วาระเผชิญกรรม !?!? “เปลวสีเงิน” เปิดเนื้อใน หรือจะเป็นจริง “พระธัมมชโย” เลียนแบบ “ทักษิณ" สวรรค์เปิดทางให้เดิน แต่ไม่ยอมเดินกลับไปเดินทางนรก

ในเว็ปไซต์ไทยโพสต์ ในคอลัมน์ ชื่อ เปลว สีเงิน - Plew Seengern ได้นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการกับพระธัมมชโย โดยระบุว่า

ในเว็ปไซต์ไทยโพสต์ ในคอลัมน์ ชื่อ เปลว สีเงิน - Plew Seengern ได้นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการกับพระธัมมชโย โดยระบุว่า

ยังเหลือเส้นทางอีก ๒ สาย

ที่มีบางกลุ่มแอบจิตอยู่ในภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคการเมือง-ภาคการศาสนา ยึดเป็นเส้นทาง "ชีวิตที่รอคอย"

๑.รอคอยเลือกตั้ง

๒.รอคอยระบอบทักษิณคืนอำนาจ!

ใน "ภาครัฐ-ภาคเอกชน" ยังถือว่าตามน้ำ แต่ที่ทั้งทวนน้ำและตามน้ำเห็นกันตอนนี้

มีภาคการเมือง คือคนพรรคเพื่อไทย

มีภาคการศาสนา คือวัดพระธรรมกาย-สมีโย

ทั้ง ๒ ส่วนนี้ ตามที่ประจักษ์...........

เป็นฟันเฟืองสัมพันธ์ใต้ระบอบทักษิณ เจริญงอกงาม กระเดื่องเกียรติ กระเดื่องลาภ กระเดื่องยศ ไปด้วยกัน ยามระบอบทักษิณเรืองอำนาจ

และเมื่อ "ระบอบทักษิณเสื่อมอำนาจ"

ทั้ง ๒ ส่วน พลันเป็นฟันเฟืองหลอ ไร้พลังขับเคลื่อน เงื่องหงอย เสื่อมเกียรติ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ

จากเชิดชู-ฟูฟ่องอยู่บนหอคอยงาช้าง งาก็กลายเป็นซี่ลูกกรงห้องขัง

จากจัดสรรสวรรค์ชั้นต่างๆ ขาย สวรรค์ก็กลายเป็น "นรกต้มเปรตโล้น"

ก็น่าอเนจอนาถอยู่........

เท่าที่ดูวาระเผชิญกรรม ทั้ง ๒ ส่วนนั้น ต้องพูดว่า "สวรรค์เปิดทางให้เดิน แต่ไม่ยอมเดิน"

กลับดั้นด้นไปทางนรก ทั้งที่นรกปิดประตูแท้ๆ ก็ยังไปงัดแง้มแย้มประตู กู....จะไปทางนี้!

ก็แปลกดี!

นี่แหละที่เขาว่า "แรงกรรม" ถึงคราวกรรมส่งผล ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมชั่ว ใครจะขืนขัดขนาดไหนก็ "ต้านแรงกรรม" ไม่ได้

ยามจะรวย ไม่ซื้อหวย แม่ค้าลอตเตอรี่ก็มายัดเยียดรางวัลที่ ๑ ให้ แต่ยามซวย "เหมาทั้งแผง" แค่ ๒ ตัวหน้า ยังไม่ติด

ดูสมีโยเป็นอุทาหรณ์ ตอนกรรมดียังมีอานิสงส์แซงหน้ากรรมหยาบ แค่ขัดหัว-นวดหน้า ผู้คนก็บอกว่า อูย....ออราพระผู้วิเศษแจ่มจำรัส

หยิบขี้หมาแห้งมาชู บอกนี่กุญแจสวรรค์ พวกศรัทธาตาบอดก็แย่งกันขึ้นสวรรค์ เป็นร้อยล้าน-พันล้าน

นอกจาก "หลอกขายบุญ" ชาวบ้าน ........

รัฐบาลระบอบทักษิณ โดยสำนักพุทธ ยังจัดสรร "ผันเงินหลวง" มาเข้ากระเป๋าธรรมกาย ผ่านคำว่ากิจนิมนต์-กิจทางศาสนา ไม่รู้กี่ร้อย-กี่พันล้าน

พอกรรมดีหมดไป ถึงคราว "กรรมหยาบ" ส่งผล

เห็นมั้ย ..............

ก่อนหน้า ทั้งดีเอสไอ ทั้งตำรวจ ทั้งใครต่อใคร แทบจะกราบตีน (ที่ยังไม่โต) ไม่มีใครอยากจับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ

อ้อนวอน ขอแค่มามอบตัวเป็นพิธี แล้วจะรีบให้ประกัน จบๆ กันไปทันที

ก็ไม่เอา......

ยักท่า "เลียนแบบทักษิณ" อาตมาไม่ผิด กฎหมายผิด ทำนองนั้น!

แต่ตอนนี้ ต่อให้สมีลวงโลกมากราบตีนดีเอสไอขอมอบตัว "แลกประกัน"

ทั้งดีเอสไอ ทั้งตำรวจ จะสั่นหัวทันที

มอบได้ แต่จะได้ประกันหรือไม่ โน่น...ไปที่ศาล!

นี่พูดด้านการศาสนา ว่าด้วยเรื่องสมีโย ยาม "กรรมชั่ว" ที่สะสมไว้ส่งผล ด้วยกรรมแรง-แรงกรรมระดับ ๙ ริกเตอร์

เค้เก้ระเนนระนาดไปด้วยกัน ทั้งอาจารย์-ทั้งลูกศิษย์ แค่วัน-สองวัน สร้างยอดคดีอาญาสูงกว่าเจดีย์ธรรมกาย นัยว่าปาเข้าไปร้อยกว่าคดีแล้ว

จากจับสมีโย "หัวโจก"

ตอนนี้ ประกาศจับหัวโจ๋ "เจอองอาจ ธรรมนิทาที่ไหน จับที่นั่นทันที"!

และในร้อยกว่าคดีนี้ ผลที่จะตามมาทางกฎหมาย ไม่ต่างกับรีสอร์ตภูทับเบิก

รื้ออาคาร สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายแหล่ ทั้งในอาณาจักรจานบิน และตามป่าดงที่ไปรุกล้ำ เมื่อถึงที่สุด ก็ต้องรื้อเรียบ!

วาระเผชิญกรรม !?!? “เปลวสีเงิน” เปิดเนื้อใน หรือจะเป็นจริง “พระธัมมชโย” เลียนแบบ “ทักษิณ" สวรรค์เปิดทางให้เดิน แต่ไม่ยอมเดินกลับไปเดินทางนรก

เรื่องวัดพระธรรมกาย ทำไมจึงสร้างใหญ่โต?

ผมฟังที่นายองอาจอึ้ดทึ่ด จัดฉากสัมภาษณ์ "ถาม-ตอบ" ในวัด แล้วเอาไปออกโทรทัศน์ช่องแดงวันก่อน

นายองอาจ บังอาจยก "เชตวันมหาวิหาร" ขึ้นมาอ้างอิง

พูดตีขลุมว่า "วัดของพระพุทธเจ้าแห่งนี้ ก็ใหญ่โต ใช้เงินทองมากมายในการสร้าง"!

ทั้งศิษย์ ทั้งอาจารย์ มักฉกฉวยอะไรมาแบบครึ่งๆ แล้วยกพระธรรมวินัย ยกพระพุทธองค์ ขึ้นมาเป็นตราประทับ ให้คนไม่รู้หลงเชื่อ

"เชตวันมหาวิหาร" ที่พระพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง ๑๙ พรรษา หรือวัดไหนๆ บรรดามีทั้งหมด

พระองค์ไม่ได้ทรงสร้าง หรือเรี่ยไร ขายธรรม เอาเงินมาสร้างเองเลย

บรรดามีทั้งหมด .......

มีแต่คนอื่นสร้าง เสร็จแล้วถวายพระพุทธองค์และสงฆ์สาวกได้ใช้บำเพ็ญพุทธกิจทั้งสิ้น!

อย่างเชตวันมหาวิหาร "อนาถบิณฑิกเศรษฐี" เมืองสาวัตถี ใช้เงิน ๑๘ โกฏิ ซื้อสวนเจ้าเชต และใช้อีก ๓๖ โกฏิ สร้างเป็นวัดถวายพระพุทธองค์

เนี่ย...ถ้านายองอาจจะยกมาพูด ต้องยกมาให้ครบใจความแบบนี้

ไม่ใช่พอคนถาม "ทำไมสมีโยก่อสร้างวัดใหญ่โต?"

ก็ใช้โวหาร "วัดเชตวันมหาวิหารของพระพุทธเจ้าใหญ่กว่า ใช้เงินสร้างมากกว่า"

พูดแบบนี้ เหมือนป้ายมลทินให้พระพุทธองค์ ด้วยใช้ความกำกวมในภาษาให้คนคล้อยไปว่า

"อ๋อ...ธัมมชโยสร้างวัดใหญ่โตเจริญตามรอยพระพุทธองค์นี่เอง"

ซึ่งไม่ใช่ ผิดทั้งเพ.......

พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงสร้างวัด หรือใช้วัดเพื่อประโยช์แห่งตนเลย!

ที่ลัทธิจานบินยื้อทุกเรื่อง ก็หวังซื้อเวลารอคอยเลือกตั้ง เพราะพวกเขาถอดสมการโจทย์เลือกตั้งกันเสร็จสรรพแล้ว

เลือกตั้งเมื่อไหร่-วันไหน

ระบอบทักษิณกลับครองเมือง-ครองอำนาจวันนั้น

และนั่น......

สมีโยไม่เพียงรอด กลับจะรุ่ง อาณาจักรจานบินผงาดเคียงคู่อาณาจักรระบอบทักษิณทันที!

ไม่ใช่ผมมโน หากแต่ฟังช่องแดงวันก่อนที่เคยเล่าไป เขาวิเคราะห์ออกจอกันเองเช่นนั้น

ว่าก่อนเลือกตั้ง รัฐบาลต้องเร่งจับสมีโย เป็นการสกัดแนวร่วมแต่ต้นมือ ประมาณนั้น!

 

วาระเผชิญกรรม !?!? “เปลวสีเงิน” เปิดเนื้อใน หรือจะเป็นจริง “พระธัมมชโย” เลียนแบบ “ทักษิณ" สวรรค์เปิดทางให้เดิน แต่ไม่ยอมเดินกลับไปเดินทางนรก

 

 

 

 

พูดถึงเลือกตั้ง...........

พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ต่างสมีโย ถึงคราวกรรมหยาบส่งผล ทางสวรรค์ทอดบันไดให้เดิน กลับไปเลือกเดินทางนรก

ก็ดูซี คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขาเชิญพรรค-สมาชิกพรรคการเมือง ไปฟังการชี้แจงสาระสำคัญ ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อพุธที่ ๑๔ ธ.ค.

เขาไปกันทั้งหมดตั้ง ๒๐-๓๐ พรรค เว้นพรรคเดียวที่ไม่ไป คือพรรคเพื่อไทย

เหตุผลที่ไม่ไป ฟังเฉพาะที่นางสาวยิ่งลักษณ์เขายกมาอ้างคนเดียวก็คงพอ

"พรรคไม่ได้ต้องการขยายความขัดแย้ง หรือไม่ให้ความร่วมมือกับ กรธ. แต่ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นของกฎหมายดังกล่าว และจุดยืนของพรรคคือ ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้เห็นข้อดีและข้อเสียของกฎหมายที่มีผลกระทบต่ออนาคต"

อือออ...ตรรกะของเธอ มันเรื่อยเจื้อยยิ่งกว่าสวะลอยน้ำ

ไม่เห็นด้วยตรงไหน เมื่อ กรธ.เขาเอาร่างมาให้ดู ก็ไปดูซี จะได้บอกเขา อธิบายเหตุผลให้เขานำไปพิจารณาแก้ไข

บอกจุดยืนพรรค คือต้องทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เห็นข้อดี-ข้อเสียของกฎหมาย

อ้าว...แล้วก็ไม่ไปฟัง แล้วจะเอาอะไรไปทำความเข้าใจชาวบ้านได้ล่ะ หือ?

ก็ตีรวนตามสันดานมันไปทุกเรื่องนั่นแหละน่า

ขนาดรัฐธรรมนูญ เขายังไม่ทันร่างด้วยซ้ำ เพื่อไทยก็ประกาศคว่ำก่อนแล้ว!

พ.ร.บ.พรรคการเมืองนี้น่ะ ต่อให้เพื่อไทยร่างเอง ก็ต้องร่างตามกรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ ว่าด้วยการตั้งพรรค

และมาตรา ๒๕๘ (๒) ว่าด้วยการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน

ถ้าร่างออกนอกกรอบ ก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี การตั้งแง่ตีรวนไปทุกเรื่องอย่างนี้ ไม่เป็นคุณต่อเพื่อไทยเลย

ก็ไปค้าน ไปอธิบายแต่ละข้อปลีกย่อย อย่างที่ประชาธิปัตย์และพรรคอื่นๆ เขาทำซี

ฝ่าย กรธ.เขาจะได้จดบันทึกรวบรวมสู่ที่ประชุม พิจารณาปรับแต่งให้มันพอรับกันได้ทุกฝ่าย

ความจริง พ.ร.บ.พรรคการเมืองน่ะ ต้องไม่ร่างแบบยึดนักการเมืองเป็นตัวตั้ง ต้องร่างแบบยึดประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง

ฉะนั้น ไม่ต้องฟังนักเลือกตั้งมากนัก

ต้องฟังและยึดประโยชน์ที่ "คนส่วนใหญ่" จะพึงได้ หลังจากคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวเป็นพรรคการเมือง

เพื่อไทย ยกคำว่า "ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" เป็นยันต์ปิดหน้า

แล้วการที่ กรธ.จะเขียนกฎหมายพรรค ก็เชิญพรรคทั้งหมดไปฟัง ไปแสดงความคิดเห็น ไปถกเถียง-โต้แย้งกันก่อนในเบื้องต้น

เพื่อนำที่พูดจากันทั้งหมด ไปกลั่นเป็นเนื้อหาออกมาเป็น พ.ร.บ.พรรคการเมือง

แบบนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน?

หรือต้องแบบ โหวต "ลักหลับ" กันตอนตี ๔ เสียบบัตรแทนกัน ได้แล้วแบ่งกัน อย่างนั้นจึงจะเป็นประชาธิปไตย "ตรงสเปก" เพื่อไทย?

โลกไม่แตกหรอก ถ้าเพื่อไทยไม่ร่วมสังฆกรรม

ตรงกันข้าม "สังคมโลก-สังคมชาติ" จะเจริญและสวยงามด้วยซ้ำ ถ้าเพื่อไทยประกาศ

"หายหัว-หายตัว" ไปจากการเมืองไทยเลย.

 

 

อ้างอิงจาก เปลวสีเงิน ไทยโพสต์

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์