- 30 ก.ย. 2559
ลำดับความเข้าใจ คดีก่อการร้าย ทำไม จตุพร ถึงต้องลุ้นถอนประกัน 3 ตุลาคมนี้ (มีคลิป)
ตามคำเงื่อนไขศาลอาญากำหนดให้ประกันตัวชั่วคราวว่า ห้ามกระทำการเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กระทบต่อชื่อเสียงและความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำที่ให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 ก.ย. พนักงานอัยการ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายวีรกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายนิสิต สินธุไพร จำเลยที่ 1-4 และที่ 8 ในคดีร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานของศาลอาญา
โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้รับหนังสือจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงวันที่ 25 ส.ค.2559 แจ้งให้ทราบว่า นายวีรกานต์ กับพวกมีพฤติการณ์และกระทำการอันเป็นการผิดเงื่อนไขตามที่ศาลอาญาได้กำหนดไว้ ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ดีเอสไอจึงขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว โดยแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมแนบพยานหลักฐานหลายรายการที่เกี่ยวกับการกระทำของจำเลยทั้ง 5 คน มาให้อัยการพิจารณาด้วย
เมื่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ได้พิจารณาแล้วจึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพิกถอน การปล่อยชั่วคราว นายวีรกานต์กับพวก รวม 5 คนดังกล่าว
แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุดได้เผยว่า สำหรับการยื่นถอนประกันในครั้งนี้ เนื่องจากนายจตุพร และพวก ได้ให้สัมภาษณ์ออกรายการช่องพีซทีวีและจัดรายการ "มองไกล" ซึ่งการสัมภาษณ์นั้นมีลักษณะก่อให้เกิดความวุ่นวายซึ่งผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ศาลอาญากำหนดไว้ ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามา และพนักงานอัยการได้รวบรวมคลิปการสัมภาษณ์ดังกล่าว เป็นหลักฐานยื่นต่อศาล เพื่อขอถอนประกันจำเลยทั้งห้าคน
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานายจตุพรกับพวกมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนถูกดำเนินคดีหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่น กรณีคณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้ง 19 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป หลังร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม
โดยเเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายจตุพร พร้อมด้วยแกนนำรวม 19 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อรายงานตัว
และถูกนัดเพื่อรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม หากมีคำสั่งฟ้องจะนำสำนวนพร้อมตัวแกนนำทั้ง19คน ส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดีต่อไป
พิจารณาจากเงื่อนไขของการให้ประกันตัวนายจตุพรกับพวก ประกอบกับการดำเนินการของดีเอสไอและอัยการนั้น ก็พบว่าข้อมูลด้านหนึ่งที่นำมาสู่การยื่นขอถอนประกันนั้น ก็คือคดีที่เกิดขึ้นระหว่างพระพุทธะอิสระกับนายจตุพร
เมื่อวันที่ 21 กันยาน นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร และนายมหัศจักร โสดี ไวยาวัจกรวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดนคร ปฐม
เพื่อเป็นตัวแทนของพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ ยื่นฟ้องนายจตุพร ในกรณีนำความเท็จ กล่าวหา ใส่ร้าย ใส่ความ ในรายการ "มองไกล" ทางรายการโทรทัศน์ช่อง "พีซทีวี" เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เละพฤษภาคม 2559 โดยแจ้งในข้อหาดูหมิ่น หมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ในการติดตามข้อมูล นายจตุพรได้มีการนำข้อมูลที่บิดเบือนมาออกอากาศหลายครั้ง และต่อเนื่อง เป็นต้นว่า บิดเบือนว่าพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระลิขิตปลอม หรือคดีที่หลวงปู่พุทธะอิสระต้องหาว่าทำผิด
แต่ไม่มีการดำเนินการใดจากเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ความจริงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานเพิ่มเติมในชั้นอัยการ ทำให้ได้รับความเสียหาย ผิดเงื่อนไขการขอประกันตัวต่อศาลอาญา จึงฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียง 10 ล้านบาท พร้อมฟ้องอาญา
