อย่าให้หนีไปได้!!! "ไพบูลย์" กำชับเข้ม ข่าวลือเรื่อง "ธัมมชโย" หนีออกนอกประเทศ...ถ้าหลุดไปได้จบเห่แน่นอน!!(รายละเอียด)

อย่าให้หนีไปได้!!! "ไพบูลย์" กำชับเข้ม ข่าวลือเรื่อง "ธัมมชโย" หนีออกนอกประเทศ...ถ้าหลุดไปได้จบเห่แน่นอน!!(รายละเอียด)

 

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่า การกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ 22 พ.ย.2559 ถึงการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน รับของโจร ว่าต้องรออัยการ เพราะคดีนี้แม้จะเป็นหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่เชื่อมโยงกับอัยการด้วย ถ้าอัยการไม่ฟ้องหรือไม่เรียบร้อยจะเอาตัวมาลำบาก ยอมรับว่าการไปเอาตัวครั้งแรกนั้นมีปัญหา เนื่องจากอัยการไม่เห็นด้วยกับสำนวนของดีเอสไอ ดังนั้นถึงแม้ว่าเราเอาตัวมาได้แล้วมาให้อัยการ ถ้าอัยการไม่สั่งฟ้องก็จบอยู่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนทางวัดพระธรรมกายจะท้าทาย ไม่ได้สนใจเรื่องหมายจับ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า บ้านเมืองนี้อยู่ด้วยกฎหมาย อยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ไม่เชื่อว่าใครจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายได้ เพียงแต่ทุกคนต้องเรียกร้องความเป็นธรรม เป็นธรรมดาที่สังคมจะมองว่าวัดพระธรรมกายท้าทาย แต่ไม่เชื่อว่าสังคมจะยอมรับการท้าทายนั้น เพราะทุกคนบอกว่าต้องการความ เท่าเทียมกัน ทุกคนต้องมาต่อสู้ในกระบวน การยุติธรรม ตำรวจเห็นชัดเจน หลักฐานการรุกป่าต่างๆ นานา การดำเนินการจะต้องดำเนินไป และมันต้องแยกกันระหว่างการอยู่ในสมณเพศกับเรื่องกฎหมาย ศาสนาต้องแยกกัน
"อยากให้สังคมมองแบบนี้ ไม่อยากให้ไปมองในเรื่องของการท้าทาย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาปะทุขึ้นมาอีก ผมทำตามขั้นตอนและเห็นด้วยกับพนักงานสอบสวน เมื่ออัยการสั่งฟ้องเมื่อไรพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุผลที่จะมาอ้างอะไรแล้ว ต้องไปเอาตัวมาให้ได้" รมว.ยุติธรรมกล่าว

รมว.ยุติธรรมกล่าวต่อว่า อัยการจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้น ไม่ทราบ ไม่ไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เพียงแต่ได้เรียกอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนมาสอบถามว่ามีการขอข้อมูลหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ถามว่าทำไมถึงสอบไม่เสร็จเสียที โดยเขาแจ้งมาว่าเป็นปัญหาเล็กๆ ไม่รู้ว่าเล็กสำหรับพนักงานสอบสวน แต่อาจจะใหญ่สำหรับอัยการ ดังนั้นเราต้องให้เกียรติกัน

เมื่อถามว่า หากยิ่งช้าจะยิ่งทำให้วัดพระธรรมกายชะล่าใจหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า แน่นอนความรู้สึกนี้ย่อมมี โดยต้องมามองว่าคดีนี้มีอิทธิพลหรือมีบารมีในเรื่องอื่นหรือไม่ แต่จะมองว่าเป็นคดีที่มีบารมีคงไม่ได้ บารมีต้องหมายถึงเรื่องที่ดี ดังนั้นกรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องของอิทธิพลมากกว่า สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มาเกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ เนื่องจากสิ่งที่ผ่านมามีคดีที่ไม่ฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐานที่มีความผิด เป็นบทเรียนให้สังคมหวั่นเกรงในเรื่องของอิทธิพลและการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันของกระบวนการยุติธรรม
"เราต้องมั่นใจ เพราะอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการก็คนละยุคคนสมัย เขาคงมีเหตุผลของเขา ซึ่งเหตุผลเดิมเขาอ้างเรื่องความไม่สงบเรียบร้อย ผมเลยบอกไปว่าจำเป็นต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ แต่อัยการไม่ต้องถามฝ่ายความมั่นคงก็ได้ เพราะเป็นอิสระต่อกัน" รมว.ยุติธรรมกล่าวและยืนยันว่าในความมั่นใจต่อการสอบ สวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีอัยการอยู่ด้วย และนักกฎหมายมือฉมังทั้งนั้น มั่นใจในคดี มีหลักฐานเต็มที่ แต่ต้องไปมองทางอัยการ ที่มีความเป็นอิสระต่อกัน
ซักว่าถ้าวันที่ 30 พ.ย.อัยการสั่งฟ้อง พร้อมจะเข้าไปเอาตัวเลยหรือไม่ พล.อ. ไพบูลย์กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการตามนั้น มันจบแล้ว คุณตอบสังคมไม่ได้แล้ว เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องพนักงานสอบสวนต้องไปเอาตัวมา เป็นเรื่องเดียวที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำให้เด็ดขาด ถ้าคดีไม่ถูกสั่งฟ้องมันก็ไม่มีเหตุผลอะไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าการเข้าไปครั้งแรกมันมีบทเรียนมาแล้วว่ามีปัญหากระทบกระทั่งกัน และไม่คุ้มค่าถ้าเอามาแล้วอัยการไม่สั่งฟ้อง ดังนั้นต้องรออีกสักนิด อดทน ให้มั่นใจพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับอัยการ

 

เรียบเรียง ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณ รายการ สด ลึก จริง