"ธัมมชโย"เริ่มเคลื่อนไหว!!! ส่งทนายยื่นอัยการ ร้อง DSI ตั้งข้อหาทั้งที่ยังสอบพยานไม่จบ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รายละเอียด)

"ธัมมชโย"เริ่มเคลื่อนไหว!!! ส่งทนายยื่นอัยการ ร้อง DSI ตั้งข้อหาทั้งที่ยังสอบพยานไม่จบ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รายละเอียด)

นายสมชาย มีบางยาง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีการดำเนินคดีกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เชื่อมโยงกับพระธัมมชโย โดยมีนายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 ในฐานะคณะโฆษกอัยการสูงสุด เป็นผู้รับเรื่อง

 นายสมชาย เปิดเผยว่ากรณีที่พระธัมมชโยถูกพนักงานสอบสวนดีเอสไอ แจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ ว่ากรณีดังกล่าวมีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประเด็นที่ต้องการร้องขอให้อัยการให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน และให้มีการสั่งสอบพยานเพิ่มเติมเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา

สำหรับประเด็นในหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ที่พระธัมมชโยตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้อัยการตรวจสอบประกอบด้วย
1.กรณีการตั้งข้อหาในคดีพิเศษ 63/2557 ซึ่งดีเอสไอตั้งข้อหานายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯกับพวกฐานฉ้อโกงประชาชน ย่อมแสดงให้เห็นว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่เงินของสหกรณ์ เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นเงินของกลางในคดีอาญา ซึ่งจะต้องคืนให้ประชาชนผู้เสียหาย

2.คดีพิเศษที่ 146/2556 ดีเอสไอตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่าลักทรัพย์นายจ้าง แสดงว่าเงินเป็นของสหกรณ์ ซึ่งเป็นนายจ้างของศุภชัย
3.ในคดีพิเศษที่ 146/2556 จะเห็นว่าเจ้าของทรัพย์คดีดังกล่าวคือสหกรณ์ ส่วนเจ้าของทรัพย์คดีพิเศษที่ 63/2557 คือประชาชนผู้ถูกนายศุภชัยหลอกลวง ซึ่งเป็นคนละคนกัน ทั้งที่เป็นทรัพย์จำนวนเดียวกัน การดำเนินคดีทั้ง 2 คดี จึงมีความขัดแย้งกัน เป็นการตั้งข้อหาที่ซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันเอง

ทั้งนี้ หนังสือร้องขอความเป็นธรรมยังระบุด้วยว่า
4. คดีฟอกเงินในคดีพิเศษที่ 27/2559 ตั้งข้อหาจากคดีมูลฐานคือฉ้อโกงประชาชน แต่คดีดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยุติว่านายศุภชัยกระทำผิดตามข้อกล่าวหา ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนเร่งรัดตั้งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโยฐานร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ 5. ยังมีพยานปากสำคัญอีกนับ 10 ราย ที่พนักงานสอบสวนยังไม่สอบปากคำ ถือว่าการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ประกอบไปด้วย นายศุภชัย ศรีศุภอักษร  อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากที่ถูกศาลอาญาพิพากษา จำคุก 8 กระทง 32 ปี  คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ  สำนวนแรก  พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรือนายไชยบูรณ์ สุทธิผล และ น.ส.ศรัณยา มานหมัด ถูกออกหมายจับซึ่งยังติดตามตัวมาไม่ได้  นางทองพิน กันล้อม และนางศศิธร โชคประสิทธิ์  ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาที่ 1-5 

 

 

รายงานโดย    นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์    สำนักข่าวทีนิวส์