- 26 ธ.ค. 2559
จับอีก9คน!!!..แฮกเกอร์ อาชญากรไซเบอร์ "พล.อ.ประวิตร"ถึงกับลั่นปล่อยไว้ไม่ได้ อุปกรณ์เพียบ(รายละเอียด)
วันที่ 26 ธ.ค.59 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยจับ 9แฮคเกอร์ พร้อมอุปกรณ์ ต่อต้าน พรบ.คอมฯ เตรียมให้ตำรวจแถลงชี้แจงวันนี้ ยันจนท.ไม่นิ่งเฉย ไม่ปล่อยปละละเลย
ขณะที่เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway แชร์เพจกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway ปลอม พร้อมกับนัดหมายให้ลูกเพจกดรีพอร์ตพร้อมกัน โดยระบุว่าให้ช่วยกันไปรีพอร์ตเพจปลอมและทุกสเตตัสของเพจปลอมเลียนแบบเพจ#กำแหงทีม เสียก่อน.... (เพจจริงยอดไลค์เกือบแสนเจ็ดหมื่นแล้วจ้า)ส่วนเพจปลอมเพจนี่ (ยอดไลค์ยังไม่ถึงพัน)
และได้ประกาศเจาะระบบบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ของ พ.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ธ.ค. เวลา 20.00 น. โดยระบุว่า ทุกระบบเจาะได้...Who are we? We are KamhaengTeam. We are Anonymous. คราวก่อนอีเมลไก่อู คราวนี้เป็นบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ สก.ทบ.ของไก่อู (ยศเก่ายังไม่ได้แก้ไข เจ้าหน้าที่สหกรณ์ทำงานหน่อย) พวกเราอยากได้ยินไก่อูมาบอกว่า "...นี่ไม่ใช่บัญชีของผมครับ...เลขบัตรนี้ก็ไม่ใช่ของผมครับ...เลขบัตรผมไม่ได้ลงท้ายด้วย 718...ครับ"
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ปกติ ยังไม่ได้เบิกถอนไปเข้าบัญชีใคร หรือยังไม่ได้ลบอะไรไป แต่อย่าให้ "กำแหง" ไม่สบอารมณ์...ฝากบอกไปด้วยว่า...ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเราให้พักผ่อนสองวันดีๆ ไม่ชอบ
อยากมาเล่นทีเผลอไปตัดต่อข่าวเก่า (ซึ่งก็กุเรื่องขึ้นมา)ทำแบบนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย...รอชมพรุ่งนี้ตอน 20.00 น. พบกับซีรีส์เปิดบ้านลุงตู่ day2 (ในคืนวันจันทร์ ตอนที่ 2) ไม่ซี้ดปากไม่ใช่ผลงาน #กำแหงทีมอย่าทำให้ความปรานีของพวกเราที่มีต่อรัฐบาลไทยต้องสูญเปล่า...อย่าท้าทาย anonymous...เราเตือนคุณแล้ว
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 59 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกรณี ที่มีกระแสต่อต้านร่าง พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่า ระหว่างการสื่อสารของกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ กับข้อมูลของผู้ถืออำนาจรัฐ ดูจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ฝ่ายต่อต้านอ้างว่าสามารถปฏิบัติการได้สัมฤทธิ์ผลและยกระดับมุ่งเป้าโจมตีระบบออนไลน์ของหน่วยงานรัฐสำคัญๆมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐ บอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้ เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่นอกจากคนในประเทศจะเฝ้ามอง ต่างประเทศก็จับตาว่า เรื่องนี้จะเดินต่อและไปจบลงตรงไหน
ความจริงก็ดูเป็นการลักลั่นด้านนโยบายของรัฐบาลคสช. มุมหนึ่งบอกว่าเน้นไทยแลนด์ 4.0 เดินหน้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับเปิดประเด็นที่ทำให้สังคมหวาดระแวงด้วยพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศ ที่กำลังตัดสินใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เจอสถานการณ์นี้อาจทำให้ต้องคิดหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ
ประเทศไทยเสียโอกาสมามากแล้ว ทั้งจากการรัฐประหารไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาสร้างสิ่งกีดขวางเพิ่มเติมในช่วงที่ยากลำบากเช่นนี้ การที่รัฐบาลคสช.ผลักดันเรื่องนี้เต็มสูบ เข้าใจว่าเน้นในเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก แต่ก็ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญด้านสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ถ้ารัฐบาลคสช.ตีโจทย์ไม่ผิด จะทราบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แต่เป็นเสียงของประชาชนผู้ที่มีส่วนได้เสีย ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นการเปิดใจ เปิดหู รับฟังเสียงเห็นต่างบ้าง บางทีอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่าการไม่ฟังเสียงใคร มิฉะนั้น สิ่งที่คาดว่าจะได้จากพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จะได้ไม่คุ้มเสีย
ข้อมูลจาก twitter @wassanananuam
ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์
