- 12 ธ.ค. 2559
ประกาศสงคราม!?..."องอาจ"ประกาศกร้าว!! ถึง"ศิษย์ธรรมกาย"ทั่วโลก!!...แถมโยงเข้า"สถาบันเบื้องสูง"...หลุดอีก!!ไลน์จากสายข่าวระดมพลป้อง"ธัมมชโย"(มีคลิป)
นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงแสดงท่าทีและจุดยืนของเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ต่อกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจได้สนธิกำลังกับทหารและฝ่ายปกครอง กว่า 3,000 นาย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ สุนัขตำรวจ รถคลื่นเสียงแรงสูงทำลายแก้วหู รถฉีดน้ำความดันสูง หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เตรียมบุกเข้าวัดพระธรรมกายต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. เพื่อจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
นายองอาจกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวส่อให้เห็นจะใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามจับกุมคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายที่มาสวดมนต์นั่งสมาธิอยู่ในวัดจำนวนหลายหมื่นคนด้วยความเป็นห่วงพระธัมมชโย ซึ่งจะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศในสายตาชาวโลกอย่างยิ่ง และจะเป็นบาดแผลความขัดแย้งลึกซึ้งระหว่างสถาบันชาติและสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย
"ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องยกกำลังกันหลายพันคนราวกับจะทำสงคราม เพียงเพื่อจะจับกุมพระภิกษุชราที่อาพาธหนัก และทำความดีมาทั้งชีวิต เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ได้ไม่เท่าเสีย เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนหรือไม่ ทั้งที่ไม่ใช่คดีร้ายแรง แต่เวลาพระใน 4 จังหวัดภาคใต้ถูกฆ่า วัดถูกเผา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจเคยทุ่มเทกำลัง 3,000 นาย เข้าคลี่คลายคดีหรือไม่ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายนับล้านคน คณะสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลก ได้จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด องค์กรพุทธนานาชาติจำนวนมากได้ทำหนังสือทักท้วงไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้ระงับยับยั้งการใช้ความรุนแรงต่อพระสงฆ์ ชาวพุทธ และวัดในพระพุทธศาสนา" นายองอาจกล่าว
โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนหมู่ใหญ่หลายล้านคน โดยเฉพาะเป็นเรื่องความเชื่อศรัทธาทางศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ขอให้เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแสดงออก อย่าให้มีลักษณะข่มขู่คุกคาม แต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นกลาง ยุติธรรมอย่างแท้จริงจนได้รับความเชื่อถือจากประชาชน ปัญหาก็จะสามารถคลี่คลายไปได้ด้วยดีในที่สุด แม้จะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็เป็นทางออกที่ส่งผลดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ พระพุทธศาสนา การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่า
ถามว่า ทางวัดเตรียมมาตรการรับมือเจ้าหน้าที่อย่างไรบ้าง โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ตนตอบแทนวัดไม่ได้ เช่นเดียวกับของคณะศิษยานุศิษย์เป็นแสนคนที่มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดก็ตอบแทนไม่ได้ แต่ยืนยันลูกศิษย์ทุกคน คือ ประชาชนธรรมดาตาดำๆ ไม่มีอำนาจ ไม่มีวิธีการที่จะทำอะไรที่ไปเทียบกับผู้มีอำนาจได้ อย่างมากได้แค่สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม
"ผมไม่สามารถไปชี้ซ้ายชี้ขวาให้คณะศิษยานุศิษย์นั้นได้กระทำอะไรที่มีการสั่งการได้ทั้งสิ้น ผู้ที่มาวัดพระธรรมกายมีหลากเพศ หลายวัย ล้วนแล้วแต่มีการศึกษา เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ ครูบาอาจารย์ เป็นผู้ที่มีหน้าตาทางสังคมก็มากมาย จึงไม่สามารถที่จะคาดการณ์อะไรล่วงหน้าได้" โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ฯ กล่าว
ซักว่า เหตุใดจึงเชื่อว่าส่อจะเกิดความรุนแรง นายองอาจกล่าวว่า มีการเตรียมกำลังตำรวจถึง 3,000 นาย และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ยังไม่เพียงพอหรือที่จะทำให้รู้สึกว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรง
ถามต่อว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า ล่าสุดเพิ่งจะมีคำสั่งทางคณะปกครองของสงฆ์ออกมาโดยเจ้าคณะทางปกครองตามลำดับชั้น ไม่ต้องมาเชื่อที่ตนพูด แต่ให้เชื่อในพระสงฆ์ที่ท่านเป็นเจ้าคณะปกครองที่ล้วนแล้วแต่เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ท่านระบุชัดเจนว่าพระธัมมชโยนั้นอาพาธ และให้พักรักษาตัว จึงได้ตั้งและยกขึ้นเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์
“ท้ายที่สุดกระผมขอโอกาส ในท่ามกลางสถานการณ์ที่สุกงอม และมีแนวโน้มที่จะไปถึงความรุนแรง คณะศิษยานุศิษย์ทุกคนคงไม่มีอะไร ตอนนี้คงมีทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องขอพึ่งพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้โปรดอภิบาลคุ้มครอง ข้าพระพุทธเจ้าคณะศิษยานุศิษย์ทุกคน ขอพึ่งพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้สถานการณ์ทั้งหมดทั้งมวลได้กลับร้ายกลายเป็นดี จากหนักเป็นเบา คงจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่จะขอพึ่งพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประดุจพระบิดาปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ” นางองอาจกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายองอาจให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ได้ยกพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ไว้เหนือหัวนานร่วม 1 นาที
โดย จิรศักดิ์ สำนักข่าวทีนิวส์
