- 10 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : www.tnews.co.th
กลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในวงการพุทธศาสนา ถึงคำสั่งพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ จจ.ปท.167/2559 ลงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ในการพิจารณาแต่งตั้ง พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ ว่าเป็นไปโดยความเหมาะสม ถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้ในหนังสือคำสั่งดังกล่าวที่ลงนามโดย พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุม ธานี ได้อ้างข้อมูลจากการรายงานของเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง ระบุว่า เนื่องจากพระธัมมชโย อาพาธด้วยโรคเบาหวาน เส้นเลือดดำใหญ่อุดตันที่ขาซ้ายและภูมิแพ้ ตามหนังสือที่ จอ.คล.127/2555 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2555 และเรื่องรายงานการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดธรรมกายนั้น จังหวัดได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่าพระเทพญาณมหามุนี อาพาธมาเป็นเวลานาน สมควรได้รับการปลดเปลื้องภาระเพื่อให้ท่านได้พักรักษาตัว
จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงยกให้พระเทพญาณมหามุนี ฉายาธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขณะเดียวกันได้มีคำสั่งเจ้าคณะตำบลคลองสี่ ที่ 3/2549 ลงชื่อพระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลองสี่ ลงวันที่ 8 ธันวาคม เรื่องแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ใจความว่า ตามที่เจ้าคณะจังหวัดได้ยกพระเทพญาณมหามุนี เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ จึงเป็นเหตุให้ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดธรรมกายว่างลง อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 วรรค 1 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส จึงแต่งตั้งให้พระวิเทศภาวนาจารย์(สมบุญ สมฺมาปุญฺโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้กับประเด็นที่ผู้สงสัยว่าเคยมีธรรมเนียมปฏิบัติหรือไม่ ในการแต่งตั้งสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาสให้เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์
จากการตรวจสอบรายละเอียดถ้อยคำที่ปรากฎอำนาจตามความในข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
พบว่าในหมวด 3 เรื่อง การพ้นจากตำแหน่งหน้าที่พระสังฆาธิการ ข้อ 36 ระบุข้อความดังนี้พระสังฆาธิการย่อมพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ เมื่อ
(1) ถึงมรณภาพ
(2) พ้นจากความเป็นพระภิกษุ
(3) ลาออก
(4) ย้ายออกไปนอกเขตที่ตนมีสำนักอยู่
(5) ยกเป็นกิตติมศักดิ์
(6) รับตำแหน่งหน้าที่เจ้าคณะหรือรองเจ้าคณะอื่น
(7) ให้ออกจากตำแหน่งหน้าที่
(8) ถูกปลดจากตำแหน่งหน้าที่
(9) ถูกถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่
และในข้อ 39 พระสังฆาธิการรูปใดดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมาจนถึงชราทุพพลภาพ หรือพิการ สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อนหรือรักษาตัว ก็ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณายกเป็นกิตติมศักดิ์
ขณะเดียวกันที่ผ่านมาพบว่าเคยมีการปฏิบัติในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริง อาทิ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้มีลิขิต ที่ จญ.ก. 56/2550 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2550 แจ้งตามรายงานของ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ว่า พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร รายงานว่า พระเทพประสิทธิคุณ (ผัน ติสฺสโร) อายุ 93 พรรษา 73 เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติหน้าที่มาโดยเรียบร้อย จนถึง ชราภาพและมีกำลังถดถอย สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อน จึงเห็นสมควร ได้รับการพิจารณายกเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์
หรือคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ที่ 07/2559 เรื่อง การแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ โดยยกให้พระอธิการสมบูรณ์ ถาวโร อายุ 84 พรรษา 19 เจ้าอาวาสชำรู้ ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา
ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญเพราะตัวอย่างการถอดถอนแต่งตั้งพระสังฆาธิการทั้ง 2 รูป ถูกยกให้เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์นั้นมาจากเงื่อนไขที่เจ้าอาวาสทั้ง 2 ชราภาพมีอาการอาพาธ
และในข้อความตามคำสั่งระบุชัดเจนตามข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม คือ พระสังฆาธิการรูปใดดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมาจนถึงชราทุพพลภาพ หรือพิการ สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อนหรือรักษาตัว ก็ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณายกเป็นกิตติมศักดิ์
ข้อคำถามก็คือสำหรับกรณีพระธัมมชโยในการพิจารณาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ อยู่ในข่ายที่สามารถกระทำได้หรือสมเหตุสมผลหรือไม่ เมื่อนำคำว่าดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมานั้นเป็นเหตุสมควรจริงหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าพระธัมมชโยมีคดีอาญาถึงขั้นศาลออกหมายจับถึง 3 คดี และจนถึงปัจจุบันก็ยังปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม
รวมถึงยังปล่อยให้คณะศิษยานุศิษย์เคลื่อนไหวต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐทุกรูปแบบ จนล่าสุดถึงขั้นมีการยื่นถวายฎีกาให้เป็นที่ระคายเบื้องยุคลบาทต่อสถาบันเบื้องสูง จนทำให้วัดธรรมกายในปัจจุบันกลายเป็นที่ครหาจากสาธารณชนทั่วไป เพราะถือเป็นศาสนสถานที่มีการซุกซ่อนผู้ต้องหาคดีอาญาไว้ภายในวัด กระทั่งมีการเตรียมออกหมายเรียกผู้รับผิดชอบเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในหลายข้อหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้หมายจับซึ่งถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ทั้ง 3 คดี สำหรับตัวพระธัมมชโย ประกอบด้วย
1.หมายจับศาลอาญา ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ
2.หมายจับศาลจังหวัดเลย กรณีร่วมกันบุกรุกป่า ก่อสร้างสวนป่าหิมวันต์ ภูเรือ จ.เลย
3.หมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว กรณีบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่
