ประเทศไทยต้องใสสะอาด !!!  "ป.ป.ช."  ลั่น มีวิธีแน่นอนเพื่อตอบโจทย์ แก้ปัญหาหรือสถานการณ์การทุจริต ...โดยทำในสิ่งใกล้ตัว

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการวางยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่า ในระยะที่ 3 (พ.ศ. 2

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการวางยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่า ในระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) มีเนื้อหายุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์ต่อปัญหาหรือสถานการณ์การทุจริตที่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆต้องเผชิญอยู่จริง โดยคำนึงถึงบทบาทของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ การแปลงยุทธศาสตร์ชาติฯ ไปสู่การปฏิบัติ การติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติฯ ให้รัฐสภาและสาธารณชน ได้รับทราบ ในทุกปีงบประมาณ

ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบอย่างเข้มแข็งเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมาตรฐานความโปร่งใสเทียบเท่าสากล ดั่งวิสัยทัศน์ที่ว่า ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต (Zero Tolerance and Clean Thailand) โดยมีพันธกิจคือ สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ ทุกภาคส่วนแบบบูรณาการและปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ ให้มีมาตรฐานสากล

การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบโดยเริ่มจากการวางรากฐานทางความคิดของประชาชนที่นอกจากตัวเองจะไม่กระทำการทุจริตแล้ว จะต้องไม่อดทนต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป คนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการสร้างชาติที่สะอาดปราศจากการทุจริต ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียม

 

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่ 3 มี 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

2.ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต

3.สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย

4.พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก

6.ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต

ยุทธศาสตร์ชาติฯระยะที่ 3 มี 5 วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้

1.สังคมมีพฤติกรรมร่วมต้านการทุจริตในวงกว้าง

2.เกิดวัฒนธรรมทางการเมือง (Political Culture) มุ่งต้านการทุจริตในทุกภาคส่วน

3.การทุจริต ถูกยับยั้งอย่างเท่าทันด้วยนวัตกรรม กลไกป้องกันการทุจริตและระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล

4.การปราบปรามการทุจริตและการบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็ว เป็นธรรมและได้รับความร่วมมือจากประชาชน

5.ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย มีค่าคะแนนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อลดปัญหาการทุจริต สามารถยกระดับมาตรฐานจริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใสของประเทศไทยในทุกมิติให้มีมาตรฐานตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention against Corruption : UNCAC) ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ในการเพิ่มระดับคะแนนของดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

 

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์