- 26 พ.ย. 2559
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิษณุโลก กล่าวแนะนำรัฐบาล 3 ข้อ เกี่ยวกับการจำนำยุ้งฉางให้ได้ผล ว่า 1.จำนำยุ้งฉางต้องนำมาใช้ร่วมกับโครงการประกันรายได้ เพื่อให้หลักประกันรายได้ และจ่
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิษณุโลก กล่าวแนะนำรัฐบาล 3 ข้อ เกี่ยวกับการจำนำยุ้งฉางให้ได้ผล ว่า
1.จำนำยุ้งฉางต้องนำมาใช้ร่วมกับโครงการประกันรายได้ เพื่อให้หลักประกันรายได้ และจ่ายเงินส่วนต่างให้ชาวนา และการรับจำนำยุ้งฉางจะช่วยชาวนาเก็บข้าว และสามารถขายข้าวเปลือกได้ ในช่วงตลาดราคาสูงขึ้น หลังฤดูเก็บเกี่ยว
2.การประมูลขายข้าวเปลือกของรัฐบาลที่หลุดจำนำ ที่ผ่านมาจะทำในเดือนกันยายน ทำให้คนที่คิดทุจริต แอบเอาข้าวไปขายก่อน แล้วไปซื้อคืน รัฐบาลควรที่จะให้เปิดประมูลเป็นระยะ ๆ ไม่ต้องกำหนดเวลาตายตัว
3.ควรมีคณะกรรมการสุ่มตรวจข้าวในยุ้งฉางเป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันการทุจริตด้วย
พร้อมกันนี้กับกรณีที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แนะนำรัฐบาล ให้นำเงินที่จะแจกคนจน ไปซื้อข้าวสารจากชาวนามาแจก ว่า นายยุทธพงศ์ คงถูกกุนซือให้ข้อมูลผิด ๆ เพราะกำลังการผลิตของโรงสีชุมชน ไม่สามารถผลิตได้ปริมาณมาก ๆ หากรัฐบาล ไปดำเนินการจริง ก็จะเป็นการไปช่วยโรงสี ไม่ได้ช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง
สำหรับ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำนั้น นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เคยเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส.ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมมะลิเป็นค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวและค่าใช้จ่ายเก็บเกี่ยวไร่ละ 500 บาท ไม่เกินรายละ 10 ไร่ หรือคิดเป็นการช่วยเหลือ 1,295 บาทต่อตัน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 8,600 ล้านบาท ให้ธ.ก.ส.สำรองจ่ายไปก่อนแล้วรัฐบาลชดเชยเงินงบประมาณคืนในภายหลัง โดยจะ เสนอให้ครม.พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 1 พ.ย.
หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางที่ราคา 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาตลาดปัจจุบันที่ราคาตันละ 9,700 บาท เกษตรกรจะได้รับเงินจากธ.ก.ส.ที่ตันละ 8,730 บาท โดยเกษตรกรที่เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางจะได้ค่าเก็บรักษาข้าวตันละ 1,295 บาท ซึ่งคิดจากเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวไร่ละ 500 บาทรายละไม่เกิน 10 ไร่ และค่าเก็บข้าวในยุ้งฉาง 1,500 บาทต่อตัน โดยจะจ่ายให้ทันที 1,000 บาท และอีก 500 บาทจะจ่ายเมื่อไถ่ถอน รวมแล้วเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือตันละ 11,525 บาท นอกจากนั้นยังมีเงินสนับสนุนด้านต้นทุนการผลิตที่เคยให้ ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ จำนวน 2,591 บาท รวมเป็นเงินตันละ 14,116 บาท
