- 01 พ.ย. 2559
สื่อนอก แผยแพร่บทความ พ่อหลวงทรงทิ้งมรดกที่แท้จริงให้แก่ประชาชนชาวไทย คือแรงบันดาลใจที่เต็มไปด้วยคุณงามความดี
เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่บทความซึ่งเขียนโดย ดร.ไนเจล กูลด์-เดวีส์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกย่อง ความชอบธรรมทางการเมืองที่โดดเด่นนั้น คือมรดกอันแท้จริงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำให้ประเทศไทยเกิดความรุ่งเรือง ทรงเปลี่ยนแปลงเกษตรกรรมจนมีรายได้ระดับปานกลางถึงระดับสูง หลังการครองราชย์ยาวนาน 70 ปี พระองค์ได้รับความเคารพนับถือและความจงรักภักดีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นฐานอำนาจของพระองค์
บทความดังกล่าวได้ระบุว่า สถาบันกษัตริย์ของไทยนับเป็นความชอบธรรมทางการเมืองที่มีรูปแบบเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของภูมิภาคที่แสนวุ่นวายนี้ นั่นคือเหตุผลที่ความชอบธรรมกลายมาเป็นรากฐานสำคัญสุดของการเมืองทุกรูปแบบ ท่ามกลางสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ ซึ่งประชาชนยินยอมเชื่อฟังรัฐบาลที่คัดเลือกมาผ่านกระบวนการเลือกตั้งอย่างเสรีและยุติธรรม ผู้มีอำนาจในหลายรัฐบาลทั่วโลกต่างก็ต้องรับมือกับความท้าทายนี้ มีไม่น้อยที่แกล้งทำตัวเป็นประชาธิปไตย ใช้ลูกเล่นผ่านกระบวนการเลือกตั้งเพื่อทำให้แน่ใจว่าตนยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป บ้างก็นำเรื่องอดีตมาเป็นข้อเรียกร้อง บ้างก็สร้างภาพอนาคตในอุดมคติมาชักจูงใจ หรืออ้างว่าเป็นการปกครองในนามของพระเจ้า มีผู้นำแค่ไม่กี่รายที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน จากบุคลิกลักษณะที่เต็มไปด้วยคุณงามความดี สภาพปัญหาต่าง ๆ ไทยกลับพบการแก้ปัญหาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและหลอมรวมความชอบธรรมหลายประการ ทั้งประเพณีดั้งเดิม ความเป็นสมมติเทพ คุณสมบัติพิเศษที่ดึงดูดใจ ขณะเดียวกันก็ยังเอื้อต่อการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของเศรษฐกิจ ความชอบธรรมที่มีความแตกต่างกันนี้ ได้ก่อให้เกิดบทบาทของผู้ที่มีอำนาจมากมายมหาศาลในเชิงคุณธรรม ที่สูงล้ำขึ้นไปยิ่งกว่าอำนาจตามรัฐธรรมนูญ
นับจากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขึ้นครองราชย์ในขณะที่ทรงพระเยาว์ เมื่อปี 2489 พระองค์ทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อราษฏรในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งยังทรงเป็นผู้นำในด้านการใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงอันเป็นแบบอย่าง ทำให้พระองค์ได้รับความเคารพนับถือและความจงรักภักดีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นฐานอำนาจของพระองค์ นอกจากนี้ ความชอบธรรมอันมากล้นของพระองค์ยังเกิดจากพระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ทรงอุทิศเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ขณะที่พระราชดำรัสเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" หลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ได้กลายมาเป็นแสงส่องทางเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นเหมือนทางสายกลางระหว่างความต้องการพื้นฐานและการพัฒนาที่มีควาสมดุล ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ ทั้งนี้พลังอำนาจในเชิงคุณธรรมของพระองค์ยังมีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มคนมีปืน ดังจะเห็นจากตัวอย่างในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในกรุงเทพฯ พระองค์ทรงเรียกตัว พล.อ. สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง แกนนำฝ่ายต่อต้าน ให้เข้าเฝ้าฯ พร้อมทำการตักเตือนทั้งคู่ ทำให้วิกฤตคลี่คลายลง ไม่มีประเทศอื่นใดที่มีการผสมผสานระหว่างความสง่างามและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบนี้ ในประเทศยุโรปตะวันตกเชื้อพระวงศ์เป็นเสมือนหัวโขนที่ไม่มีอำนาจ แต่พระมหากษัตริย์ของไทยกลับสามารถสร้างบทบาทที่ทรงอำนาจได้ด้วยพลังแห่งการทำตัวเป็นแบบอย่าง แทนการออกคำสั่ง ทั้งยังช่วยนำพาประเทศผ่านอันตรายในช่วงสงครามเย็น เป็นถนนที่พาไปสู่ยุคใหม่โดยที่เจอกับการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าชาติเพื่อนบ้านส่วนใหญ่
เรียบเรียงโดย อัจฉรา สภาพการ
