คิวต่อไปจะเป็นใคร ??? เช็คบิลจำนำข้าวร่วมชะตากรรม "ยิ่งลักษณ์" (ติดตามรายละเอียด)

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว จากผู้ที่เกี่ยวข้องอีกร้อยละ 80 นอกเหนือจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบร้อยละ 20 ว่า จากเดิมคณะ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว จากผู้ที่เกี่ยวข้องอีกร้อยละ 80 นอกเหนือจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบร้อยละ 20 ว่า จากเดิมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาเพียงคนเดียว

ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 80 มีคนที่เกี่ยวข้อง 2 กลุ่ม คือ ฝ่ายปฏิบัติ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ ตอนนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตั้งเป็นคดีแล้ว 853 คดี ครอบคลุม 33 จังหวัด มีทั้งเจ้าหน้าที่ขององค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเอกชนจำนวนมาก เช่น โรงสี ที่แจ้งรับซื้อข้าวแต่ไม่มีข้าวในโกงดัง การซื้อขายโดยรับ–จ่ายเงินไม่ถูกต้อง

โดยข้อมูลส่วนนี้มาจาก คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่ตั้งมาตั้งแต่ คสช.เข้ามา จากนั้นมีการสอบเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ น่าสังเกตจังหวัด คือ จ.กำแพงเพชร มีคดีถึง 100 คดี และ จ.นครสวรรค์ มีคดีถึง 200 คดี พวกนี้ ป.ป.ท.ต้องดำเนินคดีอาญาต่อไป ซึ่งแจ้งมาแล้วว่าจะสามารถส่งฟ้องศาลได้ภายใน 6 เดือน ส่วนการเรียกรับผิดทางแพ่งนั้น หากเป็นภาครัฐต้องประสานงานกับกระทรวงต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่นั้นๆ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลังดำเนินการ เช่นเดียวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในส่วนของเอกชนก็ต้องมีการฟ้องศาลฐานละเมิด และอายุความรับผิดในส่วนนี้ ยังไม่ได้มีการนับอายุความ เพราะจะเริ่มเมื่อรู้ตัวและรู้การกระทำผิดคือ เมื่อผู้บังคับบัญชาของบุคคลนั้นๆ รับรู้

นายวิษณุ เครืองาน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงส่วนฝ่ายนโยบายที่วันนี้ได้ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาแล้ว 1 คน อาจมีคนอื่นเพิ่มเข้ามา มีการเพ่งเล็งกันอยู่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติมอบให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไปตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนจะมีคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในขณะนั้นด้วยหรือไม่นั้น ถือว่าอยู่ในข่าย แต่ใครจะต้องรับผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ได้เหมารวม กขช.ทั้งหมด หากคนที่ถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าไม่ผิด อาจไม่มีเหตุให้ไปรื้อ เพราะป.ป.ช.เคลียร์แล้ว แต่ถ้าหลุดไปเพราะป.ป.ช.ยังสอบไม่ถึง ถือเป็นหน้าที่ของ ศอตช.ต้องไปดูเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าไม่ได้บอกว่าคนให้นโยบายเป็นผู้ทุจริต จึงตั้งความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อย่างคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โทษทางอาญาไม่ได้หนักอะไร แต่สำหรับคนเป็นนักการเมือง โทษหนักเบาไม่สำคัญเท่ากับความเสียหาย เพราะเมื่อมาจากการเลือกตั้ง ย่อมมีอำนาจในการกำหนดนโยบายช่วยเหลือชาวนาอย่างไรก็ได้ แต่ต้องทำนโยบายนั้นให้มีกฎหมายรองรับและการปฏิบัติสุจริต ไม่ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด