- 27 ต.ค. 2559
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชว่า ตามที่ทางสำนักพระราชวังกำหนดเปิดให้ประชา
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชว่า ตามที่ทางสำนักพระราชวังกำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้น ในส่วนของกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทาง กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้สามารถรองรับคลื่นมหาชนได้อย่างเหมาะสม และประชาชนได้รับความสะดวกอย่างดีที่สุด
ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้มอบหมายให้ กกล.รส.ในทุกจังหวัด ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเป็นส่วนรวม ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดลำดับการเดินทางของแต่ละจังหวัดไว้แล้ว ในช่วง 29 ตุลาคม 2559-20 มกราคม 2560 โดย กกล.รส.ในแต่ละพื้นที่จะเข้าช่วยดูแลประชาชนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง ของแต่ละจังหวัด พร้อมกันนี้ได้เปิดค่ายทหารตามเส้นทางผ่านเป็นจุดพักรถพักคน ระหว่างทางด้วย
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ จุดพักรถระหว่างทางอยู่ที่ ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น และค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา, ภาคใต้ ค่ายธนรัตน์ จ.ประจวบคีรีขันธ์, ส่วนในพื้นที่ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง จุดพักระหว่างทางจะอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งในทุกจุดพักระหว่างทางจะมีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมให้การดูแลประชาชน พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน อาหาร เครื่องดื่ม สุขา และบริการแพทย์
โดยเมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ กทม. ซึ่งได้มีการจัดจุดพักรอไว้ 2 แห่ง คือ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี และพื้นที่พุทธมณฑล อีกทั้งทาง กกล.รส.กองทัพภาคที่ 1 จะเข้าช่วยบริหารจัดการทั้งเรื่องพื้นที่จอดรถ การเปลี่ยนถ่ายพาหนะไปยังจุดรับส่งบริเวณถนนราชดำเนิน และเข้าสู่พื้นที่สนามหลวงต่อไป
พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ทางตำรวจได้เตรียมความพร้อมด้านการจราจร โดยจะมีการปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค.นี้ตั้งแต่แยกหลานหลวง สะพานผ่านฟ้าฯ จนถึงรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้รถวิ่งไปทางสะพานพระราม 8 ส่วนทางฝั่งธนบุรี จะปิดแยกอรุณอมรินทร์ โดยจะให้รถไปจอดที่ฝั่งธนบุรี แล้วลงเรือข้ามฟากที่ท่าวังหลัง มาท่าพระจันทร์ ท่ามหาราช โดยจะมีเจ้าหน้าที่ กทม.เทศกิจ เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และตำรวจ คอยอำนวยความสะดวกให้
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ ระบุว่า ศตส.ได้วางแนวทางปฏิบัติเอาไว้ 2 ช่วงคือช่วงวันที่ 29-31 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าประชาชนจำนวนมากจะเดินทางเข้ามาภายในบริเวณมณฑลพิธี จึงจะปิดการจราจรโดยรอบสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง เช่น ถนนราชดำเนินไปถึงแยกหลานหลวง ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป ปิดแยกอรุณอัมรินทร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. และตามแยกต่างๆ โดยรอบ ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง โดยจะห้ามรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาภายในสนามหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่รถขนส่งมวลชน รถเมล์ ขสมก.เข้ารับส่งประชาชนจากพื้นที่รอบนอกเข้ามายังพื้นที่ชั้นในได้
นอกจากนี้ ช่วงที่ 2 คือการจัดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมโกศจะใช้ระบบรับบัตรคิว มีจุดพักคอย ซึ่งประเมินว่าจะมีประชาชนวันละ 10,000 คนเข้าถวายบังคม โดยจะกำหนดให้เข้าครั้งละ 150 คน ซึ่ง ศตส.จะประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน หากสามารถเพิ่มจำนวนประชาชนได้มากขึ้นกว่าวันละ 10,000 คนก็จะดำเนินการให้
เรียบเรียงโดย ชนุตรา เพชรมูล สำนักข่าวทีนิวส์
