สงครามเกาหลี จะระอุอีกครั้ง เพราะสหรัฐฯ แทรกแซง หวังนำขีปนาวุธ ติดตั้งคุมพื้นที่จีน รัสเซีย (มีคลิป)

สงครามเกาหลี จะระอุอีกครั้ง เพราะสหรัฐฯ แทรกแซง หวังนำขีปนาวุธ ติดตั้งคุมพื้นที่จีน รัสเซีย (มีคลิป)

เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 4 และ 5 ภายในระยะเวลาห่างกันเพียง 8 เดือน คือเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปีนี้ และ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการยิงขีปนาวุธทั้งพิสัยใกล้และกลางอีกมากกว่า 20 ครั้ง ก็เป็นการโหมกระแส ความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้น มันก็ยังมีเชื้อไฟ ชั้นเยี่ยม ที่จะทำให้ สงครามคาบสมุทรเกาหลี อาจจะกลับมาระอุอีกครั้ง หลังจากที่ สหรัฐนั้น ยืนยันจะเร่งรัดการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้โดยเร็วที่สุด เพื่อรับมือกับเกาหลีเหนือ ที่ขยันทดสอบขีปนาวุธถี่ยิบ นอกจากนั้น อเมริกายังกำลังหารือกับพันธมิตรเพื่อปิดช่องทางเข้าถึงระบบการธนาคารระหว่างประเทศ และช่องทางหารายได้ของเกาหลีเหนือ

แดเนียลรัสเซลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออก ได้แถลงต่อคณะอนุกรรมการกิจการเอเชียของสภาผู้แทนราษฎร  ถึงเรื่อง กำหนดเวลาในการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ “ทาด” (THAAD ย่อมาจาก Terminal High Altitude Area Defense ระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง) ในเกาหลีใต้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหม

เขาสำทับว่า เมื่อพิจารณาจากการที่เกาหลีเหนือเร่งจังหวะเวลาในการทดสอบขีปนาวุธบ่อยครั้งขึ้น เขาเชื่อว่า จะมีการติดตั้งระบบดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และยืนยันว่า การติดตั้งระบบทาดเป็นข้อตกลงที่สรุปแล้ว

             สอดคล้องกับการเปิดเผยของนาวาโทแกรี่ รอสส์ โฆษกเพนตากอน ที่ว่า จะมีการติดตั้งระบบทาด“ทันทีที่เป็นไปได้” แต่ไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่แน่นอน

     

        ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซลล์ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การติดตั้งระบบทาดไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำไปเจรจาเพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการแซงก์ชันของสหประชาชาติ หลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมาแต่ จีน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการสนับสนุนให้มาตรการแซงก์ชันเกาหลีเหนือ สัมฤทธิ์ผลนั้น คัดค้านระบบทาดอย่างแข็งกร้าว และผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่า ควรนำเรื่องนี้เข้าหารือในยูเอ็นระหว่างการพิจารณาบทลงโทษใหม่

       นอกจากนี้ทาทงสหรัฐ ยังจะมีการพิจารณาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกาหลีเหนือเข้าถึงบริการธุรกรรมการธนาคาร โดยสหรัฐนั้นก็กำลังหารือกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการลงโทษและเพิ่มความกดดัน ซึ่งรวมถึงการปิดกั้นเกาหลีเหนือไม่ให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการธนาคารระหว่างประเทศนอกจากนั้น อเมริกายังกำลังหารือกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อปิดช่องทางรายได้ของเกาหลีเหนือ จากถ่านหินและแรงงานที่ออกไปทำงานนอกประเทศ รวมถึงมาตรการร่วมกันอื่นๆ

 

      ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ที่นครนิวยอร์ก ที่ผ่านมานั้น นายรี ยอง-โฮ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ก็ได้พูดชัดถึงเรื่องราวของ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี ก็เป็นเพราะสหรัฐฯ เติมเชื้อไฟเพื่อให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จนคาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิ "อันตราย" ที่สุดบนโลก ด้วยการดำเนินนโยบาย เป็นศรัตรู กับเกาหลีเหนือนั่นเอง

 

 

 นอกจากนี้ เขายัง ยืนยันว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตัวเองแต่เพียงเท่านี้ โดยจะเร่งส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากการมีอาวุธนิวเคลียร์คือหนึ่งใน "นโยบายแห่งรัฐ" และเป็นหนทางเดียวที่จะปกป้องประเทศจากการคุกคามของสหรัฐ ซึ่งยังคงดึงดันไม่ถอนทหารออกจากคาบสมุทรเกาหลี

ถึงเวลานี้ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทางสหรัฐนั้นจะถอนทหารออกจากคาบสมุทรเกาหลี มีแต่จะเพิ่มเข้าไปให้มากยิ่งขึ้น เพราะ ล่าสุดนั้น กองทัพสหรัฐส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ "บี-1บี" 2 ลำขึ้นบินวนเวียนเหนือคาบสมุทรเกาหลีในสัปดาห์นี้ และยังได้ล้ำ "เส้นขนานที่ 38" หรือเส้นละติดจูดที่ 38 องศาเหนือ ที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ใช้เป็นเส้นแบ่งอาณาเขตระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้  ซ้ำยังจะนำเอาระบบต่อต้านขีปนาวุธ ทาด เข้าไปติดตั้งในเกาหลีใต้ ซึ่ง โครงการติดตั้งขีปนาวุธนั้น เป็นการอ้าง ของสหรัฐ ว่าเอาไปป้องกันเกาหลีเหนือ อันที่จริงแล้ว สหรัฐ ต้องการมากกว่านั้น เพราะระยะทางจากเกาหลีใต้ ไปจีน ไปรัสเซีย ตัวขีปนาวุธ ชนิดนี้มีพิสัยทำการที่ ครอบคลุมถึงนั่นเอง จะทำให้ สหรัฐ นั้นมีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ ทางทหารขึ้นมาทันที หากเกิดสงครามโลก ครั้งใหม่ ตามที่สหรัฐนั้นตั้งใจไว้