เชื่อว่ากระบวนการในการดำเนินคดีมีความรวดเร็วมากขึ้น ทราบมาว่ามีการปรับโยกย้ายอัยการ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลในคดีดังกล่าว และมีผลในวันที่ 1 ต.ค.2559 มองว่าอัยการที่จะเข้ามารับหน้าที่ใหม่จะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และมีความเห็นในคดีช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้

 

เขาเชื่อว่าหลักฐานของดีเอสไอจะมีผลให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในคดีพระธัมมชโย และเมื่อสั่งฟ้องเสร็จสิ้นคงให้ทางดีเอสไอไปดำเนินการจับกุมตัวตามกระบวนการต่อไป ซึ่งทางดีเอสไอจะมีความชอบธรรมโดยสมบูรณ์ในการดำเนินการตามกฎหมาย โดยหากเหตุการณ์เป็นไปตามที่ตนคาด อาจเห็นพระธัมมชโยเข้ามามอบตัวเพื่อเข้าไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม แต่นี้การขอประกันตัวก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล

 

"ผมมั่นใจ 100% ว่าพระธัมมชโยจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เชื่อว่ารัฐบาลและ คสช.ไม่ปล่อยไปอย่างแน่นอน แต่ที่ยังไม่เห็นว่าทำอะไรนั้นไม่ใช่เพราะเกรงกลัว หากแต่ยังรอการพิจารณาของอัยการ แต่เมื่ออัยการยังไม่มีความเห็นออกมา พระธัมมชโยก็ไม่มอบตัว” นายไพบูลย์กล่าว