สักครั้งในชีวิต!!! คุณยายใจสู้..ลั่นวาจา “ขอสักการะพระบรมศพ” สักครั้งในชีวิต ถึงแม้จะเดินไม่ได้ (ชมภาพ)

สักครั้งในชีวิต!!! คุณยายใจสู้..ลั่นวาจา “ขอสักการะพระบรมศพ” สักครั้งในชีวิต ถึงแม้จะเดินไม่ได้ (ชมภาพ)

โดยในวันนี้ (27/10/2559) ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยจากการเปิดเผยความประทับใจของคุณยายทั้งสองท่านที่ได้เข้ามา สักการะพระบรมศพนั้น น.ส.จำปี ผ่องใส อายุ 81 ปี ชาวอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวด้วยความตื้นตันว่า ตนเป็นคนที่ไม่รู้หนังสือ เป็นคนจนและก็ชรามากแล้ว จึงไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเมื่อมีเพื่อนบ้านชวนมา จึงตัดสินใจมา โดยนั่งรถเมล์กันมาด้วยเงินติดตัวเพียง 50 บาทเท่านั้น แม้ว่าตนจะขาอ่อนแรง ทำให้เดินทางลำบาก แถมยังต้องขึ้นรถ ลงเรือ อีก 2 -3 ต่อ แต่ตนก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ไม่หิวข้าว และกระหายน้ำสักนิด เมื่อมาถึงที่พระบรมมหาราชวังและได้ถวายสักการะแล้ว ก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างมากที่ได้ทำตามความฝันสำเร็จ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมาถวายสักการะและส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย

 

โดยคุณยายได้กล่าวอย่างสุดซึ้งไว้ว่า “ยายเป็นคนจน และคนบ้านนอก ทั้งชีวิตไม่เคยคิดว่าจะได้รับเสด็จพระองค์ แต่มีครั้งหนึ่งเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ยายมีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์ท่านที่อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อท่านเสด็จฯมาใกล้ๆยายได้มีโอกาสก้มกราบแทบเท้าพระองค์ แค่นี้ก็เป็นปลื้มหัวใจทั้งชีวิต

 

ส่วนทางด้าน นางเพลินพิศ เกิดศิริ อายุ 67 ปี ชาวอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อนบ้านที่เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.จำปี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปรียบเสมือนกับพ่อของตน เพราะพ่อของตนเกิดวันเดียวกับพระองค์ จึงมีความผูกผันกันพระองค์เป็นพิเศษ เมื่อพ่อของตนได้เสียชีวิตลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตนจึงเหมือนเหลือพ่อเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือพระองค์ เมื่อพระองค์สวรรคต ตนจึงมีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยได้ออกเดินทางมาด้วยรถเมล์ ตั้งแต่ 8.00 น. หลังจากนั้นต่อด้วยท่าเรือพระประแดง และนั่งรถเมล์อีกต่อใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจนมาถึงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเมื่อได้กราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว ตนรู้สึกเป็นปีติชุ่มชื่นหัวใจอย่างมาก

สักครั้งในชีวิต!!! คุณยายใจสู้..ลั่นวาจา “ขอสักการะพระบรมศพ” สักครั้งในชีวิต ถึงแม้จะเดินไม่ได้ (ชมภาพ)

โดย เอกสิทธิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

 

ขอบคุณภาพ+ข้อมูล มติชนออนไลน์