พลิกปูม “พระเมธีธรรมาจารย์” อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ... ฟ้องด้วยภาพยืนเคียงข้างสมุนแดง ครั้งหนึ่งขอการเมืองอย่ายุ่งสงฆ์

4 พ.ย. ได้มีการออกเอกสารเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรมสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอความกรุณาให้ท่านตรวจสอบข้อมูล ดังนี้ ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงผู

4 พ.ย. ได้มีการออกเอกสารเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรมสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอความกรุณาให้ท่านตรวจสอบข้อมูล ดังนี้

 

  ดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ลงวันที่ 11 ตุลาคม ขอทราบประวัติการบวชของพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีหนังสือร้องเรียนกล่าวหาว่า พระเมธีธรรมาจารย์กระทำการเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชักชวนให้พระภิกษุสงฆ์ คณะสงฆ์ พระสังฆาธิการ เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมคบคิดกันตระเตรียมการชุมนุมเพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด อันอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดอาญา และเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ ในหนังสือของดีเอสไอยังสอบถามด้วยว่าพระเมธีธรรมาจารย์ บวชในบวรพุทธศาสนานิกายไหน ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์อะไร อยู่ในตำแหน่งและมีหน้าที่อะไร

 

 1.ขอทราบประวัติการบวชของพระเมธีธรรมาจารย์(ประสาร จันทสาโร) ตั้งแต่เริ่มออกบวชจนถึงปัจจุบันและในบวรพุทธศาสนานิกายไหน

 2.ปัจจุบันนี้ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) ดำรงสมณศักดิ์อะไร อยู่ในตำแหน่งใดและมีหน้าที่อะไร

 

 3.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการหรือไม่อย่างไรและผลการดำเนินการเป็นอย่างไร ในการนี้ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท ณัฐพล คูหาเรืองรอง เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ มาเป็นผู้ประสานงานโดยตรงด้วยแล้ว

ขณะเดียวกันเมื่อย้อนกลับมาพิจารณาบทบาทของ  พระเมธีธรรมาจารย์  หรือ  เจ้าคุณประสาร ก็มีนัยที่ต้องพิจารณาเช่นเดียวกันว่ายังคงสถานะเป็นสงฆ์ผู้ประพฤติชอบในธรรมวินัย  ในระดับควรเคารพนับถือหรือไม่  อย่างไร   

 

ถ้าพิจารณาจากพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมา เริ่มจากตัวตนของพระเมธีธรรมาจารย์     ถูกสืบค้นว่ามีนามเดิม   คือ     ประสาร  หนองพร้าว    เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม   พ.ศ. 2517 บ้านโคกก่อง  ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด แต่เพิ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก มีราชทินนามตามสัญญาบัตรประกอบพัดยศสมณศักดิ์ว่า  "พระเมธีธรรมาจารย์"   

 

 เมื่อปี 2554 ขณะที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  พระเมธีธรรมาจารย์ถูกมองเป็นสงฆ์สายฮาร์ดคอร์   จากบทบาทการเป็นแกนนำปลุกองค์กรสงฆ์ทั่วประเทศ  ออกมาแสดงพลังในด้านต่างๆ   

 

จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติการณ์ไม่ต่างอะไรกับการเป็นพระสายการเมือง  เพราะมีบทบาทการเคลื่อนไหวในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร  และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

 

โดยเฉพาะเคยนำพระสงฆ์ในสหรัฐเข้าพบปะพูดคุย   ถ่ายรูปร่วมกับนายทักษิณ ที่โรงแรมแฟร์มอนต์   เมื่อวันที่  9 มิ.ย. 2556   ไม่นับรวมการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับคนเสื้อแดง นปช.  และพรรคเพื่อไทยในหลายวาระโอกาส

 

และหลังจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร  22 พ.ค. 2557    พระเมธีธรรมาจารย์     ยังกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทั้ง นายไพบูลย์  นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ  (สปช.)  และ หลวงปู่พุทธะอิสระ    จากประเด็นว่าด้วยแนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนา  ซึ่ง  พระเมธีธรรมาจารย์ ต้องการให้บรรจุพุทธศาสนาเป็น ศาสนาประจำชาติในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ   และบานปลายมาถึงความขัดแย้งเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่  

 

ผ่านการเคลื่อนไหวกดดันเป็นระยะ ๆ  ในนามของ   “ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย”กระทั่ง พระเมธีธรรมาจารย์ ก็ยังถือเป็นชนวนเริ่มต้นเหตุการณ์การขัดแย้งระหว่างทหารกับพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง   หลังจากพระสงฆ์เหล่านั้นถูกพระเมธีธรรมาจารย์  ปลุกระดมออกมาชุมนุมพร้อมกันที่พุทธมณฑล  จ.นครปฐม   ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งดำเนินการแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่โดยเร็ว

 

เรียบเรียบโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์