- 22 ก.ย. 2559
พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวภายหลังสอบปากคำ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และทีมแพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมงว่า มีการ
พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวภายหลังสอบปากคำ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และทีมแพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรพลิกศพ ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมงว่า มีการพูดคุยกันโดยละเอียดทุกประเด็น ทั้งสาเหตุการเสียชีวิต คือ ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง และขาดอากาศหายใจ สอดคล้องกับรายงานการตรวจศพ ส่วนประเด็นตับแตก พนักงานสอบสวนสอบถามประเด็นตรงนี้ด้วย แต่ทีมแพทย์ตอบในทางหลักวิทยาศาสตร์ ส่วนตับจะแตกก่อนแตกหลังได้มีการพูดคุยด้วย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องไปหาความจริงอีกมาก ยืนยันได้ว่าซี่โครงหักจริง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหักช่วงไหน สำนวนการสอบสวนคดีนี้เป็นสำนวนคดีการชันสูตรพลิกศพ จะไม่มีการกล่าวหาผู้หนึ่งผู้ใด แต่จะเป็นการค้นหาว่าตายเพราะฆ่าตัวตาย หรือตายเพราะถูกผู้อื่นทำให้ตาย ตายเพราะอุบัติเหตุ สัตว์ร้ายทำให้ตาย อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐานในช่วงที่ผ่านมา 21-22 วัน สามารถพิสูจน์และบ่งชี้ให้เห็นได้ว่านายธวัชชัยเสียชีวิตมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมีผู้อื่นทำให้ตาย แต่ขอย้ำว่าไมใช่ฆาตกรรม จะต้องสืบสวนสอบสวนประเด็นนี้ต่อไป
พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "ได้โปรดแชร์ให้ถึง อ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ และคณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล ทุกๆ ท่านว่า รพ.มงกุฎวัฒนะได้บันทึกภาพวงจรปิดตั้งแต่เวลา 02.31 น. จนถึงเวลา 07.51 น. ของวันที่ 30 ส.ค.59 ความยาวทั้งสิ้นกว่า 5 ชั่วโมงครึ่ง เป็นภาพเคลื่อนไหว ไม่มีการตัดต่อใดๆ เป็นภาพเหตุการณ์จริงๆ ในการช่วยชีวิตนายธวัชชัย ณ หน่วยอภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (CCU) ตั้งแต่เริ่มรับตัวนายธวัชชัย (หลังจากที่ได้เอกซเรย์เมื่อเวลา 02.20 น. โดยพบว่าไม่มีซี่โครงหักแต่อย่างใด) จนถึงเวลา 07.51 น. ที่ได้เคลื่อนย้ายศพของนายธวัชชัยออกจากเตียง มีรายละเอียดสรุปคร่าวๆ ตามลำดับเหตุการณ์ดังนี้ เวลา 02.31 น. ...เป็นเหตุการณ์เจ้าที่พยาบาลกำลังเตรียมเตียงหมายเลข 5 เพื่อการรับตัวนายธวัชชัยที่กำลังจะมาถึง, เวลา 02.51 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะที่นายธวัชชัยถูกลำเลียงมาถึงเตียงหมายเลข 5 (หลังจากที่ได้เอกซเรย์เมื่อเวลา 02.20 น.แล้ว โดยพบว่าไม่มีซี่โครงหักเกิดขึ้นกับนายธวัชชัยแต่อย่างใด), เวลา 03.20 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) หรือปั๊มหัวใจครั้งที่ 1 เป็นเวลา 30 วินาที
เวลา 03.27-03.29 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) หรือปั๊มหัวใจครั้งที่ 2 เป็นเวลา 2 นาที, เวลา 03.39-03.41 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) หรือปั๊มหัวใจครั้งที่ 3 เป็นเวลา 2 นาที, เวลา 05.01 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะน้องชายของนายธวัชชัยมาอำลาศพนายธวัชชัย, เวลา 05.27 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะญาติผู้หญิง 2 คนของนายธวัชชัย มาอำลาศพนายธวัชชัย
เวลา 07.43-07.49 น. ...เป็นเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่พยาบาลปลดเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ออกจากร่างกายของนาย ธวัชชัย, เวลา 07.51 น. ...เป็นเหตุการณ์ย้ายศพของนายธวัชชัยออกจากเตียงหมายเลข 5 เพื่อส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชศาสตร์"
พล.ต.นพ.เหรียญทองเขียนโพสต์ต่อว่า "ผมไม่สามารถเผยแพร่ภาพเหตุการณ์จริงนี้ต่อสาธารณะหรือต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิของนายธวัชชัย อนุกูล ผู้วายชนม์ แต่ผมต้องการให้ อ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ตลอดจนคณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิต และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกๆ ท่านได้ศึกษาเหตุการณ์จริงๆ ว่าหลังจากเวลา 02.20 น. ที่ได้เอกซเรย์นายธวัชชัยแล้ว ไม่พบว่ามีซี่โครงหักนั้น รพ.มงกุฎวัฒนะมีการช่วยชีวิตนายธวัชชัยอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นตับแตก หากได้พิจารณาบันทึกภาพวงจรปิดแล้วจะเห็นได้ว่าการปั๊มหัวใจเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ประมาณ 30 วินาที, ครั้งที่ 2 ประมาณ 2 นาที และครั้งที่ 3 ประมาณ 2 นาที และตลอดเวลาที่นายธวัชชัยอยู่ในหน่วยอภิบาลผู้ป่วยวิกฤตนั้น ไม่มีเหตุการณ์ใดที่แสดงให้เห็นถึงภยันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตับของนายธวัชชัย"
"หากเป็นไปได้แล้ว ผมขอเรียนเชิญ อ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ตลอดจนคณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิต และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ มาชมบันทึกภาพวงจรปิดความยาวทั้งสิ้นกว่า 5 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมๆ กับการสอบสวนบุคลากรทางการแพทย์ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ตั้ง รพ.มงกุฎวัฒนะ ด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดโดย รพ.มงกุฎวัฒนะ ยินดีอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ หรือการอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อให้คณะกรรมการได้ทำความกระจ่างชัดต่อสังคมต่อไป สุดท้ายนี้ผมขอประทานอภัยสื่อมวลชนทุกท่านที่ไม่สามารถให้การสัมภาษณ์ใดๆ เนื่องจากผมไม่ต้องการให้เกิดความสับสน และผมถือว่าการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผมเป็นการผูกพันตัวผมทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงขอให้สื่อมวลชนทุกๆ ท่านได้ยึดถือโพสต์ที่ครบถ้วนของผมโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ก็แล้วกันนะครับ ขอแสดงความนับถือ" พล.ต.นพ.เหรียญทองโพสต์ตอนท้าย
