ขอได้ไหม !!! "อภิสิทธิ์"  ขอ "คสช." ปลดล็อคพรรคการเมือง พร้อมทั้งเผยเรื่องการเลือกตั้งเอาไว้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรีเซตสมาชิกพรรคการเมือง ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ต้องดูเนื้อหาว่าจะเขียนอย่างไร และจะส่งผลอย่างไร การจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดต้องดูเหตุ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรีเซตสมาชิกพรรคการเมือง ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ต้องดูเนื้อหาว่าจะเขียนอย่างไร และจะส่งผลอย่างไร การจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดต้องดูเหตุผลว่า ระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็งนั้นสำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่สร้างกันได้ง่ายๆ ชั่วข้ามคืน ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องเร่งทำกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับให้เสร็จใน 8 เดือน เห็นว่า ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเท่าที่ดูทุกอย่างก็เป็นไปตามตารางเวลาของการทำงาน ซึ่งเท่าที่ดูแล้วการเลือกตั้งในปี 60 ตามโรดแมปก็เป็นไปได้ รัฐบาลก็ยึดตามปฏิทินที่ประกาศไว้ หากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ก็จะมีกรอบเวลา จึงไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่วิตกกังวลจนเกินเหตุ

ทั้งนี้ ตนอยากให้พรรคการเมืองได้ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะเลือกตั้ง หาเสียง พรรคการเมืองควรได้ทำงานตามปกติเพื่อสามารถรับผิดชอบงานหลังการเลือกตั้งด้วย เพราะฉะนั้นแนวนโยบาย สภาพปัญหาของประเทศ การดูแลความเดือดร้อนของประชาชนก็ควรให้เราได้ทำ แต่อะไรที่เกรงว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งก็เจาะจงมา เช่น ยังไม่อยากให้จัดปราศรัยก็กำหนดมา ตนรับได้

ขณะเดียวกัน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ฝ่ายเลขานุการ กรธ.ได้นำเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไปปรับแก้ไขถ้อยคำให้สมบูรณ์ คาดว่า ภายใน 1-2 วันจะได้ข้อยุติ และเผยแพร่ให้ประชาชนส่งความเห็นเพิ่มเติมมายังกรธ. เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้ดีกว่าฉบับเบื้องต้น และที่ปรับปรุงไปแล้ว คือ การจัดตั้งพรรคการเมือง และระยะเวลาหาสมาชิกพรรคที่ กรธ.ปรับพรรคหาสมาชิกให้ได้ 20,000 คนภายในระยะเวลา 4 ปี นอกจากนี้ ยังกำหนดผู้ก่อตั้งพรรคและสมาชิกพรรคเข้ามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรค ด้วยการจ่ายค่าสมาชิก ขณะที่พรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่ กำหนดให้มีผู้ริเริ่ม 500 คนนั้น กำหนดให้ต้องจ่ายเงินเป็นทุนประเดิมไม่น้อยกว่าคนละ 2,000 บาท และให้สิทธิผู้ที่จ่ายเงินเข้าไปมีส่วนร่วมการกำกับพรรคการเมืองและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ขณะที่การบริจาคเงินของบุคคลทั่วไปนั้น สามารถทำได้ แต่กำหนดตัวเลขให้ไม่เกินสิบล้านบาท และต้องมีการเปิดเผยรายชื่อและจำนวนเงินที่บริจาคด้วย

 

นายมีชัย กล่าวว่า มีประเด็นสำคัญที่ กรธ.ต้องรับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง คือ บทที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องปรับปรุงระบบสมาชิกพรรค โดยเบื้องต้น กรธ. กำหนดให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการปรับปรุงระบบสมาชิก ภายใน 150 วัน หรือ 5 เดือนหากทำไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าวสามารถขยายเวลาได้ แต่ต้องจำนวนรวมไม่เกิน 3 ปี โดยระหว่างที่ยังทำไม่เสร็จ พรรคจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายยังรองรับสมาชิกพรรคการเมืองโดยจะไม่รื้อระบบใดๆ เพียงแต่พรรคการเมืองต้องจัดทำระบบ โดยเฉพาะการเก็บค่าสมาชิกพรรคการเมือง ตามที่ข้อบังคับที่กำหนด โดยตนมองว่า การทำระบบสมาชิกพรรคให้ทันสมัยนั้นไม่เป็นปัญหา ยกเว้นบางพรรคการเมืองที่มีสมาชิกพรรคไม่ครบจำนวนและเข้าข่ายที่จะถูกยุบพรรค รายละเอียดของเนื้อหาที่เขียนไว้จะระบุส่วนที่พรรคการเมืองเก่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ จะระบุลำดับและขั้นตอนไว้ ให้ทำอะไรภายในกี่วัน

 

นายมีชัย กล่าวอีกว่า สำหรับปฏิทินทำร่างกฎหมายลูกของ กรธ.นั้นยังเป็นไปตามโรดแมปส่วนการกำหนดการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะกำหนด โดยพิจารณาจากการทำร่างกฎหมายลูกแล้วเสร็จ การกำหนดช่วงเลือกตั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับ ร่างกฎหมายพรรคการเมืองและการเตรียมระบบของพรรคให้ครบถ้วน เช่น กรณีที่ให้เวลาพรรคทำระบบสมาชิกพรรคภายใน 150 วัน แต่เมื่อทำไปได้เพียง 120 วัน กลับประกาศเลือกตั้ง แบบนี้ก็เจ๊ง เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถส่งสมัครเลือกตั้งได้ ดังนั้น ต้องพิจารณาการทำงานให้เสร็จด้วย กฎหมายลูกนี้สามารถปรับเวลาได้ แต่ไม่ได้ปรับเพื่อถ่วงการเลือกตั้ง แต่ปรับเพื่อให้ทำงานได้ ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจทำให้พรรคเสียงข้างมากไม่ได้เป็นรัฐบาล ว่า กรณีดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบระหว่างคะแนนนิยมของประชาชนที่ให้กับพรรคการเมือง กับการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะของประเทศไทย จะมี ส.ส. เป็นผู้โหวตเลือกผู้นำรัฐบาล และพรรคเสียงข้างมากในสภา จะได้เป็นรัฐบาล แต่หากเกิดกรณีที่พรรคเสียงข้างมากเลือกบุคคลอื่นมาเป็น นายกฯ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้

 

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์