ศิษย์ธรรมกายว่ายังไง !!! "ดีเอสไอ" พร้อมเข้าจับ "ธัมมชโย" ...เปิดแผนปฏิบัติการครบมือ  งานนี้ถ้าอยู่ในวัด หนีไม่รอด

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นควรสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหาที่ 2 และ

จากกรณี สำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นควรสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร โชคประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 5 ในฐานความผิดสบคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

 

ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่าดีเอสไอพร้อมเข้าจับกุม พระธัมมชโยทันทีหากมีหนังสืออย่างเป็นทางการจากอัยการส่งมายังดีเอสไอ ทั้งนี้จะได้ร่วมประสานหน่วยงาน ตำรวจ ทหาร เพื่อสนธิกำลัง เข้าจับกุม ส่วนแผนปฏิบัติการได้ทำไว้หมดแล้ว

 

ในส่วนของดีเอสไอก็จะต้องดำเนินการให้ได้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มาส่งฟ้องตามที่อัยการสั่งคดี ซึ่งเป็นหน้าที่ของดีเอสไออยู่แล้ว ทั้งนี้ ตามขั้นตอนหลังจากที่อัยการมีความเห็ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก็จะมีหนังสือส่งให้ดีเอสไอจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามามอบให้กับอัยการ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ดำเนินการติดตามและประเมินสถานการณ์ของวัดพระธรรมกายอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการวางแผนเข้าจับกุมพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ศิษย์ธรรมกายว่ายังไง !!! "ดีเอสไอ" พร้อมเข้าจับ "ธัมมชโย" ...เปิดแผนปฏิบัติการครบมือ  งานนี้ถ้าอยู่ในวัด หนีไม่รอด

สำหรับคดีดังกล่าว เป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 โดยกล่าวหานายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น, น.ส.ศรัณยา มานหมัด และนางทองพิน กันล้อม กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งนายศุภชัยขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง เนื่องจากศาลมีคำพิพากษาในคดีพิเศษที่ 64/2557 กระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ กว่า 27 ล้านบาท ถูกตัดสินจำคุก 16 ปี ส่วนน.ส.ศรัณยาและนางทองพิน ได้ใช้สิทธิในการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตรงนี้ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังได้กล่าวหาพระธัมมชโย กับนางศศิธร ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ซึ่งทั้งสองรายศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว

  ศิษย์ธรรมกายว่ายังไง !!! "ดีเอสไอ" พร้อมเข้าจับ "ธัมมชโย" ...เปิดแผนปฏิบัติการครบมือ  งานนี้ถ้าอยู่ในวัด หนีไม่รอด

 

ขณะเดียวกัน เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าคณะทำงานอัยการได้พิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติม และหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ต้องหาครบถ้วนแล้ว จึงได้มีคำสั่งคดีเมื่อวานนี้ (22 พฤศจิกายน)

 

โดยมีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร  อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด  ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ผู้ต้องหาที่ 1  /นางศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิน กันล้อม อดีตรองประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งอัยการนัดให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวมาให้อัยการ แล้วมาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อส่งฟ้องต่อศาล

 

และอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาที่ 2 และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5

ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาสองคนนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้ส่งตัวให้อัยการ จึงแจ้งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดตามตัว พระธัมมชโย และนางสาวศศิธร มาให้อัยการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนขาดอายุความ 15 ปี

 

ด้านนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า ในส่วนพระธัมมชโย กับนางสาวศศิธร หากอัยการได้รับตัวมาอัยการก็จะต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องทั้งสองคน และทำการสอบสวนก่อน ซึ่งหากมีพยานหลักฐานใหม่ อัยการก็อาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงการสั่งคดีในส่วนสองคนนี้ได้

 

ยอมรับว่าการสั่งคดีนี้มีความล่าช้า เนื่องจากมีทรัพย์สินเกี่ยวข้องจำนวนมาก ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่พบว่ามีการจ่ายเช็ค 27 ฉบับ จากนายศุภชัย / นางสาวศรัณยา / และนางทองพิน ไปยังพระธัมมชโย และนางสาวศศิธร รวมประมาณ 1,400 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 ถึง เมษายน 2556

จึงต้องดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อผลประโยชน์ของผู้เสียหาย ที่สามารถใช้สิทธิขอรับการเยียวยารับเงินคืนได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย และยืนยันอัยการทำงานเต็มที่หลังได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

 

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์