รัฐบาลมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน !!! "พล.อ.ประยุทธ์ "  ย้ำชัด อีกไม่นานเราจะมีพระมหากษัตรย์พระองค์ใหม่ ...เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้

มีรายงาน จากรัฐสภาว่าการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาลที่กำหนดขึ้นเบื้องต้นในวันที่ 29 พ.ย.นั้น ประธาน สนช.ยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดวาระการประชุมต่อสมาชิกแ

 

มีรายงาน  จากรัฐสภาว่าการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาลที่กำหนดขึ้นเบื้องต้นในวันที่ 29 พ.ย.นั้น ประธาน สนช.ยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดวาระการประชุมต่อสมาชิกแต่อย่างใดเพียงแต่กำชับให้สมาชิกทุกคนเตรียมความพร้อมโดยห้ามลาหรือขาดการประชุม ได้แจ้งสมาชิก สนช.ทุกคนเป็นการภายในโดยให้ทุกคนเดินทางเข้าสภาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ภายในเวลา 11.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมวาระพิเศษหากทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติและส่งวาระพิเศษมาให้ สนช.พิจารณาภายในวันเดียวกัน

คาดว่าคงเป็นไปตามเรื่องที่ก่อนหน้านี้ประธาน สนช.ได้มีคำสั่งให้สมาชิก สนช.ทุกคนเตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การประชุมวิป สนช.จะเป็นการประชุมลับตามปกติ มีแต่สมาชิกที่เป็นคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวเท่านั้น ยังไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดอะไรเป็นพิเศษ

ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงปาฐกถาเนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ตอนหนึ่งว่า มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะกับผู้บริหารและสมาชิกหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย ขณะนี้ปวงชนชาวไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความวิปโยคอาลัย สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต และพระองค์เป็นบุคคลที่ทั่วโลกยอมรับ ตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ คนไทยล้วนตระหนักท่านทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกายเพื่อความอยู่ดีกินดี พัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน รัฐบาลมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานและเจริญตามรอยพระยุคลบาทด้วยการทำความดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมกันรักษาเอกราช อธิปไตย เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองต่อไป และอีกไม่นานเราจะมีพระมหากษัตรย์พระองค์ใหม่

 รัฐบาลมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน !!! "พล.อ.ประยุทธ์ "  ย้ำชัด อีกไม่นานเราจะมีพระมหากษัตรย์พระองค์ใหม่ ...เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้

 


 

คำพูดของนายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวานนี้ในการปาฐกถากับบรรดาหอการค้าต่างประเทศตอนหนึ่งคือ ขอยืนยันกับทุกคนว่าไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ของไทยเพราะทุกอย่างยังคงมีเสถียรภาพเช่นเดิมทุกด้าน และใช้เวลาอีกไม่นานนักเราก็จะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่และเราก็จะทำหน้าที่เหมือนเช่นวันที่ผ่านมา ในทุกเรื่องในหน้าที่ของรัฐบาล นี่แหละค่ะเป็นคำพูดของ นายกรัฐมนตรีที่มีความหมายและความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้านี้ นั่นก็คือกับการมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยนานัปการ ดั่งที่พระองค์มีพระราชดำรัสถวายสัตย์ปฏิญาณในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์ สัตยา ซึ่งมีขึ้นหลังพระราชพิธีเฉลิมพระนามาภิไธยว่า

..ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นมกุฎราชกุมารจะรักษาเกียรติยศ และอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถและโดยความเสียสละเพื่อความเจริญความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่ ”

   รัฐบาลมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน !!! "พล.อ.ประยุทธ์ "  ย้ำชัด อีกไม่นานเราจะมีพระมหากษัตรย์พระองค์ใหม่ ...เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้

ภาพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์ สัตยา


และที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คำมั่นไว้ในงานสโมสรสันนิบาต ซึ่งรัฐบาลจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ที่ทรงดำรงพระอิสริยศักดิ์ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2515 ณ ทำเนียบรัฐบาลว่า

“ข้าพเจ้าทราบตระหนักว่า ข้าพเจ้ามีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติอย่างสูง และการปฏิบัติราชการแผ่นดินนั้น เป็นภาระสำคัญใหญ่ยิ่ง ที่ต้องอาศัยทั้งสติปัญญาและความรู้ความสามารถอย่างพร้อมมูล ข้าพเจ้าจะต้องเพียรพยายาม ศึกษาและปฏิบัติฝึกฝนตนเองต่อไปอีก อย่างมาก เพื่อให้สามารถเหมาะสม กับหน้าที่ ตามที่ทุกคนมุ่งหวัง

ในโอกาสอันพิเศษนี้ จึงใคร่ขอให้ท่านทั้งหลายได้เป็นกำลังใจสนับสนุนข้าพเจ้า และได้ตั้งความ ปรารถนาร่วมกันกับข้าพเจ้าที่จะมุ่งมั่นประกอบกรณียกิจ ด้วยความสามัคคีพร้อมเพรียง และด้วยความสุจริตยุติธรรม เพื่อยังความเจริญมั่นคงและความร่มเย็นเป็นผาสุกให้บังเกิดแก่ชาติ ประเทศ และ ประชาชนยั่งยืน สืบไป...”