- 20 ต.ค. 2559
คลายข้อสงสัย!!! ทำไมต้องเรียก ในหลวง ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ (รายละเอียด)
เมื่อวันที่ (18-10-2559) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Pusacha Donavanik ได้เผยเรื่องพระนามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จำเป็นต้องเรียกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศหรือไม่ จาก ผศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า
“นับแต่วันสวรรคต .. เราได้ยินการขานพระนามใหม่เป็น “พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” เป็นการย้ำถึงการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ และสร้างความปวดร้าวในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ยินครั้งใดก็สร้างความอึดอัดใจจะตายเสียให้ได้ จนได้มีโอกาสสอบถาม ผศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเหตุใดจึงต้องขานพระนามเช่นนี้ เราสามารถขานพระนามเต็มดังเดิมได้หรือไม่
อาจารย์โน้ต ได้ให้ความกระจ่างที่ทำให้ดิฉันมีความสุขในยามนี้ อยากให้ทุกท่านอ่านข้อเขียนของอาจารย์ค่ะ แม้จะยาวสักหน่อย แต่มั่นใจว่า จะทำให้ความรู้สึกที่สับสนคล้ายๆ กันของเราคลี่คลาย.. ความเห็นว่าด้วยคำว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” คำนี้เกิดขึ้นเพราะธรรมเนียมโบราณแต่เดิมของไทย ผู้น้อยจะไม่บังอาจเอ่ยชื่อของผู้ใหญ่ หรือเอ่ยพระนามพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านายออกมาเป็นอันขาด ถือว่าเป็นการล่วงเกิน ไม่เคารพ
ทั้งพระนามพระมหากษัตริย์ในอดีตก็ไม่มีการขนานพระนามเป็นการเฉพาะ คนจะเรียกกษัตริย์พระองค์ใดก็ตามใจคนเรียก เช่น พระเจ้าเสือ ขุนหลวงหาวัด อย่างนี้เป็นต้น ความรู้นี้หาอ่านได้ในพระบรมราชาธิบายในรัชกาลที่ 5 ในหนังสือ พระราชกรัณยานุสร
ตัวอย่างสำคัญของการที่คนสมัยก่อนไม่ออกพระนามพระเจ้าแผ่นดินตรงๆ อีกก็เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 3 คนเรียกแผ่นดินรัชกาลที่ 1 ว่า “แผ่นดินต้น” เรียกแผ่นดินรัชกาลที่ 2 ว่า “แผ่นดินกลาง” รัชกาลที่ 3 ทรงเห็นว่าไม่เป็นมงคล เพราะเรียกเช่นนี้ แผ่นดินของพระองค์ก็จะกลายเป็น “แผ่นดินปลาย”
ก่อนหน้าที่คนจะเรียกแผ่นดินต้น แผ่นดินกลาง คนก็เอ่ยถึงพระเจ้าอยู่หัวที่สวรรคตว่า ในพระบรมโกศบ้าง พระพุทธเจ้าหลวงบ้าง เหตุก็เพราะธรรมเนียมโบราณที่ผู้น้อยไม่ออกชื่อผู้ใหญ่นี้เอง ต่อมาพระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงเปลี่ยนธรรมเนียมนี้ เริ่มจากรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระพุทธรูป 2 องค์คือ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระแก้ว แล้วโปรดเกล้าฯ ให้คนขานพระนามแผ่นดินรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 ตามนามพระพุทธรูปทั้งสองนั้น
มาจนถึงรัชกาลที่ 4 เมื่อรัชกาลที่ 3 สวรรคต ก็เกิดปัญหาการเรียกขานนามแผ่นดินก่อนขึ้นมาอีก พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้แผ่นดินรัชกาลที่ 3 เรียกว่า แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว ส่วนแผ่นดินของพระองค์เอง ก็เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครๆ เรียก “ในพระบรมโกศ” เมื่อสวรรคตแล้วอีก
ดังนั้น ธรรมเนียมการเอ่ยเรียกพระนามแผ่นดินก่อนจึงเปลี่ยนแปลงแต่นั้นมา แต่คนทั่วๆ ไปที่ยังติดธรรมเนียมเดิมก็ยังปฏิบัติอยู่ คือเรียก ในพระบรมโกศบ้าง พระพุทธเจ้าหลวงบ้าง ดังในสมัยรัชกาลที่ 6 คนก็เอ่ยเรียกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า พระพุทธเจ้าหลวง และยังติดเรียกมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะมาเรียกกันว่า “เสด็จพ่อ” ซึ่งไม่ถูกต้องเลย
ในปัจจุบัน จะต้องเอ่ยเรียกแผ่นดินที่ล่วงไปว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” หรือไม่นั้น จากการพิจารณาตามที่ได้อ่านได้เรียนมา คิดว่าไม่จำเป็น เพราะเราได้เปลี่ยนธรรมเนียมการเรียกขานพระนามพระมหากษัตริย์มานานแล้ว จะเอ่ยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ก็ไม่ใช่สิ่งแปลกผิดแต่อย่างใด
ถ้าเราเทียบดูกรณีเจ้านายที่สวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ไปก่อนหน้านี้ เช่น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อพระองค์ท่านสวรรคตและสิ้นพระชนม์ เราก็ไม่ได้เอ่ยเรียกท่านว่า “สมเด็จในพระโกศ” ตามธรรมเนียมเก่าแต่อย่างใด แต่เอ่ยพระนามโดยตรงเลยทีเดียว ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมใหม่ที่ใช้มากว่าร้อยปีแล้ว
ที่สำคัญ พระนาม “ภูมิพลอดุลยเดช” นี้เป็นพระนามที่ทรงได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นพระนามที่มีความหมายว่า “พลังแห่งแผ่นดิน” อันลึกซึ้งตราตรึงใจเรา และเราปวงชนชาวไทยทั้งหลายได้เอ่ยเรียกพระองค์เช่นนี้ ด้วยความเคารพรักเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ มาตลอดหลายสิบปีแล้ว และคงไม่เปลี่ยนแปรเป็นอื่น ขอขอบคุณอาจารย์อาทิตย์ค่ะ ผุสชา โทณะวณิก
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Pusacha Donavanik
