- 12 ธ.ค. 2559
สายข่าวทีนิวส์ รายงานว่าเนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วันที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตรวจค้นวัดพระธรรมกายทางคณะศิษยานุศิษย์ฯ พยายามใช้การปฏิบัติการข่าวสารปลุกระดมเชิญชวนมวลชนให้เข้าวัดพระธรรมกาย สร้าง
สายข่าวทีนิวส์ รายงานว่าเนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วันที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตรวจค้นวัดพระธรรมกายทางคณะศิษยานุศิษย์ฯ พยายามใช้การปฏิบัติการข่าวสารปลุกระดมเชิญชวนมวลชนให้เข้าวัดพระธรรมกาย สร้างแนวคิด/ให้ข้อมูลต่างๆ โจมตี/ด้อยค่าการทาหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ (ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์) รวมถึงใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ในการเผยแพร่กิจกรรมของทางวัดพระธรรมกาย ที่น่าห่วงกังวลคือการพยายามดึงสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้องและใช้เป็นเกราะกำบังหวังไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าดาเนินการรวมถึงการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อนาไปขยายผลต่อองค์กรต่างประเทศให้มาร่วมกดดันรัฐบาล ดังเช่นกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังทางการเมืองเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรหามาตรการในการป้องกันเหตุดังกล่าวเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือหรือถูกแสวงประโยชน์นามาใช้โจมตีรัฐบาลและการดาเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐได้
ซึ่งจากการตรวจสอบไปที่เพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้มีการนำเสนอกิจกรรมของวัดพระธรรมกาย อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ถ่ายทอดสด..พิธีถวายกองบุญอุปกรณ์เครื่องกันหนาว วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2559
ทั้งนี้ เพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังมีการนำเสนอ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ระบุว่า มาสวดธัมมจักฯ กันเยอะๆพลังหมู่จะทำให้เกิดพลังแห่งความบริสุทธิ์แผ่ขยายกว้างออกไปมากขึ้นผู้ไม่ปรารถนาดีจะยิ่งแพ้ภัยเร็วขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังโพสต์ข้อความระบุว่า แถลงข่าวเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก โดย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ยังนำภาพ นายองอาจ ที่ยกพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ไว้เหนือหัว มาโพสต์ในเพจด้วย
ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุถึงกรณีที่นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่มีการอ้างว่าการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยและการตรวจค้นวัดพระธรรมกายจะนำไปสู่ความแตกแยกของพระพุทธศาสนานั้น ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งการพูดในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายชี้นำ ยุยง ปลุกปั่น เป็นภัยต่อความมั่นคง เพราะมีการดึงสถาบันศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งการที่นายองอาจ ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่จะใช้กำลังเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายนั้น หากมีความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจากทางฝ่ายกฎหมายของวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่กลุ่มสมัชชาสงฆ์เถรวาทโลกทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้หยุดการใช้กำลังทหารและอาวุธ โดยให้มีการเจรจานั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่คำสั่งล่าสุดของนายกรัฐมนตรีคือต้องจับผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
