ทำอะไรไว้ต้องชดใช้ในชาตินี้ !!!  ย้อนดูชัดๆ พฤติกรรม“กิมเอ็ง” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไมเจอคุก 150 ปี...คดียาวเป็นหางว่าว

วานนี้ 18 พฤศจิกายน 2559 ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดี ดำ อ.3766/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง อายุ 62 ปี พี่สาวนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ

วานนี้ 18 พฤศจิกายน 2559  ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดี ดำ อ.3766/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง อายุ 62 ปี พี่สาวนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ นางไก่ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงและค้ามนุษย์, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ ธนธรณ์โฆษิตจิร อายุ 68 ปี , นายถาวร พวงประทุม อายุ 66 ปี และ นายศักดิ์ สิริยาคม อายุ 50 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ , ร่วมกันฉ้อโกง , ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสาราชการปลอม

     

อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2559 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2553 - 16 มี.ค.2557 จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันหลอกลวงบริษัท ฮุ่ยเหลียง สกรีน พริ้นติ้ง จำกัด โดยมี น.ส.นิธิกุล ทวีโชติธนกุล กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ผู้เสียหายที่ 1,นาง อรวรรณ กงกุล ผู้เสียหายที่ 2,นาย ธีระ ตัณฑรังสี ผู้เสียหายที่ 3 และ น.ส.ขวัญเรือน อินทร์เขียว ผู้เสียหายที่ 4 หลายครั้งหลายหน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จอ้างว่า ถ้าหากทำบุญกับเบื้องสูงจะได้บุญมากกว่าการทำบุญด้วยวิธีการอื่นๆ โดยเฉพาะผลไม้เมื่อเอาผลไม้เข้าไปถวายแล้ว ท่านจะนำผลไม้ส่วนหนึ่งไปทำบุญกับพระสมเด็จ (พระราชาคณะชั้นสมเด็จขึ้นไป) ตามวัดต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปแจกให้กับเบื้องสูง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา

     

นอกจากนี้จำเลยยังหลอกลวงว่า จะช่วยวิ่งเต้นให้เพื่อนของผู้เสียหายที่ 1 ได้รับงบประมาณขุดลอกคูคลองทางภาคอีสานจากหน่วยงานราชการ และอ้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมของคุณหญิง ท่านหนึ่ง ให้ผู้เสียหายที่ 1 เอาเงินไปซื้อแหวนเพชรและเอาเงินสดไปดูแลและรับรองคุณหญิงคนดังกล่าว รวมทั้งยังได้หลอกลวง ผู้เสียหายที่ 1 และผู้เสียหายอื่น หลายครั้ง เช่น การจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้แก่ จำเลยที่ 1 ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแล้ว อ้างประกาศต่อหน้าผู้มาร่วมงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง นำของขวัญมามอบให้ และพวกจำเลยยังได้ หลอกลวงให้ร่วมทำบุญทอดกฐินพระราชทาน รวมทั้งให้ตัดเสื้อผ้าจำนวนหลายชุด อ้างว่าจะนำไปสวมใส่ในงานกฐินพระราชทานที่วัดในจังหวัดสมุทรสาคร และจำเลยที่ 1 ยังได้ปลอมหนังสือของสำนักราชเลขาธิการด้วย รวมเงินที่พวกจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนทั้งสิ้น 5,140,880 บาท โจทก์จึงขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย และขอให้ศาลสั่งพวกจำเลย คืนเงินหรือชดใช้เงิน แก่ผู้เสียหายจำนวนดังกล่าวด้วย

ศาลได้สอบคำให้การจำเลยแล้ว ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 และ 4 รับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี โดยให้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 และ 3 ภายใน 7 วัน ตามกฎหมาย

      

ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และ 4 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปฐาน ดูหมิ่นเบื้องสูง 5 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี เป็น 10 ปี ฐานฉ้อโกง 2 กระทง ๆ ละ 7 ปี เป็น 14 ปี และ ฐานฉ้อโกง และฐานหมิ่นประมาทเบื้องสูงอีก 24 กระทง ๆ ละ 5 ปี เป็นจำคุกคนละ 120 ปี รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 144 ปี

      

นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมอีก 2 กระทงๆละ 3 ปี เป็นจำคุกจำเลย 1 ไว้ 150 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 144 ปี

      

คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 75 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 72 ปี อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายบัญญัติไว้ให้จำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 50 ปี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย ตามฟ้องด้วย

 

ย้อนกลับไป 1 กันยายน 2559   ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางรัศมีจันทร์ ภักดิ์ดีชนก นายกสโมสรไลอ้อนส์ จ.ปทุมธานี และ ประธาน หจก.ภักดีชนก เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัทปกรณ์ ปัญญาดี รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม หรือกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี พี่สาวต่างมารดาของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง กรณีที่หลอกลวงให้ตนในนาม หจก.ภักดีชนก ร่วมทำโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกรณีการผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างเบื้องสูง โดยนำเอกสารและภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง มามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

นางรัศมีจันทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับนางกมนทรรศน์ ผ่านทางบุคคลสำคัญคนหนึ่ง แล้วมีการแลกแอพพลิเคชั่นไลน์กันไว้ โดยแอบอ้างว่าเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลคนดีศรีแผ่นดิน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้พบกับนางกมนทรรศน์ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในระหว่างที่เดินทางไปลงนามถวายพระพร ซึ่งนางกมนทรรศน์ ได้ส่งรูปภาพที่เคยถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญระดับสูง ส่งมาให้ตนดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการขอร่วมเป็นตัวแสดงในสารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัครนักแสดง นางกมนทรรศน์ ก็ร่วมเดินทางมาพร้อมคณะ ประมาณ 10 คน ที่เป็นบุคคลปรากฏตามสื่อ เป็นที่รู้จักพอสมควร โดยใช้รถยนต์หรู ทะเบียนเลขตัวเดียว ทำให้ตนเชื่อถือ และด้วยบุคลิกท่าทาง คำพูดคำจาของนางกมนทรรศน์ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเกรงใจ

 

นางรัศมีจันทร์ กล่าวต่อว่า ด้วยประวัติหรือโปรไฟล์ของนางกมนทรรศน์ ที่ตนได้รับมาก่อนหน้านี้ก็ยิ่งทำให้เชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาหลอกลวง อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ นอกจากตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับนางกมนทรรศน์ แล้ว ก็จะให้ข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ หจก.ภักดีชนก เพื่อยืนยันว่าทาง หจก.ภักดีชนก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนางกมนทรรศน์ แต่อย่างใด ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับทาง พล.ต.ต่อคุณ ภักดีชนก ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะตนป่วยเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ ต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และเมื่อออกจากโรงพยาบาล มาพักฟื้นที่บ้น และพร้อมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

 

 

 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ชุดสืบสวนมีหลักฐานสำคัญ เป็นภาพถ่ายในงานวันเกิดของนางกมนทรรศน์ หรือกิมเอ็ง โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า มีการจัดงานดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 ต่อเนื่องจนถึงปี 2554 ซึ่งมีบุคคลจากแวดวงต่างๆ มาร่วมงานวันเกิดที่จัดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยชุดสืบสวนพบเส้นทางความเชื่อมโยงระหว่างนางกมนทรรศน์ กับนายสมศักดิ์ ว่าภายหลังนายสมศักดิ์ ถูกให้ออกจากราชการเพราะเคยถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำผิดวินัย เมื่อปี 2550 จึงไปรู้จักกับนางกมนทรรศน์ และร่วมวางแผนในการกระทำความผิดร่วมกัน โดยมีนายถาวร ร่วมมือด้วย เนื่องจากเป็นเพื่อนเจ้าหน้าที่ของสมศักดิ์ มาก่อน

 

 สำหรับพฤติการณ์กระทำความผิด ก็จะมีการแบ่งหน้าที่กัน โดยในส่วนของนางกมนทรรศน์ จะสวมบทบาทเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ส่วนนายสมศักดิ์ และนายถาวร จะแสร้งแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากวัง นำดอกไม้พระราชทานมาถึงนางกมนทรรศน์ เนื่องในวันเกิด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีการกระทำเช่นนี้หลายครั้งในการหลอกลวงผู้เสียหายที่ผ่านมา นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ที่มาร่วมงานวันเกิดของนางกมนทรรศน์ โดยเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลอีกอย่างน้อย 2-3 คน ซึ่งคอยทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน

 

 

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์