โชว์ห่วยไม่ได้ผุดได้เกิด!!!...เซเว่นมาท่านี้ อัพไซซ์ แถมเตรียมผุดโมเดลใหม่ โอเวอร์สุดๆ

แหล่งข่าวจากซีพี ออลล์เปิดเผย ว่า โมเดลร้านที่มี 6 คูหายังมีจำนวนไม่ถึง 10 แห่ง และมีความหลากหลายของสินค้า ซึ่งอาจจะยังไม่เคยเห็นในสาขาอื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างยอดขายต่อวันให้เติบโตขึ้นอีกเท่าตัวและเพิ

แหล่งข่าวจากซีพี ออลล์เปิดเผย  ว่า โมเดลร้านที่มี 6 คูหายังมีจำนวนไม่ถึง 10 แห่ง และมีความหลากหลายของสินค้า ซึ่งอาจจะยังไม่เคยเห็นในสาขาอื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างยอดขายต่อวันให้เติบโตขึ้นอีกเท่าตัวและเพิ่มลูกค้าเข้าร้านต่อวันได้อีกเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดใหญ่จึงมีข้อจำกัดเรื่องการหาพื้นที่เปิดร้านยากและใช้งบลงทุนสูงกว่าสาขาปกติ

 

พื้นที่ร้านอาจจะมากขึ้นถ้ามีความจำเป็น เพราะการบริหารของเซเว่นฯจะยึดลูกค้าเป็นที่ตั้ง ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงจะเห็นพัฒนาการของร้านเซเว่นฯที่มีโมเดลใหม่ ๆ ออกมา รองรับความต้องการของลูกค้า อาทิ ขนาดพื้นที่ร้านใหญ่ขึ้น แต่ยังคงไม่เกิน 300 ตร.ม. มีการปรับโพรดักต์มิกซ์และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ การเพิ่มพื้นที่นั่งทานในร้านเฉลี่ย 5-10 ที่นั่งไว้รองรับลูกค้าเข้ามาทานอาหารเช้า มีมุมฟู้ดเพลสขายอาหาร การเปิดสาขาสแตนด์อะโลนมีที่จอดรถหน้าร้าน ทั้งนี้แต่ละทำเลยังจะมีฟอร์แมตหรือการวางสินค้าที่แตกต่างกัน อาทิ ทำเลอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย คอนโดฯ ตลาด สถานีขนส่ง สถานศึกษา ทำเลรถไฟฟ้า เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าแตกต่างกัน

ปีหน้าจะครบ 1 หมื่นสาขาตามเป้าหมายปัจจุบันเซเว่นฯมีสาขาครอบคลุมทุกจังหวัด เกือบทุกอำเภอ ขาดแค่ 8-9 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนและอำเภอทางตะวันออก เช่น เกาะกูด ซึ่งจำนวนประชากรยังไม่มาก เซเว่นฯยังขยายเข้าไปในตำบล ทุกวันนี้เซเว่นฯยังเปิดร้านได้ตลอด ยังมีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาที่ร้าน เพราะเราศึกษาความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังมีโอกาสและความสามารถตอบสนอง อย่างสาขาย่านสำนักงานก็จะมีสินค้ากลุ่มเบเกอรี่เยอะ มีที่นั่งทานในร้าน เมื่อเรามีสิ่งที่ต้องการ ทำให้ลูกค้ารักและเดินเข้าร้าน

 

รวมถึงการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเป็นส่วนหนึ่งของการขยับตัวของซีพี ออลล์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาในร้าน อย่างเช่นปีนี้ได้นำเสนอแสตมป์เซเว่นฯในรูปแบบของอี-แสตมป์

สำหรับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531

  

       บริษัทเป็นผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven โดยได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Right) จาก 7-Eleven, Inc. ให้ประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” ในประเทศไทย ภายใต้สัญญา Area License Agreement ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 และได้เปิดร้านสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์

 

 

       ณ สิ้นปี 2558 บริษัทมีร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศรวม 8,832 สาขา โดยเป็นร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3,922 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 44) เป็นร้านในต่างจังหวัด  4,910สาขา (คิดเป็นร้อยละ 56) เมื่อแบ่งตามประเภทของร้านพบว่า มีร้านสาขาบริษัท 3,908 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 44) ส่วนที่เหลือเป็นร้านแฟรนไชส์ 4,257 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 48) และร้านค้าที่ได้รับ สิทธิช่วงอาณาเขต 667 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 8) ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้าน 7-Eleven เฉลี่ยวันละ 10.9 ล้านคน

 

 

       ทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทได้ขยายสาขาร้าน 7-Eleven อย่างต่อเนื่องรวม 705 สาขา ทั้งในรูปแบบของร้าน ในทำเลปกติ และร้านในสถานีบริการน้ำมันของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ของลูกค้า กลุ่มเป้าหมายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดย ณ สิ้นปี 2558 บริษัทมีร้านในทำเลปกติ 7,598 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 86) และร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,234 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 14)

 

 

       และบริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 600 สาขา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 10,000 สาขา ภายในปี 2561 และมุ่งเน้นกลยุทธ์การเป็นร้านอิ่มสะดวกของคนไทย โดยให้ความสำคัญกับอาหารพร้อมทานที่สด สะอาด ปลอดภัย และการพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับคู่ค้า เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ที่หลากหลาย มีจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน 7-Eleven