- 14 ธ.ค. 2559
ไร้จิตสำนึก!!!...มือดีเอาแท่งปูนขวางถนนหน้า"วัดธรรมกาย"!!!...ตร.เร่งนำรถมายกออก ชี้ผิดกฎหมาย...ยังไร้คนรับผิดชอบ แต่ก็น่าจะรู้กันอยู่ว่าเป็นของ...??(มีคลิป)
เมื่อวันอังคารที่ 13 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่ศาลอนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากทั้งหมด 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-16 ธ.ค. ปรากฏว่าบรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงเช้ามีศิษยานุศิษย์ทยอยเดินทางเข้ามาภายในวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง
โดยที่บริเวณทางเข้าประตู 5 ซึ่งจะสามารถเข้าไปพื้นที่ด้านในจุดที่ก่อนหน้านี้พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นอนรักษาอาการอาพาธอยู่ภายในอาคารดาวดึงส์ ได้มีการนำรั้วเหล็ก ผ้าสแลนสีเขียวปิดพื้นที่ด้านหน้าไว้
พร้อมทั้งตั้งเต็นท์ให้ศิษย์วัดและพระสงฆ์จำนวนหนึ่งนั่งสวดมนต์กลางแจ้งที่ด้านหน้าประตู โดยเปิดเพียงช่องทางเล็กๆ ให้ศิษย์ได้ลงทะเบียนก่อนเดินเข้าไปปฏิบัติธรรมด้านใน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปกปิดหน้าตาอยู่โดยรอบ ในขณะที่ศิษย์หลายรายที่สังเกตการณ์โดยรอบก็สวมเครื่องแต่งกายปกปิดหน้าตาเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ศิษย์ที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในวันนี้จะมีบัตรประจำตัวติดอยู่ที่เสื้อด้วย
ส่วนประตู 6 ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามประตู 5 และประตู 7 ที่เป็นทางเข้าหลักของวัด ยังเปิดให้รถยนต์ทั่วไปสามารถเดินทางผ่านเข้า-ออกได้ทางเดียว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเดินทางเข้าไปภายในบริเวณวัด ทำให้สื่อมวลชนต้องเฝ้าสังเกตสถานการณ์ภายนอกวัดท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
นอกจากนี้ บริเวณถนนเลียบคลองแอน พบว่ามีศิษยานุศิษย์ตั้งเต็นท์รักษาการเฝ้าอยู่หลายจุด รวมถึงมีจุดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นลานกว้าง ก็มีการตั้งเต็นท์เป็นค่ายขนาดใหญ่ มีผ้าสแลนสีเขียวปิดอยู่โดยรอบ คาดว่ามีศิษย์อยู่ภายในหลายร้อยคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจความเรียบร้อยรอบบริเวณวัดพระธรรมกาย รถยนต์เจ้าหน้าที่ได้ถูกตะปูเรือใบตรงบริเวณประตูทางเข้าออกประตูที่ 6 ทำให้รถยนต์เกิดความเสียหายและไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวและพบตะปูเรือใบเป็นจำนวนมาก คาดว่าเป็นฝีมือของมือที่ 3 เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไป สภ.คลองหลวง เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในข้อหาทำให้เสียทรัพย์
ขณะที่บริเวณถนนคลองแอนสอง-สาม หน้าทางเข้าธรรมอุทยาน ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หากเข้าจากถนนบางขันหนองเสือ มาประมาณ 20 เมตร พบแท่งปูนขวางถนนอยู่ และเมื่อขับเข้าไปด้านในใกล้เคียงประตู 15 มีการนำเสาเข็มมาปิดกั้นพื้นถนนทางสาธารณะ ทำให้รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ โดยได้นำมาขวางไว้ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.เศษรฐกร ชัยวีระวงศ์ รอง ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.คลองหลวง ได้นำรถยกมายกเสาเข็มที่ขวางกลางถนนออก เพื่อเปิดทางให้ใช้ทางสัญจรได้
พ.ต.ท.เศรษฐกรกล่าวว่า เมื่อเวลา 00.10 น. ที่ผ่านมา ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกตรวจพื้นที่บริเวณถนนเลียบคลองแอนสอง-สาม พบรถเก๋งและกลุ่มคน เมื่อเข้าไปถึงก็พบกับเสาเข็มขนาดใหญ่วางขวางถนนอยู่ จึงเข้าไปทำการตรวจสอบพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูนา สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จอดอยู่ไม่ไกลกับเสาเข็มที่นำมาขวางถนน เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพากันขับรถหลบหนีมาที่ทางเข้าบริเวณประตู 5 แล้วขับรถเข้าไปด้านในวัดพระธรรมกาย
"เมื่อเข้าไปสอบถาม รปภ.ที่ดูแลหน้าประตูทางเข้าวัดดังกล่าวว่าใครนำเสาเข็มมาขวาง แต่ รปภ.อ้างว่าไม่รู้ จึงบอกว่าทำแบบนี้ไม่ถูกและผิดกฎหมาย ซึ่งผมสันนิฐานว่ากองเสาเข็มที่นำมาขวางกลางถนนนั้นน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย เพราะได้ขับรถตามมาติดๆ โดยรถที่ขับตามมาได้เลี้ยวเข้าไปทางประตู 5 บริเวณในวัดพระธรรมกาย โดยการขนเสาเข็มน่าจะนำออกมาทางประตูทางเข้าธรรมอุทยาน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเก็บหลักฐานและเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย" รอง ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าว
ที่หน้าวัดพระธรรมกาย พระมหานพพร ปุญญฺชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เดินออกมาหน้าประตูวัด ชี้แจงสาเหตุที่ไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในวัดว่า ต้องขออภัย เป็นการขอความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีสาธุชนทยอยเข้าวัดตลอดทั้งวันทั้งคืน มีความจำเป็นที่หน่วยรักษาความปลอดภัยต้องระวังอย่างเต็มที่
"เรื่องนี้สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ตั้งด่านรอบวัดเป็นพิเศษ ต้องขอบคุณทางราชการที่เข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะ สภ.คลองหลวง ที่ต้องระวังมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ซึ่งทางทนายความของวัดจะไปยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายค้นที่ศาลอาญา รัชดาฯ ในวันนี้" พระมหานพพรกล่าว
ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ประสานเข้ามาค้นภายในวัด หากเข้ามาทางวัดก็จะอำนวยความสะดวกให้ ซึ่งการที่สาธุชนมาวัดเป็นจำนวนมาก มาด้วยใจ ทั้งจากกระแสข่าว การปิดช่องดีเอ็มซี พอได้ติดตามข่าวก็เป็นห่วง และอยากมาเอาบุญด้วย ก็เลยหลั่งไหลมาที่วัด ทุกคนมีใจเป็นของตัวเอง จะควบคุมให้เป็นอย่างที่เราคิดเป็นไปไม่ได้ วัดก็มีมาตรการที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย รวมถึงยังมีพระภิกษุที่มาจากต่างจังหวัดด้วย
"ถ้าเจ้าหน้าที่นำหมายศาลมา ก็ต้องพาไปภายในวัด อยู่ที่เอกสารที่นำมาว่าเป็นอย่างไร ขอดูหมายก่อนว่าเป็นหมายอะไร ถ้าท่านยังไม่ติดต่อมาเราก็ยังไม่เห็นเอกสาร ส่วนเรื่องท่าทีของลูกศิษย์ยังให้ความเชื่อมั่นไม่ได้ว่าจะผ่านศิษย์ไปได้หรือไม่ แต่จะอำนวยความสะดวกเต็มที่" ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรฯ กล่าว
ถามว่า พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ พระมหานพพรกล่าวว่า หลวงพี่พูดมาตลอดว่าไม่ได้พบ จึงไม่ขอยืนยัน ส่วนเหตุที่มีการปล่อยเสียงสวดมนต์ออกมานอกวัดวันนี้ ก็เพราะสาธุชนมาเยอะ บางคนสวดได้บ้างไม่ได้บ้าง การปล่อยเสียงออกมาก็เพื่อให้บางคนที่มาใหม่สวดได้
ซักเรื่องการยื่นค้านหมายค้น พระมหานพพรกล่าวว่า เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์หลวงพ่อธัมมชโย ทีมทนายความดำเนินการไปตามสิทธิทางกฎหมายที่ทำได้ รวมถึงการยื่นถวายฎีกาของศิษย์ ก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมตรงนั้น เชื่อว่าความรุนแรงไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา และเรื่องนี้จะยุติได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง ภาครัฐท่านคงเข้าใจว่าจะเข้ามาโดยไม่ใช้ความรุนแรง
ถามว่า เหตุใดศิษย์บางคนใช้ผ้าปิดปากปกปิดหน้าตา พระมหานพพรกล่าวว่า บางคนที่แพ้ฝุ่นก็สวมไว้ เพราะทางวัดมีการก่อสร้างอยู่ภายใน ปกติก็มีสวมกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ทุกคน ไม่ได้ปกปิดใบหน้า เพราะเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มา ส่วนที่แจกเสื้อกันฝนก็เพื่อกันน้ำค้าง
"สแลนที่ปิดรอบพื้นที่ประตู 5 เพราะเป็นพื้นที่ก่อสร้างในอาคารที่พักสงฆ์ ส่วนตรงสะพานกำลังจะทำป้ายก็เลยทำแนวไว้ ที่หน้าประตูก็เป็นจุดคัดกรอง ส่วนที่มีแท่งปูนขวางก็เป็นจุดคัดกรอง ไม่น่าจะเข้าข่ายการขัดขวาง ที่จุดนั้นทางราชการก็เคยผ่านประจำอยู่ ส่วนที่ยังไม่เปิดใช้สะพานประตู 4 เป็นทางสาธารณะนั้น ทางฝ่ายกฎหมายคงจะไปชี้แจงกับทางราชการที่มาติดป้าย การปิดประตูวัดก็ไม่ได้เป็นป้อมอะไร และทางวัดไม่ได้จัดตั้งมวลชน เพราะไม่สามารถไปบังคับใครได้" พระมหานพพรกล่าว
ต่อมาเวลา 09.00 น. นายธัชนนท์ พรใบหยก ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยทีมทนายความอีก 2 คน เดินทางมายื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายค้นวัดพระธรรมกาย ที่ศาลอาญา รัชดาฯ โดยนายธัชนนท์กล่าวว่า เป็นการมาใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนหมายค้นวัดพระธรรมกาย หลังทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีการออกหมายค้น ซึ่งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหมายค้นนั้นก็ทราบจากข่าวที่ปรากฏ
"ขณะนี้ก็มีกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากไปอยู่ปรากฏตัวอยู่บริเวณรอบๆ วัด ซึ่งตามปกติแล้วการขอหมายค้นจะต้องระบุว่า เจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้นำหมายค้น พร้อมกำลังเข้าตรวจค้นและต้องระบุว่าจะตรวจค้นจุดใดบ้างของวัด แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีใครออกมาแสดงตน โดยพยานหลักฐานและเหตุผลประกอบคำร้องขอให้เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนที่ยื่นคำร้องไปไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้" ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธรรมกายกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. ศาลอาญาได้พิจารณาคำร้องของทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธรรมกายดังกล่าว โดยศาลได้พิเคราะห์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องเพิกถอนหมายค้นของทนายความวัดพระธรรมกาย เห็นว่ากรณีไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายค้นตามคำร้อง ให้ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หมายค้นที่ศาลออกให้ตำรวจดีเอสไอ วันที่ 13-16 ธ.ค.59 มีดังนี้ วันที่ 13 ธ.ค.เข้าค้น 196 ไร่, วันที่ 14 ธ.ค. เข้าค้นอาคาร 60 ปี, วันที่ 15 ธ.ค. เข้าค้นเจดีย์, วันที่ 16 ธ.ค. เข้าค้นวิหารหลวงปู่
โดย จิรศักดิ์ สำนักข่าวทีนิวส์
