- 08 ต.ค. 2559
ตอกย้ำสถานการณ์แตกหัก คสช.-ทักษิณ...ใคร สู้ให้ตายก็ไม่ชนะ
เรียกว่าสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้เข้มข้นสุดๆเลยทีเดียว ประกอบกับการมาเกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งฝ่ายตรงกันข้าม คสช.ได้ใช้สัญลักษณ์ประชาธิปไตย มาโจมตีคสช.ในฐานะเผด็จการหาร
นอกจากนี้ยังผสมโรงไปกับกรณีการเช่าเครื่องบินเหมาลำของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม
แม้กระทั่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่วันนี้ต้องไปขึ้นศาลคดีจำนำข้าว ก็นำเอาเรื่องนี้มาขยายผล โดยเปรียบเทียบกับการดำเนินคดีจำนำข้าว ภายใต้มาตรฐานที่แตกต่างกัน
ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร ก็เดินทางไปพบปะกับคนเสื้อแดง ที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับกล่าวโจมตี คสช.อย่างหนัก และแสดงให้เห็นถึงการส่งสัญญาณเพื่อต่อรองทางการเมือง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ ขอให้ชี้แจงการเช่าเหมาลำเครื่องการบินไทยไปประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน – สหรัฐอเมริกา ของ ระหว่าง 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2559 ณ มลรัฐฮาวายว่า เขาชี้แจงไปหมดแล้ว เมื่อวาน ( 6 ตุลาคม)ไม่ได้ฟังหรืออย่างไร ฝากบอกให้คุณยิ่งลักษณ์ มาหาตน เดี๋ยวจะชี้แจงส่วนตัว แล้วถ้าตนบอกให้เขาชี้แจงบ้างละ
เมื่อถามถึงกรณี นายทักษิณ ออกมาระบุ ว่าอย่ารังแกน้องสาว และตนไม่ใช่ผีที่ต้องกลัว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไปรังแกยังไง รัฐบาลทำอะไร ทุกอย่างเป็นเรื่องของศาลทั้งหมด รัฐบาลไปเกี่ยวตรงไหน ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด
ทั้งนี้ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์
กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐอเมริกาที่มลรัฐฮาวาย มีความโปร่งใส และมีความพยายามจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลลดความน่าเชื่อถือว่า ตนมองว่าโฆษกรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงข้อสงสัยแก่ประชาชนให้เกิดความชัดเจน ดีกว่าโยนไปโยนมา เท่ากับว่ารัฐบาลก็เล่นการเมืองเอง
ขณะที่เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายทักษิณ ได้ไปพบกับคนเสื้อแดงที่นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยนายทักษิณตอบคำถามที่มีผู้ถามว่า เราจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองกลับไปเป็นเหมือนเดิม นายทักษิณกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือ เจ้าของบ้านถ้าไม่กลัวผี หมอผีก็ไม่มีความหมาย ขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ใช่ผี อะไรที่อยู่เหนือผมคงทำไม่ได้ แต่ยินดีร่วมมือเพื่อบ้านเมือง ผมก็ไปของผมเรื่อยๆ อยู่เฉยไม่ตอบโต้ รังแกน้องอย่างไม่เป็นธรรม
ผมก็เฉยอดทนอยู่ ทนจนแฟนทั้งหลายทนไม่ไหว บอกว่าทำไมต้องยอมเขาขนาดนี้ ซึ่งผมไม่อยากเป็นปัญหา อยากให้ทุกอย่างคลี่คลายตามที่เค้าคิดว่าจะทำได้ก็แล้วกัน แต่เชื่อว่าทำไม่ได้ เพราะเดินผิดทาง ยิ่งเดินยิ่งเป็นวัวพันหลัก ถ้ามาถามจะบอกถ้าไม่ถามก็ไม่อยากยุ่ง
พิจารณาจากการพาดพิงและตอบโต้กัน ในตอนนี้ ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการต่อสู้ของรัฐบาลคสช.กับเครือข่ายระบอบทักษิณนั้น ได้เดินมาถึงจุดแตกหักเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือไม่
แม้ว่านายทักษิณจะพยายามพูดถึงโอกาสในการพูดคุยหรือเจรจาอยู่ตลอดก็ตาม เพราะฉะนั้นก็ต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองต่อจากนี้ให้ดี โดยเชื่อว่าเมื่อกระบวนการยุติธรรมคดีจำนำข้าว ทั้งอาญาและการออกคำสั่งทางปกครองใกล้ได้ข้อสรุป ก็จะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ เข้าตาจนและมีโอกาสสู้แบบหลังพิงฝา
