- 15 พ.ย. 2559
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ครม.ถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายกับผู้เกี่ยวข้องในคดีรับจำนำข้าว ส่วนที่เหลืออีก
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ครม.ถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายกับผู้เกี่ยวข้องในคดีรับจำนำข้าว ส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 142,868 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานที่ได้รับผิดชอบ คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยแบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร หรือกลุ่มของรัฐมนตรีและอนุกรรมการเกี่ยวกับนโยบายข้าว ประมาณ 2,000 รายชื่อ กลุ่มผู้ปฏิบัติ หรือกลุ่มรายกระทรวงเดิม มีองค์กรต่างๆ และข้าราชการ ประมาณ 4,000 ราย รวม 6,000 ราย ซึ่งจำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดแต่จะต้องมาตรวจสอบรายละเอียดก่อนว่าใครต้องรับผิดอะไรและเป็นเพราะอะไร เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีและ ครม.รับทราบ และสุดท้ายกลุ่มผู้ประกอบการ หรือภาคเอกชน เช่น โรงสี คลังสินค้า ซึ่งยังรวบรวมไม่เรียบร้อย เนื่องจากมีข้อมูลไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ปฏิบัติ โดยกระทรวงมหาดไทย กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งมาให้ตนพิจารณาต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเพื่อหาผู้รับผิดชอบความเสียหายส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ หรือ 142,868 ล้านบาท ว่าศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบครบถ้วนแล้ว โดยข้อมูลที่พบเป็นเพียงรายละเอียดว่าคณะกรรมการชุดต่างๆ และบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดบ้าง เพื่อนำไปขยายผลตรวจสอบลงลึกไปในการกระทำของแต่ละบุคคลที่เข้าข่ายต้องรับผิดทางละเมิดต่อไป
ขณะนี้ ป.ป.ท.มีมติให้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวในขั้นตอนต่างๆ แล้ว 515 สำนวน จากทั้งหมด 986 สำนวน เพื่อให้การไต่สวนในทุกสำนวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เสร็จภายในกรอบเวลา 6 เดือน สัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ท.จากทุกเขตพื้นที่มาประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ และอาจพิจารณาออกคู่มือการสอบสวนคดีทุจริตรับจำนำพืชผลเกษตร เพื่อใช้เป็นกรอบในการสอบปากคำและเก็บรวบรวมหลักฐาน
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทินิวส์
