- 16 พ.ย. 2559
อ่านแล้วแชร์วนไป...!!!"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค"เปิดข้อมูลพบยาปฏิชีวนะตกค้างในแซนวิสไก่อบฟาสฟู๊ดยี่ห้อดัง(รายละเอียด)
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลการทดสอบเนื้อสัตว์ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในอาหารฟาสฟู๊ด โดยศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อได้เก็บตัวอย่างอาหารฟ๊าสฟู๊ด อาทิ ไก่ทอด นักเก็ต สเต็กหมู สเต็กไก่ เนื้อ ในร้านจำหน่ายอาหารฟาสฟู๊ดที่มีหลายสาขา 18 ตัวอย่างเพื่อตรวจหายาปฏิชีวนะ 6 ชนิด
จากการทดสอบ พบแซนวิสไก่อบของร้านแห่งหนึ่งมียาปฏิชีวนะเตตตร้าไซคลีน (Tetracyline) 13.73 ไมโครกรัมต่อ 1 กิโลกรัม ไม่เกินค่ามาตรฐานสากลที่อนุญาตให้ใช้ที่ 200 ไมโครกรัม ต่อ 1 กิโลกรัม แต่อย่างไรก็ตาม การพบยาปฏิชีวนะดังกล่าว เป็นการยืนยันว่าในประเทเทศไทยมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการบวนการเลี้ยงสัตว์ จึงอยากเรียกร้องผู้ประกอบการอาหารฟ๊าสฟู๊ดรายใหญ่หรือผู้เลี้ยงสัตว์รายใหญ่มีนโยบายและแผนการลดการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์
รศ.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า ยาปฏิชีวนะตามปกติจะใช้เมื่อสัตว์ป่วยเท่านั้น การเลี้ยงสัตว์จะให้ยาปฏิชีวนะเมื่อป่วยเท่านั้น และใช้ในปริมาณที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้หมด ไม่ให้เหลือเชื้อโรคแม้แต่เซลล์เดียว เพราะมันต่อสู้เพื่อให้ตัวเองรอด และสามารถแพร่จำนวนได้มหาศาลภายใน 15 นาที แต่ปัญหาคือในหลายประเทศทั่วโลก และประเทศไทยมีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการป้องกันโรค เพื่อเร่งการเจริญเติบโตย่นระยะเวลาในการเลี้ยงดูให้สั้นลง ซึ่งถือเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล ทำให้ยานั้นตกค้างในอวัยวะของสัตว์ เครื่องใน ผิวหนัง เนื้อบางส่วนแล้วแต่กลุ่มของยาปฏิชีวนะ
ในขณะที่ผู้บริโภคมักเข้าใจว่ายานั้นจะหายไปได้จากการชำแหละ และกระบวนการปรุงอาหาร แต่ปัญหาคือประเทศไทยมีการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ จึงมีโอกาสตกค้าง และก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ จากนั้นเมื่อรับเชื้อเข้าไปแล้วสามารถทำให้เกิดการดื้อยาได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้มีข้อมูลว่า เชื้อดื้อยาจะมียีนที่สามารถดื้อต่อยาข้ามกลุ่มได้ ดังนั้นอย่าใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นเพราะ ถ้าใช้ต้องให้ครบโดส ที่สำคัญคือในภาคการเลี้ยงสัตว์นั้นภาครัฐก็ต้องกำกับให้มีการใช้เพื่อการรักษาโรคเท่านั้นไม่ใช้เพื่อเร่งการเจริญเติบโค รวมถึงอย่าปล่อยน้ำหรือของเสียจากแหล่งที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่บำบัด ซึ่งประเทศไทยมีปัญหานี้มาก
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ที่มา มูลนิธิเพื่่อผู้บริโภค
