เปิดกม.สงฆ์ให้เห็นกันชัดๆ...??? "พระธัมมชโย" เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์สมเหตุผลหรือมีนัยแฝง?? (รายละเอียด)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : www.tnews.co.th

 

กลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในวงการพุทธศาสนา  ถึงคำสั่งพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี  ที่ จจ.ปท.167/2559 ลงวันที่ 5 ธันวาคม  2559  ในการพิจารณาแต่งตั้ง พระเทพญาณมหามุนี  หรือ พระธัมมชโย  เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย  เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์   ว่าเป็นไปโดยความเหมาะสม  ถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ในหนังสือคำสั่งดังกล่าวที่ลงนามโดย  พระเทพรัตนสุธี   เจ้าคณะจังหวัดปทุม ธานี ได้อ้างข้อมูลจากการรายงานของเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง  ระบุว่า   เนื่องจากพระธัมมชโย อาพาธด้วยโรคเบาหวาน  เส้นเลือดดำใหญ่อุดตันที่ขาซ้ายและภูมิแพ้ ตามหนังสือที่ จอ.คล.127/2555  ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2555  และเรื่องรายงานการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดธรรมกายนั้น  จังหวัดได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้ว   เห็นว่าพระเทพญาณมหามุนี อาพาธมาเป็นเวลานาน สมควรได้รับการปลดเปลื้องภาระเพื่อให้ท่านได้พักรักษาตัว

จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541)  ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ  ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505  แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2535    จึงยกให้พระเทพญาณมหามุนี ฉายาธัมมชโย  เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย  เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันได้มีคำสั่งเจ้าคณะตำบลคลองสี่ ที่ 3/2549 ลงชื่อพระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลองสี่ ลงวันที่ 8 ธันวาคม เรื่องแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ใจความว่า   ตามที่เจ้าคณะจังหวัดได้ยกพระเทพญาณมหามุนี เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ จึงเป็นเหตุให้ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดธรรมกายว่างลง อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 วรรค 1 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส  จึงแต่งตั้งให้พระวิเทศภาวนาจารย์(สมบุญ สมฺมาปุญฺโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้กับประเด็นที่ผู้สงสัยว่าเคยมีธรรมเนียมปฏิบัติหรือไม่ ในการแต่งตั้งสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาสให้เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์  

จากการตรวจสอบรายละเอียดถ้อยคำที่ปรากฎอำนาจตามความในข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541)  ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ  ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505  แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2535 

พบว่าในหมวด  3  เรื่อง  การพ้นจากตำแหน่งหน้าที่พระสังฆาธิการ ข้อ 36 ระบุข้อความดังนี้พระสังฆาธิการย่อมพ้นจากตำแหน่งหน้าที่  เมื่อ

 

(1) ถึงมรณภาพ

(2) พ้นจากความเป็นพระภิกษุ

(3) ลาออก

(4) ย้ายออกไปนอกเขตที่ตนมีสำนักอยู่

(5) ยกเป็นกิตติมศักดิ์

 (6) รับตำแหน่งหน้าที่เจ้าคณะหรือรองเจ้าคณะอื่น

(7) ให้ออกจากตำแหน่งหน้าที่

(8) ถูกปลดจากตำแหน่งหน้าที่

(9) ถูกถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่

และในข้อ 39  พระสังฆาธิการรูปใดดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมาจนถึงชราทุพพลภาพ หรือพิการ สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อนหรือรักษาตัว ก็ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณายกเป็นกิตติมศักดิ์

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาพบว่าเคยมีการปฏิบัติในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริง  อาทิ  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้มีลิขิต ที่  จญ.ก. 56/2550  ลงวันที่   28  มีนาคม  2550  แจ้งตามรายงานของ พระพรหมโมลี   เจ้าคณะภาค 1  ว่า  พระธรรมสุธี  เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร รายงานว่า พระเทพประสิทธิคุณ (ผัน ติสฺสโร)  อายุ  93  พรรษา 73   เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร  ได้ปฏิบัติหน้าที่มาโดยเรียบร้อย จนถึง ชราภาพและมีกำลังถดถอย สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อน จึงเห็นสมควร ได้รับการพิจารณายกเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์

หรือคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก  ที่ 07/2559  เรื่อง การแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ   โดยยกให้พระอธิการสมบูรณ์  ถาวโร   อายุ 84 พรรษา 19  เจ้าอาวาสชำรู้   ต.ห้วยเฮี้ย  อ.นครไทย  จ.พิษณุโลก    เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์  เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2559  ที่ผ่านมา

ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญเพราะตัวอย่างการถอดถอนแต่งตั้งพระสังฆาธิการทั้ง   2   รูป     ถูกยกให้เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์นั้นมาจากเงื่อนไขที่เจ้าอาวาสทั้ง  2   ชราภาพมีอาการอาพาธ 

และในข้อความตามคำสั่งระบุชัดเจนตามข้อ  39  แห่งกฎมหาเถรสมาคม  คือ   พระสังฆาธิการรูปใดดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมาจนถึงชราทุพพลภาพ  หรือพิการ  สมควรได้รับปลดเปลื้องภาระเพื่อให้พักผ่อนหรือรักษาตัว ก็ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณายกเป็นกิตติมศักดิ์

ข้อคำถามก็คือสำหรับกรณีพระธัมมชโยในการพิจารณาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์  อยู่ในข่ายที่สามารถกระทำได้หรือสมเหตุสมผลหรือไม่     เมื่อนำคำว่าดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยตลอดมานั้นเป็นเหตุสมควรจริงหรือไม่   เนื่องจากเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าพระธัมมชโยมีคดีอาญาถึงขั้นศาลออกหมายจับถึง  3 คดี   และจนถึงปัจจุบันก็ยังปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม  

 

รวมถึงยังปล่อยให้คณะศิษยานุศิษย์เคลื่อนไหวต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐทุกรูปแบบ   จนล่าสุดถึงขั้นมีการยื่นถวายฎีกาให้เป็นที่ระคายเบื้องยุคลบาทต่อสถาบันเบื้องสูง  จนทำให้วัดธรรมกายในปัจจุบันกลายเป็นที่ครหาจากสาธารณชนทั่วไป  เพราะถือเป็นศาสนสถานที่มีการซุกซ่อนผู้ต้องหาคดีอาญาไว้ภายในวัด    กระทั่งมีการเตรียมออกหมายเรียกผู้รับผิดชอบเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในหลายข้อหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ทั้งนี้หมายจับซึ่งถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน  ทั้ง  3 คดี  สำหรับตัวพระธัมมชโย  ประกอบด้วย

1.หมายจับศาลอาญา  ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ

2.หมายจับศาลจังหวัดเลย  กรณีร่วมกันบุกรุกป่า ก่อสร้างสวนป่าหิมวันต์ ภูเรือ จ.เลย

 

3.หมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว  กรณีบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่