- 26 ธ.ค. 2559
ในรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการกับพระธัมมชโย
ในรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการกับพระธัมมชโย
ซึ่งนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยากให้ช่วยดำเนินการเจรจาเพื่อให้พระธัมมชโยเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมว่า ขณะนี้ทางดีเอสไอยังไม่ได้แจ้งเข้ามา และขึ้นอยู่กับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะมีนโยบายอย่างไรด้วย เพราะขณะนี้เลยขั้นตอนของคณะสงฆ์แล้ว ไปสู่การส่งฟ้องในกระบวนการยุติธรรม หากก้าวก่ายจะเป็นประเด็นข้อกฎหมาย
นายพนมกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรายินดีเป็นตัวกลางในการประสานงานกับเจ้าคณะและทางวัดพระธรรมกาย แต่ขณะนี้เป็นขั้นตอนฟ้อง ซึ่งเราไม่แน่ใจในประเด็นกฎหมาย เกรงว่าไปพูดแล้วจะผิดกฎหมาย ต้องดูว่าดีเอสไอจะขอประสานงานเข้ามาหรือไม่ อย่างหนังสือล่าสุดของดีเอสไอก็แจ้งให้เราประสานงานในการร่วมตรวจค้นและจับกุม แต่ไม่ได้ประสานเรื่องเจรจา ในวันที่ 27 ธ.ค. จะเข้าหารือกับนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล พศ.ด้วย
ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล พศ. กล่าวว่า หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจะเข้ามาหารือในสัปดาห์หน้า ซึ่งการได้มอบหมายให้ดูแล พศ.นั้น ไม่รู้สึกหนักใจ แม้จะมีประเด็นร้อนๆ เยอะ เพราะสามารถทำงานร่วมกับพระสงฆ์ได้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ขณะนี้ขั้นตอนต่างๆ อยู่ที่ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ขณะที่เฟซบุ๊กของสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความกิจกรรมธุดงค์ปีใหม่ ต้อนรับปี 2560 สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรบูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ให้ได้ 14,141,141 จบ ก่อนถึงเที่ยงคืนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2560
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีพระและลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกายกำลังถูกดำเนินคดีต่างๆ เกือบ 160 คดีว่า ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤษภาคม 2559 พระธัมมชโยยังมีคดีเพียงคดีเดียวที่ถูกกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่ากระทำผิด รับของโจร และฟอกเงิน เมื่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอยื่นคำร้องขอหมายจับครั้งที่ 2 วันที่ 18 พ.ค.2559 โดยศาลอาญามีคำสั่งให้ออกหมายจับพระธัมมชโย แต่ไม่ยอมเข้ามอบตัวต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เป็นจุดเริ่มของหายนะของอาณาจักรธรรมกาย
นายไพบูลย์กล่าวว่า หากย้อนไปพระธัมมชโยเลือกเส้นทางใช้สิทธิต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมมอบตัวตั้งแต่ตอนนั้น ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้วให้ทีมทนายใช้แง่มุมกฎหมาย ต่อสู้ทุกประเด็น ตั้งแต่ชั้นดีเอสไอ จนถึงชั้นอัยการ คดีคงจะจำกัดอยู่คดีเดียวเท่านั้น และเชื่อว่าถึงปัจจุบันอัยการอาจจะยังไม่ถึงขั้นสั่งฟ้องคดีก็เป็นได้
แต่พระธัมมชโยเลือกทางผิด ดื้อรั้นหลงผิดทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ท้าทายอำนาจรัฐ ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย เอาสาวกมาชุมนุมเป็นโล่มนุษย์ ยกระดับเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ จนบีบบังคับให้รัฐบาล คสช.ไม่ทางเลือก ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ตรวจสอบเรื่องอื่นๆ ของเครือข่ายอาณาจักรธรรมกาย ทั้งประเทศ ดำเนินคดีทั้งรุกป่าสงวน ก่อสร้างอาคารผิดกฎหมาย และดำเนินคดีผู้ให้การช่วยเหลือพระธัมมชโย จนมีหมายจับเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ใบ คดีเพิ่มจากคดีเดียวเป็น 158 คดี และยังจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย จนสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจผิดของคนคนเดียว คือพระธัมมชโย ซึ่งทั้งเป็นผู้สร้างอาณาจักรธรรมกายที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นผู้ทำลายอาณาจักรนี้ด้วยนํ้ามือของตัวเอง"
อีกไม่นาน ณ วันและเวลาใดเวลาหนึ่ง ประชาชนก็จะทราบข่าวการบุกเข้าจับกุมพระธัมมชโยอย่างกะทันหัน ก็จะเป็นจุดจบความยิ่งใหญ่ของพระธัมมชโย และอาณาจักรธรรมกาย ที่มาถึงในวันนั้นเช่นเดียวกัน
พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พูดว่า "จริงๆ แล้วสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรจะเอากรณีแบบนี้ (หมายถึงกรณีคดีธรรมกาย) ไปปฏิรูปด้วย ก็ปล่อยให้มีอย่างนี้ คนก็พูดได้เท่านี้ องค์กรอื่นเขาปฏิรูปกันหมดแล้ว ไม่ได้พูดพาดพิงถึงใคร ต้องฝากไว้ด้วยว่า ต้องปฏิรูป พ.ร.บ.คณะสงฆ์"
พระพุทธะอิสระระบุว่า ขนาดท่าน ผบ.ตร.ผู้ที่ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปเกี่ยวข้องแวะกับสำนักพุทธฯ และมหาเถรฯ ยังมองเห็นปัญหาความหมักหมมโสมมในวงการคณะสงฆ์ ถึงขนาดเรียกร้องให้มีการปฏิรูป พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์เสียใหม่ แล้วท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งคนเก่า คนใหม่ ท่านมองไม่เห็นปัญหาใดๆ เลยหรือ ถึงได้ไม่หือไม่อือ เงียบเชียบเชียว หรืออยู่ใกล้กรรมการมหาเถรฯ และ ผอ.สำนักพุทธฯ มากไป เลยมองอะไรไม่เป็นปัญหาไปหมด
"ยิ่งตอนนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักพุทธฯ คนเดิมได้ขยับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ทำให้พุทธะอิสระอดหวั่นใจไม่ได้ว่าคดีธรรมกายจะไปตายนิ่งสนิทอยู่ในชั้นอัยการเหมือนดังในอดีตที่ผ่านมา ก็ได้แต่หวังใจว่าท่านรัฐมนตรีและรัฐบาล คสช.คงจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทรยศประชาชนในกรณีธรรมกาย และถ้าไม่เป็นการรบกวนท่านนายกฯ จนเกินไป เพราะที่ผ่านมาท่านและคณะรัฐมนตรีก็ทำเรื่องดีๆ ให้กับแผ่นดินไทยมาตั้งมากมาย
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็แถมอีกสักเรื่องเถิดท่าน ขอความกรุณาท่านช่วยผลักดันขบวนการปฏิรูปวงการคณะสงฆ์และกิจการพระพุทธศาสนา รวมทั้งช่วยปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ให้มีประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้ปกป้องพระธรรมวินัยได้จริง ไม่ใช่ใช้ปกป้องอลัชชีอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ขอร้องละท่านนายกฯ ช่วยทำเรื่องดีๆ ให้แก่พระพุทธศาสนาอีกซักเรื่องเถิด" พระพุทธะอิสระระบุ
ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ได้โพสต์ถามหาความชอบธรรมจากผู้นำรัฐบาล ว่า "เมื่อสัก 2-3 วันที่ผ่านมา ปรากฏข่าวจากสื่อสารมวลชนว่า พระบางรูปได้ประกาศต่อสาธารณะว่า ถ้ารัฐบาลจัดการกับพระบางวัดไม่ได้ ท่านจะจัดการเองตามรูปแบบและวิธีการของท่าน อาตมาอ่านข่าวนี้ด้วยความสนใจ สื่อบางฉบับถึงขนาดพาดหัวข่าวทำนองว่าขู่รัฐบาล ที่อาตมาบอกว่าอ่านข่าวนี้ด้วยความสนใจ เพราะอยากทราบปฏิกิริยาตอบโต้จากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล อยากเห็น อยากทราบจริงๆ
ในวันที่พระเมธีธรรมาจารย์พูด แสดงออก รวมทั้งการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้น (ทั้งที่เคลื่อนไหวอย่างสงบ สันติ) ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบโต้ผ่านสื่อมวลชนอย่างแข็งขันและเอาจริงเอาจังว่า ออกมาสิ ออกมาจะจับให้ดู ไม่ยกเว้นใครทั้งสิ้น จับไม่ได้วันนี้ก็พรุ่งนี้ นี่คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีเพื่อสื่อไปถึงพระเมธีธรรมาจารย์ในวันนั้น ในวันนี้มีพระบางรูปออกมาพูด มาแสดง มาเคลื่อนไหว ท่วงทำนองดูว่าจะหนักหน่วงและรุนแรงกว่าอาตมาเสียอีก นาทีนี้พระเมธีธรรมาจารย์จึงตั้งตารอผู้นำรัฐบาลที่ห้าวหาญ เอาจริงเอาจัง ว่าจะพูดตอบโต้พระรูปดังกล่าวนี้อย่างไร ทุกวันนี้อาตมาทำอะไรก็ผิด ผิดไปหมด ตั้งแต่การหายใจเป็นต้นไป
ทำไมหรือประเทศนี้ ประเทศของเราจึงเป็นเช่นนี้
สำหรับพระบางรูปจะพูดจะจาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ผิด ไม่ถูกตอบโต้ใดๆ จากผู้นำรัฐบาลทั้งสิ้น หรือจะเป็นเพราะว่าพระรูปดังกล่าวนั้นเป็นอาจารย์ของใครคนไหนหรือของคณะรัฐบาลชุดใด ฤาจะเป็นอย่างที่เขาเล่าลือกัน อาตมาก็ได้แต่คิด คิดว่าทำไมหนอคนเราจึงเกิดมามีบุญต่างกันเหลือเกิน
วันนี้ก็ยังไม่สาย ยังไม่สายในเรื่องนี้ อาตมาจะตั้งใจรอฟังว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบโต้ว่าอย่างไรหรือไม่ หรือจะยินยอมให้พูดแบบนี้ได้เฉพาะพระอาจารย์เท่านั้น
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
