เก็บของลาที่ทำงานเก่า !!! "พล.อ.ไพบูลย์" เข้ากระทรวงกล่าวสั้น ๆ  "วันนี้ผมมาเก็บของ ผมไม่ได้ทำงานแล้ว" (รายละเอียด)

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังการให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยระหว่างขึ้นรถออกจากกระทรวงยุติธรรม พล.อ.

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังการให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยระหว่างขึ้นรถออกจากกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า "วันนี้ผมมาเก็บของ ผมไม่ได้ทำงานแล้ว"

รายงานข่าวล่าสุดเผยว่า พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม จะขยับมาดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม คนต่อไป

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ไพบูลย์ เป็นองคมนตรี 

 

ขณะที่องคมนตรี ชุดสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกอบด้วย

1.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี โปรดเกล้าฯแต่งตั้งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2559

 2.พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นองคมนตรี

3.นายเกษม วัฒนชัย เป็นองคมนตรี

4.นายพลากร สุวรรณรัฐ เป็นองคมนตรี

5.นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ เป็นองคมนตรี

6.นายศุภชัย ภู่งาม เป็นองคมนตรี

7.นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เป็นองคมนตรี

8.พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุขเป็นองคมนตรี

 9.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นองคมนตรี

10.พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เป็นองคมนตรี

11.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นองคมนตรี

 

เก็บของลาที่ทำงานเก่า !!! "พล.อ.ไพบูลย์" เข้ากระทรวงกล่าวสั้น ๆ  "วันนี้ผมมาเก็บของ ผมไม่ได้ทำงานแล้ว" (รายละเอียด)

 

เก็บของลาที่ทำงานเก่า !!! "พล.อ.ไพบูลย์" เข้ากระทรวงกล่าวสั้น ๆ  "วันนี้ผมมาเก็บของ ผมไม่ได้ทำงานแล้ว" (รายละเอียด)

 

สำหรับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เกิดเมื่อวันที่  21 มิถุนายน พ.ศ. 2498  ปัจจุบันอายุ  ปี เป็นชาวอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายลออ คุ้มฉายา กับนางจันทร์ คุ้มฉายา สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนอู่ทอง ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจาก โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับพลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม

 

สำหรับประวัติ พล.อ.ไพบูลย์ นั้นเคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ,ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ , แม่ทัพภาคที่ 1 , ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก , รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด , หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช.และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2558และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นราชองครักษ์พิเศษวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบันอีกด้วย

 

เมื่อครั้งพล.อ.ไพบูลย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับภารกิจสำคัญในการติดตามบุคคลที่กระทำความผิดฐานจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันฯ ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ พบเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการทำงานทั้งการติดต่อประสานผ่านช่องทางระหว่างประเทศ ,ผ่านตำรวจนานาชาติ เพื่อทำความเข้าใจกฎหมายของไทยในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และการดำเนินการประสานงานผู้ให้บริการโซเชียลออนไลน์ ในการขอความร่วมมือปิดกั้นและยับยั้งการกระทำความผิด

 

ส่วนคดีสำคัญอย่างการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายของคดี พระธัมมชโย ที่เป็นผู้ต้องหาในความผิดร่วมฟอกเงินและรับของโจรซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการกดดันบังคับใช้กฎหมาย

 

การเป็นประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการติดตามดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการ ที่กระทำทุจริตคอรั่ปชั่น จนส่งรายชื่อข้าราชการ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่กระทำทุจริตคอรัปชั่นนั้นแล้ว

 

นอกจากพล.อ.ไพบูลย์ ยังดำเนินการในการถอดยศ พ.ต.ท. ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย โดยจัดการประชุมตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนสุดท้ายมีความเห็นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถที่จะถอดยศ พ.ต.ท. ของนายทักษิณ ชินวัตร ได้จึงมีมติส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการถอดยศของนายทักษิณอีกด้วย

 

อ้างอิงจาก แนวหน้า และ อุดร แสงอรุณ