แฉลากไส้!?!...รู้ยัง "หว่อง" ด่าจมดินประเทศไทย ใจไม่นิ่งพออย่าอ่าน(รายละเอียด)

เพจเฟสบุค ของPat Hemasuk ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ดราม่ามากันเป็นชุดครับ ข่าวที่ฮ่องกง

เพจเฟสบุค ของPat Hemasuk ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ดราม่ามากันเป็นชุดครับ ข่าวที่ฮ่องกงลงพาดหัวว่า Joshua Wong on Thailand deportation: I’m lucky I didn’t disappear ไอ้เจ้าหว่องมันบอกว่าโชคดีที่ไม่โดนไทยอุ้มมันหายสาบสูญ

 

นี่มันกรุงเทพนะ เว้ยยย..เฮ้ย.. ไม่ใช่ ซิมบับเว่ หรือ โมกาดิชู ที่จะโดนอุ้มฆ่าใครได้ง่ายๆ และอีกอย่างคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มาเลย์เขาก็ไม่ให้เข้าเหมือนกัน และผมคิดว่ากลุ่มประเทศอาเซียนทุกประเทศที่มีความสัมพันธ์ดีกับจีนคงจะคิดและทำแบบเดียวกันคือห้ามเข้าประเทศตามคำขอของจีน

 

เท่านั้นยังไม่พอ ในข่าว CNN เจ้าหว่องมันยังดราม่าอย่างกันประเทศไทยคือบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไม่ใช้กฎหมายต่อไปอีกว่า

After they confiscated my passport, [they] immediately detained me at the airport detention center alone. I'm fortunate to have returned to Hong Kong, Wong said.

It was a scary 10 plus hours. Sorry for all those who worried about me.

หลังจากโดนยึดพาสปอร์ตแล้วพวกเขาก็กักตัวเอาไว้ในศูนย์ควบคุมคนเพียงคนเดียว โชคดีที่ผมยังได้กลับมาฮ่องกง มันเป็นช่วงเวลากว่า 10 ชั่วโมงที่น่ากลัว ต้องขออภัยสำหรับคนที่เป็นห่วงผม

ถ้าจะย้อนไปเมื่อเดือนที่แล้ว 26 กย. ตามข่าวของ BBC หว่องและพวกโดนอัยการฮ่องกงฟ้องให้ศาลลงโทษจำคุกในข้อหาสร้างความไม่สงบในวงกว้างต่อรัฐบาลฮ่องกง แต่ศาลสั่งให้หว่องทำงานสาธารณะประยชน์ 80 ชั่วโมงแทนจำคุก จะเนื่องด้วยหว่องยังเป็นเยาวชนอายุเพียง 19 ปี หรือด้วยแรงกดดันจากนอกประเทศที่สนับสุนหว่องที่นำโดยหอการค้าอเมริกาในฮ่องกงก็แล้วแต่ (รายนี้เจ้าภาพหลักรายใหญ่ตอนประท้วงเลยครับ)

 

ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าหว่องทำงานในห้องสมุด 80 ชั่วโมงเสร็จตามเวลาที่ศาลพิพากษาแล้วหรือยัง และหว่องยังอยู่ในระหว่าง Probation หรือ การคุมความประพฤติอยู่หรือไม่ และที่สำคัญคือหว่องสามารถเดินทางออกนอกประเทศในช่วง คุมประพฤติตามกฎหมายฮ่องกงได้หรือไม่ (กฎหมายส่วนใหญ่เกือบทุกประเทศผู้ติดทัณฑ์บนหรือโดนคุมประพฤติ จะเดินทางออกนอกประเทศได้ต้องขออนุญาตจากศาลทุกครั้ง)

นี่คือสิ่งที่ทางฮ่องกงและรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ควรจะต้องตรวจสอบและออกข่าวบอกชาวโลกให้รับรู้หลังจากหว่องโดนส่งตัวออกไปจากประเทศไทยและไทยกำลังโดนตีข่าวในทางลบอยู่บนหน้าสื่อฝั่งตะวันตก

 

 

 

 

 

 

 

 

โจชัว หว่อง เด็กวัยรุ่นอายุแค่ 17 ปี เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มสกอลาร์ลิซึ่ม เข้ามาสู่วงจรแกนนำผู้เรียกร้องทางการศึกษาตั้งแต่อายุ15ปี ถูกทางการจีนหมายหัวตั้งฉายาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง

 

เมื่อปี 2012  โจชัว หว่อง ได้ปลุกระดมคนหนุ่มสาวกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นคนออกมาเรียกร้องให้ผู้บริหารเกาะฮ่องกงยกเลิกแผนส่งเสริมความรักชาติจีนบรรจุลงในหลักสูตรภาคบังคับของฮ่องกง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเรียกร้องที่ประสบความสำเร็จเพราะในที่สุด นายเหลียง ชุนอิง ผู้บริหารเกาะฮ่องกงก็ยอมที่จะล้มเลิกแผนนั้น

 

หลังจากประเด็นเรียกร้องทางการศึกษาเมื่อ2ปีก่อน โจชัว หว่อง  เชื่อว่าเป็นการสิ้นสุดยุคสายลมแสงแดดของหนุ่มสาวชาวฮ่องกงและหันมาสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้หลังจากที่รัฐบาลจีนผิดคำมั่นสัญญาว่าจะให้ชาวฮ่องกงสามารถเลือกผู้บริหารเกาะเองได้ ทำให้คนหนุ่มสาวลุกฮือขึ้นอีกครั้ง

 

โดยครั้งนี้ โจชัว หว่อง ได้เข้าร่วมเป็นหัวขบวนของกลุ่ม Occupy Central สร้างปรากฎการณ์ทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดอีกครั้ง โดยจากการเข้ายืดสถานที่ทำการรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางการได้เข้าปราบจราจล โจชัว หว่อง ถูกจับกุมในฐานะแกนนำม็อบถูกขังนาน40 ชั่วโมง ก่อนจะถูกปล่อยตัวและกลายเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงที่เปรียบเป็นสัญลักษณ์การเรียกร้องประชาธิปไตยของคนฮ่องกง