"คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ" !!! น้ำพระเนตร"ม.จ.ภีศเดช" ไหลรินอีกคราเมื่อทรงถ่ายทอดเรื่องราวถึง"ในหลวง ร.๙"

"คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ" !!! น้ำพระเนตร"ม.จ.ภีศเดช" ไหลรินอีกคราเมื่อทรงถ่ายทอดเรื่องราวถึง"ในหลวง ร.๙"

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งทรงรับใช้ใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ประทานสัมภาษณ์กับนิตยสาร "HELLO!" ปีที่ 11 ฉบับที่ 24 วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2559  ทรงเล่าถึงเหตุการณ์และความทรงจำที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งว่า...

“...วันนั้น (วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559) ผมขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่เพื่อไปดูโครงการหลวงตามปกติ เมื่อไปถึงสนามบินเชียงใหม่ ก็มีเจ้าหน้าที่ของโครงการหลวง ของการท่าอากาศยานไทย และคนของการบินไทยไปรอรับผม ผมก็งงว่ามาทำอะไรกันเยอะแยะ จึงได้ทราบว่าหนิง (ม.ร.ว.ภวรี-ธิดา) โทรมาให้ผมนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ลูกสาวก็โทรมาร้องไห้โฮและบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว พวกเราสี่คนที่สนามบินก็ร้องไห้กันใหญ่

จะเรียกผมว่ายังไงผมก็ไม่รู้ แต่ทรงเป็นกันเองและพระราชทานความสนิทสนม ทรงชวนผมต่อเรือ เล่นเรือ หลังทรงต่อเรือเสร็จ มักรับสั่งชวนผมให้เป็นเพื่อนคุยกับพระองค์จนดึกดื่นเป็นประจำ คืนหนึ่งพระองค์กับผมกำลังง่วนแต่งไม้ที่จะเป็นกระดูกงูเรือใบกันอยู่ ทันใดนั้น เกิดมีเสียงระเบิดตูม ๆ ตามด้วยเสียงรัวยังกับปืนกล ผมนึกในใจว่า จะเกิดรัฐประหารหรืออย่างไร เสียงดังขึ้นใกล้ ๆ พระตำหนักจิตรลดาฯ เสียด้วย แต่ เอ... คิดอีกทีก็ไม่น่าจะใช่เสียงระเบิดหรือปืน คิดขึ้นได้ผมก็เลยพลิกข้อมือดูนาฬิกาเลยทราบว่า ที่แท้เสียงที่ได้ยินคือเสียงจุดพลุฉลองปีใหม่ที่เขาดิน ว่าแล้วผมก็ก้มลงกราบพระบาทและถวายพระพรปีใหม่

ผมกราบพระบาทพระองค์เป็นคนแรกไม่รู้กี่หน วันปีใหม่ วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ประทับอยู่กับผมโดยไม่มีคนอื่นเลย ผมก็ปลื้มใจมาก ตอนผมอายุ 90 รับสั่งให้ผมเข้าเฝ้าฯ ที่ศิริราช เพื่อพระราชทานน้ำสังข์และให้พรวันเกิด พระสุรเสียงไม่ดังมากและช้า แต่ก็มีพระราชปฏิสันถารกับผมอยู่ตั้ง 3 ชั่วโมง เวลาเข้าเฝ้าฯ พระองค์โปรดตรัสถึงเรื่องเก่า ๆ รับสั่งถึงสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และทุก ๆ เรื่องที่พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ

ต่อจากนี้ แม้จะไม่มีพระองค์อีกต่อไปแล้ว แต่ผมและทุกคนในโครงการหลวงก็ร่วมใจกันตั้งใจทำงานถวายพระองค์ตลอดไป พวกเราจะต่อยอดงานโครงการหลวงที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้ให้ยังคงดำเนินสืบต่อไป...”

จากนั้น ทีมงานนิตยสาร "HELLO!" ได้ประทานขออนุญาตทูลถามถึงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ฉายพระรูปกับ ม.จ.ภีศเดช แต่ละภาพ ท่านภีที่มีพระชันษา 95 ปี ทรงถ่ายทอดเรื่องราวและบรรยากาศเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้นได้อย่างแม่นยำและลื่นไหล น้ำเสียงของท่านภีทรงเปี่ยมไปด้วยความสำราญพระทัย บ้างก็ทรงยิ้ม เสียงทรงพระสรวลทำให้ทราบว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพระองค์ยังคงกระจ่างชัดในความทรงจำของท่านภีเสมอ ทว่า เมื่อทรงเล่าถึงภาพสุดท้ายจบลง ท่านภีทรงนิ่ง ทอดพระเนตรมองไปที่ฝูงนกเขาในสวนด้านนอกและมีรับสั่งเบา ๆ แต่ได้ยินชัดว่า

“คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ”    น้ำพระเนตรท่านภีไหลรินอีกครา

 

"คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ" !!! น้ำพระเนตร"ม.จ.ภีศเดช" ไหลรินอีกคราเมื่อทรงถ่ายทอดเรื่องราวถึง"ในหลวง ร.๙"

 

"คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ" !!! น้ำพระเนตร"ม.จ.ภีศเดช" ไหลรินอีกคราเมื่อทรงถ่ายทอดเรื่องราวถึง"ในหลวง ร.๙"

 

"คิดถึงพระองค์ คิดถึงจริง ๆ" !!! น้ำพระเนตร"ม.จ.ภีศเดช" ไหลรินอีกคราเมื่อทรงถ่ายทอดเรื่องราวถึง"ในหลวง ร.๙"

 

รายงานโดย   นาตยา  เอนกธนะเศรษฐ์   สำนักข่าวทีนิวส์

ที่มา           เฟซบุ๊ก "Pornthep Praditchaikul"

                Cr. นิตยสาร HELLO! ปีที่ 11 ฉบับที่ 24
                 วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2559