เริ่มแล้ว!!! "ช็อปช่วยชาติ" 18 วันหักภาษี 1.5 หมื่น - คนแห่รับเงินคึกคักทั้ง 3 แบงค์รัฐ (ชมคลิป)

ริ่มแล้ว!!! "ช็อปช่วยชาติ" 18 วันหักภาษี 1.5 หมื่น - คนแห่รับเงินคึกคักทั้ง 3 แบงค์รัฐ (ชมคลิป)

เมื่อวานนี้ 13 ธันวาคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 โดยเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับซื้อสินค้าและค่าบริการ ตามจำนวนรายจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท หรือ มาตรการช็อปช่วยชาติ ตั้งแต่วันที่ 14-31 ธันวาคม 2559 รวมระยะเวลามาตรการ 18 วัน
ทั้งนี้ ผู้ที่ซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการจะต้องขอใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งไม่รวมการซื้อสินค้าประเภท สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ เรือ น้ำมัน ก๊าซ และไม่รวมค่าบริการกลุ่มธุรกิจนำเที่ยว ที่พัก โรงแรม ซึ่งมาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 3,200 ล้านบาท แต่มีประชาชนได้รับลดภาระด้านภาษี 2ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในการบริโภคภายในประเทศประมาณ20,000ล้านบาท คาดว่า จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 จะมีผลกับทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี

นอกจากนี้ครม ยังเห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข7 หรือ มอเตอร์เวย์ ทางพิเศษกรุงเทพ - ชลบุรี ส่วนบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนบางปะอิน–บางพลี ตั้งแต่เวลา 00.01น.ของวันที่ 29 ธันวาคม ถึงเวลา 24.00น.ของวันที่ 4 มกราคม 2560

นายกฯให้เตรียมลงทะเบียนรอบสอง
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุมครม.ถึงมาตรการให้เงินช่วยเหลือ 1,500บาท และ3,000บาทแก่ผู้มีรายได้น้อย ที่ขึ้นทะเบียนคนจนตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลว่า หลายอย่างยังไม่เข้าใจกัน ที่ผ่านมาให้ประกาศให้มาขึ้นทะเบียนก็ไม่รู้จะได้อะไร เลยไม่ขึ้นทะเบียน บางคนขึ้นทะเบียนแล้วก็ไม่สนใจจะเปิดบัญชี เพราะไม่รู้ว่าจะได้อะไร
“สิ่งที่รัฐบาลพูดออกไปหรือทำออกไป ต้องมีจุดมุ่งหมาย ทุกคนต้องติดตามเรียนรู้ ดังนั้นจะต้องเดินตามให้ทันว่า รัฐบาลคิดอะไรแล้ว ต้องให้เกิดประโยชน์ วันหน้าจะพ่วงไปสู่เรื่องของรถไฟ รถเมล์ฟรีอีกหลายๆ เรื่องจะตามมาวันนี้หมดช่วงเปิดให้ขึ้นทะเบียน เอาไว้ไปขึ้นทะเบียนกันคราวหน้า”นายกฯกล่าว
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000บาทต่อปีและมีอายุตั้งแต่18ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ว่างานจะได้รับเงิน3,000บาท ส่วนผู้ที่มีรายได้มากกว่า30,000บาทแต่ไม่เกิน100,000บาทต่อปี จะได้รับเงิน1,500 บาท


คนแห่รับเงินคึกทั้ง3 แบงค์รัฐ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ธนาคารของรัฐทั้ง 3 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต่างเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ตื่นตัวเข้ามาติดตามและรับเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทางรัฐบาลได้โอนเงินเข้าระบบตั้งแต่ เมื่อวันที่ 12ธันวาคมโดยเฉพาะ จ.กาฬสินธุ์ ภาพรวมที่ธนาคารธ.ก.ส.ทั้ง18สาขาใน18อำเภอ มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการที่ธนาคารจำนวนมากตั้งแต่เช้าเพื่อเข้าคิวรับเงิน
จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเพื่อรับเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เป็นไปด้วยความคึกคักที่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคาร ธกส. โดยเฉพาะที่ อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ แต่ละธนาคารมีชาวบ้านจำนวนมากมายืนรอคิวตั้งแต่ช่วงเช้า แต่พบปัญหาส่วนใหญ่ชาวบ้านยังไม่เปิดบัญชีของ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคาร ธกส.คาดจะเดินทางมาเปิดบัญชีช่วง 2 สัปดาห์เป็นจำนวนมาก
บุรีรัมย์แห่ถอนเงินสดออกมาใช้
เช่นเดียวกับที่ธ.ก.ส.สาขาบุรีรัมย์ ได้มีผู้มีรายได้น้อยแห่นำสมุดบัญ ชีเงินฝาก และบัตร เอทีเอ็ม.มาเข้าคิวรอปรับและกดเช็คยอดเงินที่ธกส.สาขาบุรีรัมย์ แถวยาวล้นออกมาถึงถนนหน้าธนาคาร ตั้งแต่ก่อนเปิดทำการ ส่วนใหญ่รีบไปติดต่อเพราะเกรงจะเสียสิทธิ์รับช่วยเหลือ และตัดสินใจถอน เงินสดทันที
         
ขณะที่ ธ.ก.ส.สาขา นครศรีธรรมราช มีประชาชนนับพันต่างแห่มาตรวจสอบข้อมูล แก้ไขรายชื่อ เช็คยอดเงินและเปิดบัญชีใหม่ จำนวนมากจนเกิดความวุ่นวายเลยทีเดียว

ธ.ก.ส.ขอขยายโอนเงินถึงมค.60
ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.โอนเงินเข้าให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัญชีเงินฝากกับธ.ก.ส.แล้วจำนวน2.8ล้านราย รวมเป็นเงิน6,532ล้านบาท แต่ยังเหลือผู้ที่มีรายชื่อได้รับสิทธิ์อีกกว่า 1 ล้านราย มีผู้ที่เปิดบัญชีแล้วและรอเงินโอนอีก2แสนราย และยังเหลือผู้ที่ได้รับสิทธิ แต่ยังไม่มีบัญชีเงินฝากกับธ.ก.ส.อีก 8แสนราย ดังนั้นธนาคารฯได้เสนอกระทรวงการคลังพิจารณาขยายเวลาการโอนเงินออกไปถึงสิ้นเดือนมกราคม 2560ขอให้ติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ธ.ก.ส.สาขา ที่สะดวกทั้ง1,275 สาขา ทั่วประเทศ ภายในวันที่27ธันวาคมนี้ และธนาคารจะโอนเงินสวัสดิการดังกล่าว ให้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม2559

 

ข้อมูลจาก รายการ สด ลึก จริง

โดย ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์