- 19 พ.ย. 2559
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ผ่านมานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือโคร่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งเป็นเข
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ผ่านมานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือโคร่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งเป็นเขต ทหารศูนย์ฝึกการรบพิเศษ ค่ายหนองตะกู
ทั้งนี้จากการสำรวจพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง พบว่ามีการบุกรุกป่าเป็นพื้นที่กว้างตั้งแต่เขาเชื่อม เขานกยูง เขา ภูหลวง ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ไม่เท่ากันนั้นคาดว่าอาจ ถูกบุกรุก และถือครองไม่ถูกต้องกว่า 5,000 ไร่ แต่ที่น่าตกใจก็คือที่ดินกว่า 20 เปอร์เซ็นที่กันไว้ให้เป็นป่าทึบสำหรับระบบนิเวศน์ เพื่อเป็นต้นน้ำปรากฏว่าทางนิคมสร้างตนเองฯ
สำหรับขบวนการยักยอกที่ดินหลวง ซึ่งจะถูกดำเนินการในเร็ววันนี้ ไล่ลำดับมาตั้งแต่ชาวบ้าน นายหน้าซื้อขายที่ดินซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนันในพื้นที่ ข้าราชการฝ่ายปกครอง ข้าราชการสำนักงานที่ดิน อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียว บางคน แต่ทั้งหลายทั้งปวงต้องได้รับความร่วมมือจากสำนักงานที่ดินเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นที่เก็บเอกสารเกี่ยวข้องต่างๆ หรือสารบบที่ดิน อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทั้งหมดนอกจากนี้ยังมีบรรดา ผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการยักยอกที่ดินหลวงยังมีนายทุน หรือผู้ถือครองอีกด้วยซึ่งจะต้องสอบสวนลงรายละเอียดไปด้วยว่า ใครคือนายทุนตัวจริง หรือเป็นเพียงนอมินีสมอ้างกันเท่านั้น บางคนเป็นนักปั่นราคาที่ดิน บางคนซื้อเพราะถูกหลอกก็มี เช่น คุณหญิงคนดังของสังคมคนหนึ่ง ก็ได้ไปปลูกบ้านหลังใหญ่ในพื้นที่หลาย 10 ไร่ในเขต อ.วังน้ำเขียว ประเมินมูลค่านับ 100 ล้านบาทแต่ถูกยึดไว้ตรวจสอบด้วย เป็นต้น
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า สำหรับอดีตข้าราชการใหญ่เจ้าของบ้านตากอากาศที่ตกเป็นข่าวนั้นชาวบ้านยืนยันว่าเคยเห็นนาย "ธ" อดีตอธิบดีกรมในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เคยแวะมา 2-3 ครั้ง แต่จากการตรวจสอบไม่พบรายชื่อ คาดว่าน่าจะใช้ตัวแทนรับสมอ้างเป็นเจ้าของ
ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบกฎหมาย เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2559 โดยให้ผู้ครอบครองที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป ไปยื่นคำร้องเพื่อแสดงสิทธิต่อสํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันปิดประกาศ
พร้อมกันนี้ ให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดินของผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
หากไม่มายื่นเอกสาร หรือสํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาแล้วไม่เห็นชอบ หรือไม่ปรากฏว่ามีผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย ให้เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ในเวลาที่กำหนด และสั่งให้ผู้ครอบครองรื้อถอน ทําลาย หรือกระทําการอื่นใดในพื้นที่เป้าหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคําสั่ง
นอกจากนี้ ยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปสํารวจและรังวัดพื้นที่เป้าหมาย หรือตรวจสอบการครอบครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ออกคําสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่หรือมาให้ถ้อยคําหรือส่งมอบเอกสาร และยึด รื้อถอน ทําลาย หรือกระทําการอื่นใด กับสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับดังกล่าว ได้ให้อำนาจ สปก.กำหนดและประกาศพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1.ที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป 2.ที่ดินที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทําประโยชน์แล้ว และครอบครองโดยบุคคลที่มิใช่ผู้ได้รับการจัดที่ดินมีเนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ ขึ้นไป 3.ที่ดินที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งมอบแก่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว และมีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป
ทั้งนี้ เมื่อสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศกําหนดพื้นที่เป้าหมายแล้ว ให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดปิดประกาศพื้นที่เป้าหมายไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการกํานัน ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน และที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งท้องที่ซึ่งพื้นที่เป้าหมายตั้งอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน
สำหรับสาเหตุที่ต้องออกคำสั่ง เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติตั้งแต่ปี 2536 ให้มีการส่งมอบพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรมเพื่อนําพื้นที่ไปดําเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่จนถึงปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังมีแปลงที่ดินที่ยังมิได้ทําการสํารวจรังวัดอยู่อีกเป็นจํานวนมาก เนื่องจากมีผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กลุ่มบุคคลดังกล่าวต่างไม่ให้ความร่วมมือหรือความยินยอมเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือแม้กระทั่งในบางรายที่ได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่การส่งมอบพื้นที่คืนเพื่อให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนําไปดําเนินการจัดที่ดินตามกฎหมายก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามคําพิพากษา
นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีบุคคลซึ่งไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์โดยอ้างสิทธิในที่ดินจากการซื้อขายต่อจากเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินหรือมีการเปลี่ยนมือที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ และได้นําพื้นที่ดังกล่าวไปประกอบเกษตรกรรมในรูปแบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยวซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างรุนแรงในระยะยาว หรือในบางกรณีปรากฏพื้นที่ข้างเคียงเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังคงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งหากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสม อาจมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
