จับอีก9คน!!!..แฮกเกอร์ อาชญากรไซเบอร์ "พล.อ.ประวิตร"ถึงกับลั่นปล่อยไว้ไม่ได้ อุปกรณ์เพียบ(รายละเอียด)

จับอีก9คน!!!..แฮกเกอร์ อาชญากรไซเบอร์ "พล.อ.ประวิตร"ถึงกับลั่นปล่อยไว้ไม่ได้ อุปกรณ์เพียบ(รายละเอียด)

วันที่ 26 ธ.ค.59 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยจับ 9แฮคเกอร์ พร้อมอุปกรณ์ ต่อต้าน พรบ.คอมฯ เตรียมให้ตำรวจแถลงชี้แจงวันนี้ ยันจนท.ไม่นิ่งเฉย ไม่ปล่อยปละละเลย

ขณะที่เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway แชร์เพจกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ปลอม พร้อมกับนัดหมายให้ลูกเพจกดรีพอร์ตพร้อมกัน โดยระบุว่าให้ช่วยกันไปรีพอร์ตเพจปลอมและทุกสเตตัสของเพจปลอมเลียนแบบเพจ#กำแหงทีม เสียก่อน.... (เพจจริงยอดไลค์เกือบแสนเจ็ดหมื่นแล้วจ้า)ส่วนเพจปลอมเพจนี่ (ยอดไลค์ยังไม่ถึงพัน)

และได้ประกาศเจาะระบบบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ของ พ.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ธ.ค. เวลา 20.00 น. โดยระบุว่า ทุกระบบเจาะได้...Who are we? We are KamhaengTeam. We are Anonymous. คราวก่อนอีเมลไก่อู คราวนี้เป็นบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ สก.ทบ.ของไก่อู (ยศเก่ายังไม่ได้แก้ไข เจ้าหน้าที่สหกรณ์ทำงานหน่อย) พวกเราอยากได้ยินไก่อูมาบอกว่า "...นี่ไม่ใช่บัญชีของผมครับ...เลขบัตรนี้ก็ไม่ใช่ของผมครับ...เลขบัตรผมไม่ได้ลงท้ายด้วย 718...ครับ"
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ปกติ ยังไม่ได้เบิกถอนไปเข้าบัญชีใคร หรือยังไม่ได้ลบอะไรไป แต่อย่าให้ "กำแหง" ไม่สบอารมณ์...ฝากบอกไปด้วยว่า...ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเราให้พักผ่อนสองวันดีๆ ไม่ชอบ
อยากมาเล่นทีเผลอไปตัดต่อข่าวเก่า (ซึ่งก็กุเรื่องขึ้นมา)ทำแบบนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย...รอชมพรุ่งนี้ตอน 20.00 น. พบกับซีรีส์เปิดบ้านลุงตู่ day2 (ในคืนวันจันทร์ ตอนที่ 2) ไม่ซี้ดปากไม่ใช่ผลงาน #กำแหงทีมอย่าทำให้ความปรานีของพวกเราที่มีต่อรัฐบาลไทยต้องสูญเปล่า...อย่าท้าทาย anonymous...เราเตือนคุณแล้ว

 

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 59 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกรณี ที่มีกระแสต่อต้านร่าง พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่า ระหว่างการสื่อสารของกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ กับข้อมูลของผู้ถืออำนาจรัฐ ดูจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ฝ่ายต่อต้านอ้างว่าสามารถปฏิบัติการได้สัมฤทธิ์ผลและยกระดับมุ่งเป้าโจมตีระบบออนไลน์ของหน่วยงานรัฐสำคัญๆมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐ บอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้ เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่นอกจากคนในประเทศจะเฝ้ามอง ต่างประเทศก็จับตาว่า เรื่องนี้จะเดินต่อและไปจบลงตรงไหน
ความจริงก็ดูเป็นการลักลั่นด้านนโยบายของรัฐบาลคสช. มุมหนึ่งบอกว่าเน้นไทยแลนด์ 4.0 เดินหน้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับเปิดประเด็นที่ทำให้สังคมหวาดระแวงด้วยพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศ ที่กำลังตัดสินใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เจอสถานการณ์นี้อาจทำให้ต้องคิดหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ
ประเทศไทยเสียโอกาสมามากแล้ว ทั้งจากการรัฐประหารไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาสร้างสิ่งกีดขวางเพิ่มเติมในช่วงที่ยากลำบากเช่นนี้ การที่รัฐบาลคสช.ผลักดันเรื่องนี้เต็มสูบ เข้าใจว่าเน้นในเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก แต่ก็ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญด้านสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ถ้ารัฐบาลคสช.ตีโจทย์ไม่ผิด จะทราบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แต่เป็นเสียงของประชาชนผู้ที่มีส่วนได้เสีย ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นการเปิดใจ เปิดหู รับฟังเสียงเห็นต่างบ้าง บางทีอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่าการไม่ฟังเสียงใคร มิฉะนั้น สิ่งที่คาดว่าจะได้จากพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จะได้ไม่คุ้มเสีย

ข้อมูลจาก twitter @wassanananuam

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์