- 23 พ.ย. 2559
เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าคณะทำงานอัยการได้พิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติม และหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจา
เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าคณะทำงานอัยการได้พิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติม และหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ต้องหาครบถ้วนแล้ว จึงได้มีคำสั่งคดีเมื่อวานนี้ (22 พฤศจิกายน)
โดยมีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ผู้ต้องหาที่ 1 /นางศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิน กันล้อม อดีตรองประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งอัยการนัดให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวมาให้อัยการ แล้วมาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อส่งฟ้องต่อศาล
และอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาที่ 2 และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5
ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาสองคนนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้ส่งตัวให้อัยการ จึงแจ้งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดตามตัว พระธัมมชโย และนางสาวศศิธร มาให้อัยการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนขาดอายุความ 15 ปี
ด้านนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า ในส่วนพระธัมมชโย กับนางสาวศศิธร หากอัยการได้รับตัวมาอัยการก็จะต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องทั้งสองคน และทำการสอบสวนก่อน ซึ่งหากมีพยานหลักฐานใหม่ อัยการก็อาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงการสั่งคดีในส่วนสองคนนี้ได้
ยอมรับว่าการสั่งคดีนี้มีความล่าช้า เนื่องจากมีทรัพย์สินเกี่ยวข้องจำนวนมาก ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่พบว่ามีการจ่ายเช็ค 27 ฉบับ จากนายศุภชัย / นางสาวศรัณยา / และนางทองพิน ไปยังพระธัมมชโย และนางสาวศศิธร รวมประมาณ 1,400 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 ถึง เมษายน 2556
จึงต้องดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อผลประโยชน์ของผู้เสียหาย ที่สามารถใช้สิทธิขอรับการเยียวยารับเงินคืนได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย และยืนยันอัยการทำงานเต็มที่หลังได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
ย้อนกลับไป วานนี้ 22 พฤศจิกายน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า คดีนี้แม้จะเป็นหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่เชื่อมโยงกับอัยการด้วย ถ้าอัยการไม่ฟ้อง หรือทำสำนวนไม่เรียบร้อยก็จะนำตัวมาลำบาก ดังเช่นการไปนำตัวครั้งแรกที่มีปัญหาเนื่องจากอัยการไม่เห็นด้วยกับสำนวนของดีเอสไอ ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะนำตัวพระธัมมชโยมาส่งให้อัยการ แต่ถ้าอัยการไม่สั่งฟ้องก็จบอยู่ดี
บ้านเมืองนี้ต้องอยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย ผมไม่เชื่อว่าใครจะอยู่เหนือกฎหมายได้ เพียงแต่ทุกคนย่อมต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม โดยกรณีนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมจะมองว่าวัดพระธรรมกายท้าทาย แต่ผมไม่เชื่อว่าสังคมจะยอมรับการท้าทาย ผมอยากให้สังคมแยกเรื่องกฎหมายกับศาสนาออกจากกัน ไม่อยากให้ไปมองในเรื่องของการท้าทาย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาปะทุขึ้นมาอีก
เมื่อถามว่า หากยิ่งช้าจะยิ่งทำให้วัดพระธรรมกายชะล่าใจหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สิ่งที่ผ่านมามีคดีที่ไม่ฟ้องเพราะไม่มีหลักฐานที่มีความผิด เป็นบทเรียนให้สังคมหวั่นเกรงในเรื่องของอิทธิพลและการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราต้องมั่นใจเพราะอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการก็คนละยุคคนสมัย เขาคงมีเหตุผลของเขา โดยเหตุผลเดิมเขาอ้างเรื่องความไม่สงบเรียบร้อย ตนเลยบอกไปว่าจำเป็นต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ แต่อัยการไม่ต้องถามฝ่ายความมั่นคงก็ได้ เพราะเป็นอิสระต่อกัน
ถามอีกว่า ถ้าวันที่ 30 พ.ย.59 อัยการสั่งฟ้องจะพร้อมเข้าไปนำตัวพระธัมมชโยหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการตามนั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เด็ดขาด เพราะการเข้าไปครั้งแรกมีบทเรียนมาแล้วว่ามีปัญหากระทบกระทั่งกัน และไม่คุ้มค่าถ้านำตัวมาแล้วอัยการไม่สั่งฟ้อง ดังนั้นจึงต้องอดทนรออีกสักนิด เพื่อให้มั่นใจและพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับอัยการ
เมื่อถามว่า มีข่าวลือว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ข่าวลือคือข่าวลือ ไม่ใช่ข่าวกรอง ตามข้อมูลแล้วตนได้รับรายงานว่ายังอยู่ในวัด อย่างไรก็ตาม เราได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วในเรื่องการเข้า-ออกประเทศ แต่ก็เห็นกันแล้วว่าเรื่องหลบหนียังมีอยู่ในประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องลำบากที่จะไปควบคุมทุกตารางเมตรในประเทศไทย
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
