หรือโลกกำลังจะเปลี่ยน !!! มหาอำนาจโลก ยกหูหา "ทรัมป์" เป็นการส่วนตัว ...จับตาเกมส์นี้จะเดินอย่างไร ???

ในเพจ ปอกเปลือกทรราช ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ปูตินกับทรัมป์ยกหูถึงกันหารือเกี่ยวกับปัญหาซีเรียและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ทำเนียบเครมลินแถลง วันที่ 14 พ.ย.59 RT รายงานว่า ว่าที่ประธานาธิบด

วันที่ 14 พ.ย.59 RT รายงานว่า ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้สนทนากันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการหารือกันเกี่ยวกับปัญหาในซีเรีย และตกลงที่จะปรับปรุงและพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีร่วมกัน พระราชวังเครมลินทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียออกแถลงการณ์

ในการสนทนากันทางโทรศัพท์ ผู้นำทั้งสองท่านได้ตกลงร่วมกันว่ามีทัศนคติที่ตรงกันในความพยายามที่จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการต่อสู้ศัตรูหมายเลขหนึ่งร่วมกัน ซึ่งก็คือองค์กรก่อการร้ายสากลและพวกลัทธิสุดโต่ง (international terrorism and extremism) [นึกว่าจะหมายถึงโอบามาและนางฮิลลารี่ซะอีก เอิ้กๆ… - ผู้แปล] ทำเนียบเครมลินกล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของรัฐบาลเมื่อวันจันทร์นี้ ทำเนียบเครมลินกล่าวต่ออีกว่า ปูตินและทรัมป์ยังได้หารือกันถึงการแก้ไขวิกฤตในซีเรียด้วย

ปูตินและทรัมป์ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการสร้างบรรทัดฐานที่มั่นคงให้กับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และการทำงานร่วมกันโดยมุ่งไปที่ ความร่วมมือที่สร้างสรรค์ (constructive cooperation) ทำเนียบเครมลินกล่าว

ทั้งประธานาธิบดีและว่าที่ประธานาธิบดีได้ตกลงกันว่าจะทำการติดต่อกันทางโทรศัพท์ต่อไปและหารือกันถึงแนวคิดในการพบปะกันอย่างเป็นทางการด้วย

แถลงการณ์ระบุว่า ปีหน้า รัสเซียและสหรัฐจะฉลองครบรอบ 210 ปี ในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นแรงจูงใจให้ทั้งสองคนย้อนกลับไปสู่ความร่วมมือในผลประโยชน์ร่วมกันในทางปฏิบัติที่จะส่งผลให้เกิดความพึงพอใจต่อทั้งสองประเทศ สนับสนุนเสถียรภาพ และความปลอดภัยทั่วโลก

ทีมงานของทรัมป์ได้ออกแถลงการณ์ว่า ปูตินแสดงความยินดีกับชัยชนะจากการเลือกตั้งของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัมป์มีความกระตือรือร้นเป็นเป็นอย่างมากที่จะได้สร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยั่งยืนกับรัสเซียและประชาชนชาวรัสเซีย

[ต่างกับนโยบายของโอบามาและนางฮิลลารี่คลินตันไหมครับ? ฝ่ายเดโมแครทมองว่ารัสเซียเป็นศัตรู หาเรื่องรัสเซียมาโดยตลอด วาดภาพให้รัสเซียเป็นปีศาจร้าย อียูก็บ้าจี้ไปด้วย แต่ทรัมป์บอกว่า ผมอยากเป็นมิตรกับรัสเซีย จริงๆแล้ว มีจุดที่น่าสังเกตในชัยชนะของทรัมป์จากการเลือกตั้งในครั้งนี้อยู่อย่างหนึ่ง คือการแอบให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆของรัสเซีย ยังไงครับ?

1) การที่วิกิลิคส์ออกมาแฉเรื่องอีเมล์ของคู่แข่งของทรัมป์อย่างต่อเนื่อง (เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ารัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งแฮ็กเกอร์ Wikileaks)

2) ในขณะที่สื่อฯกระแสหลักของสหรัฐและอียูหรือแม้กระทั่งทั่วโลกต่างก็พากันเชียร์นางฮิลลารี่ คลินตัน แต่สื่อฯหลักของรัสเซียอย่าง RT และ Sputnik ที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกและมียอดผู้ชมเป็นจำนวนมาก กลับเล่นข่าวด้านลบของนางฮิลลารี่และค่อนข้างเชียร์ทรัมป์ ซึ่งตรงกันข้ามกับสื่อฯของฝ่ายเดโมแครท นางฮิลลารี่ยอมรับว่าหนึ่งในสาเหตุที่ตัวเองพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ก็คือเรื่องอีเมล์ และพยายามโยนความผิดให้ FBI ที่ตอนแรกบอกว่าอีเมล์ของฮิลลารี่ไม่มีอะไรผิดปรกติ

ต่อมาก็เข้าไปทำการตรวจสอบ เพราะว่าวิกิลีคส์แฉมาเรื่อยๆ ทุกวัน จากนั้นผอ. FBI ก็ไปแถลงต่อสภาอีกว่า ไม่มีอะไรผิดปรกติในอีเมล์ของนางฮิลลารี่ คนจะคิดอย่างไร? นางฮิลลารี่ใช้อิทธิพลของตนเองสั่ง FBI ได้? ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเรื่องนี้ฮิลลารี่โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ล่าสุด House Oversight Committee ซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบภายในบอกว่าจะทำการสืบสวนสอบสวนกรณีของนาฮิลลารี่ต่อไป

เมื่อเร็วๆนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับ CBS ทรัมป์ได้พูดถึงเรื่องอนาคตของผอ. FBI คนปัจจุบันประมาณว่า ผมต้องการจะคุยกับเขาก่อน ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะปลดเขาหรือไม่

เมื่อวานนี้รายงานข่าวต่างประเทศบอกว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยกหูโทรศัพท์ถึงทรัมป์ แสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต่อไป "ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า ความร่วมมือกันเป็นเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้นสำหรับจีนและสหรัฐ" (The facts prove that cooperation is the only correct choice for China and the United States.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าว อ้างโดยสำนักข่าวซินหัวของจีน

ผู้นำจีนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องเสริมสร้างความร่วมมือกัน สนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขยายขอบเขตการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในทุกสาขา รับประกันว่าประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้รับผลประโยชน์ที่จับต้องได้มากขึ้น และผลักดันการพัฒนาในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐให้ดียิ่งขึ้น

คราวนี้อย่างน้อยก็มีอยู่ปัญหาหนึ่งระหว่างสหรัฐกับจีน ตามนโยบายในการหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งทรัมป์พูดเพื่อโยนความผิดให้จีน แม้จะไม่บอกตรงๆก็ตาม แต่ท่าทีที่แสดงออกมานั้นเหมือนกับต้องการจะสื่อฯให้คนอเมริกันต่อต้านจีน เพราะว่าสินค้าจีนเข้าไปตีตลาดในสหรัฐเป็นอย่างมาก รวมทั้งอัตราว่างงานของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่สหรัฐผลิตได้ จีนก็ทำได้ แต่มีราคาถูกกว่า ไม่ว่าสมัยไหนก็ตามสหรัฐจะไมโทษตัวเองกับความล้มเหลวของตัวเอง แม้ว่าคู่แข่งจะเล่นตามกติกาเดียวก็ตาม สหรัฐจะโวยวายว่าเป็นความผิดของคู่แข่งที่สหรัฐอ่อนแอ และมองว่าคู่แข่งเป็นภัยคุกคาม

ในการหาเสียงทรัมป์เคยพูดว่าจะตั้งกำแพงภาษี 45% เพื่อสะกัดสินค้าจีนและกีดกันพวกนักธุรกิจจีนที่่เข้าไปลงทุนหรือฮุบกิจการต่างๆในสหรัฐ จีนเล่นตามกติกาของระบอบทุนนิยมที่ตะวันตกชื่นชมว่ายุติธรรม เท่าเทียมกัน และมีเสรีภาพและแฟร์ที่สุด แต่พอค้าขายสู้จีนไม่ได้ ก็โวย โวย และโวย

จีนก็ตอกกลับไปว่า (ก่อนที่ปธน.สี จิ้นผิง จะยกหูโทรศัพท์คุยกับทรัมป์) หากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจขึ้นภาษี 45% กับสินค้าที่นำเข้าจากจีน กรุงปักกิ่งก็จะใช้วิธี หนามยอกเอาหนามบ่ง (tit-for-tat) เช่นกัน ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อยอดสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง ยอดขาย iPhone และการนำเข้าเมล็ดข้าวโพดและถั่วเหลืองจากสหรัฐด้วย สื่อฯจีนรายงาน - ผู้แปล]

 

อ้างอิงจาก The Eyes  เพจ ปอกเปลือก ทรราช  ,https://www.facebook.com/fisont , https://vk.com/theeyesproject

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทินิวส์