- 09 ธ.ค. 2559
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ารับฟังการพิจารณาไต่สวนพยานจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพื่อสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 8 สำหรับพยานท
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ารับฟังการพิจารณาไต่สวนพยานจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพื่อสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 8 สำหรับพยานที่จะขึ้นเบิกความวันนี้มี 2 ปาก คือ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ซึ่งเป็นพยานฝ่ายจำเลยและเป็นการไต่สวนนัดที่ 8
พร้อมเปิดเผยว่าก่อนเดินทางเข้ารับฟังการสืบพยาน ถึงกรณีการเดินหน้าอุทธรณ์ที่รัฐส่งหนังสือคำสั่งทางปกครองเรียกชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าง 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 นั้น ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ โดยรักษากรอบเวลาอยู่แล้ว และยืนยันว่า จะยื่นอุทธรณ์ภายในกรอบเวลาประมาณ มกราคม 2560
ขณะที่ส่วนของคดีอาญาซึ่งเดินหน้าสืบพยานมากว่าครึ่งทางแล้วนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่าตราบใดที่คดียังไม่สิ้นสุด ก็จะขอต่อสู้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงภายหลังจาก ที่พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พลเอกดาวน์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ก็ขอแสดงความยินดีที่ทั้งสองท่านได้ทำงานสำคัญให้กับประเทศ
ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีนั้นขอให้เป็นอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีซึ่งตนไม่ขอก้าวล่วง แต่อยากให้ใช้โอกาสนี้ดูผลงานของทุกกระทรวงและดูความต้องการเรื่องเศรษฐกิจว่าประชาชนต้องการอะไรเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้มาซ้ำเติมประเทศเพราะปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสะท้อนไปยังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วย
ขณะเดียวกันรู้สึกกังวลกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกฎหมายลูก โดยเฉพาะร่างประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งไม่อยากให้กีดกันกันพรรค แต่ขอเปิดโอกาสให้พรรคได้เลือกคนดีมาบริหารประเทศ พร้อมมองว่า ประชาชนควรมีส่วนร่วมมากกว่านี้
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
