- 10 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 10 ต.ค.) นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ +1.10ม.รทก. (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ซึ่งในส่วนของน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนนั้น พื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าจัดหวัดอื่นๆ เนื่องจากถือเป็นพื้นที่ปลายน้ำ และ กทม.ได้ประสานข้อมูลจากกรมชลประทานในการปล่อยมวลน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ กทม.ได้ก่อสร้างแนวเขื่อนคอนกรีตริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่ ซึ่งแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีระยะทาง รวมกว่า 77 กิโลเมตร เริ่มจากคลองบางเขน ซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี จนถึงเขตบางนา ซึ่งแนวเขื่อนมีความสูงถึง 3.50 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง มีความสามารถในการป้องกันน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ได้
อย่างไรก็ตาม แนวเขื่อนดังกล่าว เหลือบางช่วงที่ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ เป็นพื้นที่ฟันหลอ เพราะเจ้าของพื้นที่ไม่ยินยอม คือ บริเวณ ถ.ทรงวาด และบริเวณเกียกกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ต้องทำลายเขื่อนเดิมทิ้ง ซึ่ง กทม.ได้นำกระสอบทรายไปตั้งวางเป็นแนวเขื่อนถาวรป้องกันน้ำเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง
"ส่วนที่น่าเป็นห่วง คือ บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ภายนอกเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจากการสำรวจ ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบมีจำนวนกว่า 309 หลังคาเรือน ในพื้นที่เขตบางพลัด บางซื่อ และเขตดุสิต หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงมากขึ้น อาจกระทบบ้านเรือนประชาชนได้ อีกทั้งในช่วงกลางเดือนตุลาคมจะมีน้ำทะเลหนุนสูง จึงต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดกับขึ้นกับชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งสำนักงานเขตต่างๆ ได้เข้าแจ้งประชาชนให้เตรียมความพร้อมรับมือปัญหาน้ำเอ่อท่วมแล้ว" นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กทม.ได้เร่งระบายน้ำในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ทั้งคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร รวมถึงคลองในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้แล้ว แม้ว่าบางจุดระดับน้ำในคลองยังสูง แต่ก็อยู่ในระดับเฝ้าระวังและอยู่ในเกณฑ์การควบคุมที่เหมาะสม ซึ่งถือว่า กทม.ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทุกรูปแบบอย่างเต็มที่
