ชัดเจนเลยอยู่ไม่อยู่วัด !!! "นพ.มโน" เผยแผนลับ "ธรรมกาย" ...อ่านแล้วส่งตรงถึง "ดีเอสไอ" เพราะหากจับ"พระธัมมชโย" ไม่ได้คงโดนอะไรบางอย่าง

น.พ.มโน เลาหวณิช กล่าวถึงกรณีที่อัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกับพวก คดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจรว่า คราวนี้ทางรัฐบาลและกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาจริง เพราะถ้าปล่อยไ

น.พ.มโน เลาหวณิช กล่าวถึงกรณีที่อัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกับพวก คดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจรว่า คราวนี้ทางรัฐบาลและกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาจริง เพราะถ้าปล่อยไว้ก็แย่เพราะความผิดชัดเจน เชื่อว่า 80 เปอร์เซ็นต์จับได้แน่นอน แต่ 20 เปอร์เซ็นต์มีโอกาสหาไม่เจอ เนื่องจากต้องยอมรับว่าภายในวัดพระธรรมกายลึกลับซับซ้อน

ครั้งนี้ถ้าจับพระธัมมชโยไม่ได้ อาจจะเกิดนครรัฐวาติกันพุทธ ทำอะไรเขาไม่ได้ เหมือนกับเป็นรัฐอิสระ ถ้าวันนี้จับไม่ได้ก็จะมีคนเป็นอภิสิทธิ์ชน เป็นคนที่อยู่เหนือกฎหมาย อำนาจรัฐก็จะเสียเพราะอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว ฉะนั้นต้องเอาตัวไปศาล หากดีเอสไอไม่สามารถจับกุมพระธัมมชโยนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ครั้งนี้ องค์กรนี้ก็คงโดนยุบแน่ เพราะเดิมพันด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าพระธัมมชโยยังอยู่ที่วัด เนื่องจากทราบว่าทางพระธัมมชโยได้มีการเรียกทีมทนายของวัดเข้าไปประชุม คิดว่าน่าจะหาทางออกว่าจะไปทางไหน ดังนั้นคราวนี้ดีเอสไอจะพลาดไม่ได้เพราะไม่เช่นนั้นจะเสียคน ส่วนที่มีข่าวว่าพระธัมมชโยหลบหนีออกต่างประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าจะออกจริงๆ คนระดับนี้ไปได้แน่นอนไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง เนื่องจากมีเงินจำนวนมาก ขอลี้ภัยได้แต่ที่เขาอยู่ต่อเนื่องจากคิดว่าจะชนะ

กับการให้สัมภาษณ์ของ นพ.มโน ที่ระบุถึงการเปรียบเปรยถึง นครรัฐวาติกันพุทธ ที่ทำอะไรเขาไม่ได้ เหมือนกับเป็นรัฐอิสระ เราจะมาทำความรู้จักกับ นครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลกทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโลการปกครองเป็นแบบอำนาจเบ็ดเสร็จ อำนาจตกอยู่ที่พระสันตะปาปาเพียงผู้เดียว จะหมดวาระก็ต่อเมื่อสิ้นพระชนม์ ปัจจุบัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556

คนเชื้อชาติวาติกันไม่มีในโลก มีแต่พลเมืองสัญชาติวาติกันเป็นอย่างมาก นครรัฐวาติกันมีพลเมืองประมาณ 900 คน ประมาณ 200 คนเป็นสตรี และมีคนทำงานในนครวาติกัน 1,300 คน พลเมืองอันประกอบด้วยองค์สันตะปาปา คาร์ดินัล ผู้ปกครองนครรัฐ วาติกัน เจ้าหน้าที่ประจำวาติกัน และทหารสวิสมีหอกโบราณเป็นอาวุธประดับเกียรติ ซึ่งเป็นองครักษ์ของสันตะปาปาประมาณ 100 คน ทหารสวิส มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1506 การแต่งกายของทหารสวิส กล่าวกันว่าเครื่องแบบออกแบบโดย “มีเกลันเจโล” แต่แท้จริงแล้ว "ราฟาเอล" คือบุคคลที่พัฒนาชุดตามอิทธิพลทางศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาและภาพเขียนของเขา ทหารสวิสทุกคนเป็นชาวสวิส และเป็นคาทอลิกที่ดีทหารสวิสแต่ละคนจะประจำการชั่วระยะหนึ่ง นอกจากนั้นก็ได้แก่เจ้าหน้าที่ทูตวาติกันที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย พลเมืองวาติกันเหล่านี้จะมีสัญชาติวาติกันเฉพาะในขณะดำรงตำแหน่งหรือเป็นภรรยาของพลเมืองวาติกัน หรือเป็นบุตรที่มีอายุไม่เกิน 25 ของพลเมืองวาติกัน บุตรคนใดอายุถึง 25 ปี ต้องกลับคืนสัญชาติเดิม ผู้ถือสัญชาติวาติกัน หากพ้นตำแหน่งเมื่อใดก็ต้องคืนสู่สัญชาติเดิมของตน พร้อมด้วยบุคคลทุกคนในครอบครัวที่ถือสัญชาติวาติกัน หากชาติเดิมของตนไม่ยอมรับให้ขอสัญชาติอิตาลีซึ่งรัฐบาลอิตาลีมีข้อผูกมัดต้องรับเสมอ

ขณะเดียวกัน กับการเข้าจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐเอง ก็มีการแสดงความคิดเห็นก็ตลอดทั้งวันนี้ (24 พ.ย.59)

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ว่า ยังอยู่ ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอย่างการดำเนินการครั้งที่ผ่านมา ที่ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งป้อมหากัน รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เขาก็ตั้งป้อมอยู่ไม่เห็นมีเหตุอะไร จะพูดไปทำไมให้ประชาชนสับสนไม่น่าตั้งคำถามแบบนี้ ยืนยันเราดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามต่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระธัมมชโยต้องรับผิดทางกฎหมายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ตามกฎหมายเขาผิดหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่มีการออกหมายจับก็ถือว่ามีมูล ท่านก็ต้องมาแก้ต่าง ซึ่งอัยการอาจชี้ว่าไม่ผิดก็ได้ เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างตามกฎหมายหมด ไม่ได้ไปคิดเอง ตอนนี้ให้คิดอย่างเดียวคือต้องทำตามกฎหมาย

 

เช่นเดียวกันกับ  พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เรื่องนี้จะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการจับกุมตัวหรือไม่ จะต้องดูความเหมาะสม และความแน่นอนในแหล่งที่อยู่ของพระธัมมชโย โดยการตามหาตัวพระธัมมชโยเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สืบสวนหาข่าวแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่ และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมีการจับกุมแล้วทำให้สถานการณ์บานปลาย ก็ต้องพิจารณาดูอีกครั้ง ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการช่วยจับกุมพระธัมมชโยหลังอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระธัมมชโย หรือไม่นั้น พ.ต.อ. กฤษณะ คาดว่าน่าจะมีการประสานงานกันในเร็วๆ นี้ ซึ่งมีการประสานงานกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว

 

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 เปิดเผยกับสถานีข่าวสปริงนิวส์ กรณีกระแสข่าว “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปลอมตัวเป็นฆราวาสหลบหนีออกจากวัดไปออสเตรเลีย ว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ โดยตอนนี้เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เข้าขอตรวจสอบวัดพระธรรมกาย เพื่อดูว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างประสานขอความร่วมมือกับทางวัด เบื้องต้น ได้ส่งเอกสารขอนิมนต์ให้พระธัมมชโยมามอบตัว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด และในส่วนการพิจารณาจะเข้าจับกุมหรือไม่นั้น ย้ำว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

 

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์