กลิ่นตุๆ !!! วินาศกรรมกทม.เชื่อมโยง ระเบิด 7 จว. ...แล้ว “เบนาร์นิวส์”สื่อสหรัฐฯ จงใจแทรกแซงสถานการณ์ ไทยหรือไม่???

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการแจ้งเตือนคาร์บอมบ์ในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 3 จุด ในช่วงวันที่ 25-30 ต.ค. โดยผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มคนร้ายจากจังหวัดชาย แดนภาคใต้ว่า การแจ้งเตือนเป็นเรื่องปกติ เ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการแจ้งเตือนคาร์บอมบ์ในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 3 จุด ในช่วงวันที่ 25-30 ต.ค. โดยผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มคนร้ายจากจังหวัดชาย แดนภาคใต้ว่า การแจ้งเตือนเป็นเรื่องปกติ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทั่วโลกก็แจ้งเตือนแบบนี้เช่นกัน หน่วยที่รับผิดชอบในเรื่องความมั่นคง คงจะเข้มงวดตรวจสอบ ระแวดระวัง อาจมีผล กระทบบ้าง ขอให้ประชาชนเข้าใจ ส่วนจะเป็นข่าวจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่ต้องทำให้ดีที่สุด โดยประสานกับตำรวจ ทั้งพื้นที่ชุมชน พื้นที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า อาศัยเครือข่ายภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ ประชาชนให้ใช้ชีวิตตามปกติ เปลี่ยนจากการตื่นตระหนกมา  ตื่นตัว ร่วมมือช่วยกัน ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

         

ต่อข้อถามว่าจะมีคาร์บอมบ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาก่อเหตุ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ติดตามเรื่องการข่าวมาโดยตลอดในพื้นที่ภาคใต้ ทราบอยู่แล้วว่ามีรถหายไปแล้วนำไปประกอบระเบิด ถามว่ายืนยันหรือไม่ ก็ไม่ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่จัดระเบียบการตรวจตราให้เข้มงวดมากขึ้น และบางส่วนข้อมูลที่ออกมาก็เป็นประโยชน์ เช่น พาหนะชนิดนี้มีเบาะแสจะเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเราช่วยกันเป็นหูเป็นตาสิ่งเหล่านี้จะคลี่คลาย

ขณะเดียวกันหากย้อนกลับไปตรวจสอบ  เหตุในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เคยมีการนำเสนอโดยเว็ปไซต์เบนาร์นิวส์ โดยอ้างว่าผู้ก่อเหตุเป็นขบวนการอาร์เคเค โดยบีอาร์เอ็น ซึ่งไม่พอใจแนวทางการพูดคุยสันติสุขระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มมาราปาตานี

 

ประวัติการก่อตั้งของเว็บไซต์ “เบนาร์นิวส์” พบว่า เว็บไซต์ข่าวนี้เพิ่งก่อตั้งเพียงแค่ 1 ปี กว่าๆเท่านั้น โดยจดทะเบียนโดเมนก่อตั้งเมื่อ วันที่ 18 เดือนธันวาคม 2557 ในนามบริษัท เพอร์เฟค ไพรเวซี่ (Perfect Privacy LLC) ระบุที่ตั้งอยู่ที่เมืองแจ็กสันวิลล์ ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาซึ่งดูมีลับลมคมใน เพราะ เพอร์เฟค ไพรเวซี่ ก็คือบริษัทบังหน้า หรือนายหน้าให้บริการในการรับจดทะเบียนเว็บไซต์ เพื่อปกปิดข้อมูลเจ้าของที่แท้จริง

เพียงเท่านี้ก็พบความปิดปกติเข้าให้แล้วเพราะอ้างว่าเป็นสื่อมาเลเซีย แต่กลับไปจดโดเมนอยู่สหรัฐฯ มิหนำซ้ำยังว่าจ้างบริษัทเพื่อปกปิดสถานะที่แท้จริงอีกด้วย

นอกจากนั้นยังพบว่า ในเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms of Use) ซึ่งเขียนไว้ในหน้าเว็บไซต์ นั้นระบุว่า “เนื้อหาของเว็บไซต์เบนาร์นิวส์ถูกปกป้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ และกฎหมายระหว่างประเทศ”

ที่สำคัญ ในหน้าทวิตเตอร์ของเบนาร์นิวส์ ระบุชัดเจนว่า “เบนาร์นิวส์ เป็นโครงการข่าวของ “เรดิโอฟรีเอเชีย”  ดังนั้นเบื้องต้นจึงสามารถเชื่อมโยงได้ว่า เบนาร์นิวส์ ถูกก่อตั้งโดยมี “เรดิโอฟรีเอเชีย” เป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนนั่นเอง

และเมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า “เรดิโอฟรีเอเชีย” (Radio Free Asia) ชื่อย่อ RFA หรือในภาษาไทยเรียกว่า “วิทยุเอเชียเสรี” ก็พบว่าเป็น สำนักข่าวของรัฐบาลสหรัฐเหมือนกับ “วอยซ์ออฟอเมริกา” ที่มีรัฐบาลสหรัฐให้ทุนสนับสนุนและเป็นเจ้าของ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารตามนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ

โดยในส่วนประวัติการก่อตั้งของ เรดิโอฟรีเอเชีย”  หรือ “วิทยุเอเชียเสรี” ตามข้อมูลของวิกิพีเดียพบว่า ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1950 โดยองค์กรที่เรียกว่า “คณะกรรมการเพื่อเอเชียเสรี” (Committee for Free Asia)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของคอมมิวนิสต์ มีฐานอยู่ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ และเมืองดักกากับเมืองการาจี ของปากีสถาน (และอาจจะมีที่อื่นๆอีก) โดยมีองค์กรแม่คือ “มูลนิธิเอเชีย” (Asia Foundation)

พี่เด้ง -- พิจารณาจากข้อมูลที่ปรากฏก็เป็นที่น่าสังเกตว่าสถานะที่แท้จริงของเบนาร์นิวส์นั้น ไม่น่าจะใช่เว็ปไซต์ข่าวธรรมดาๆทั่วไป เพราะมีเบื้องหลังโยงใยไปที่สหรัฐอเมริกา

เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าการที่เบนาร์นิวส์ ซึ่งเชื่อมโยงกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา เลือกที่จะนำเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าว โดยพยายามแทรกแซงสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทย ถือว่าเป็นสิ่งที่หน่วยงานรัฐและคนไทยทั้งประเทศต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว