พสกนิกรน้ำตาซึม รวมพลัง สวดมนต์บท “โพชฌังคปริตร” ขอพระองค์ทรงหายจากพระประชวร(มีคลิป)

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ว่าวันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่าในวันที่ 8 ต.ค.2559 คณะ

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ว่าวันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่าในวันที่ 8 ต.ค.2559 คณะแพทย์ฯ ได้ขอพระราชทานถวายใส่สายสวนเข้าหลอด พระโลหิตดำ เพื่อเตรียมการสำหรับการฟอกพระโลหิต (Hemodialysis) ระยะยาว และเปลี่ยนสายระบายน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองบริเวณบั้นพระองค์ (เอว) ตั้งแต่เวลา 14 นาฬิกา ถึง 16 นาฬิกา 40 นาที

ปรากฏภายหลังว่า มีความดันพระโลหิตลดต่ำลงเป็นครั้งคราว คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถ และได้ใช้เครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) เพื่อทำให้ความดัน พระโลหิตกลับสู่ระดับปรกติ จนกระทั่งเวลา 3 นาฬิกา วันนี้ มีพระชีพจรเร็วขึ้น ความดันพระโลหิตลดลง ผลการตรวจพระโลหิต พบว่าพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ผลการตรวจพระหทัยด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) พบว่าปริมาณพระโลหิตที่เข้าสู่พระหทัยด้านซ้ายช่องล่างลดลงมาก อันเป็นผลจากการที่มีความดันพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) สูง

คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถขยายหลอดพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) เมื่อเวลา 15 นาฬิกา ทำให้พระชีพจรเริ่มลดลง และความดันพระโลหิตดีขึ้น คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพระอาการประชวร โดยรวมยังไม่คงที่ และได้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้งด พระราชกิจ จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำหรับ บทสวด "โพชฌังคปริตร"

ตั้งจิตอยู่ในอาการสงบ แล้วสวด นะโม ๓ จบ ตั้งจิตอธิษฐาน ถึงพระองค์ท่าน แล้วสวดดังนี้

 

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา

(โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์)

วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

(วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์)

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา

(สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์)

สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา

(7ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว)

ภาวิตา พะหุลีกะตา

(อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว)

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา

(ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน)

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)

เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา

(ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก)

 

โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ

(จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง)

เต จะ ตัง อะภินันทิตวา

(ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม)

โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

(โรคก็หายได้ในบัดดล)

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)

เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต

(ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก)

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง

(รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ)

สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส

(ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน)

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา

(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง

(ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก)

มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง

(ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา)

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.

(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ)