- 28 ธ.ค. 2559
อย่าตกหลุมพราง !!! "พล.ต.อ.จักรทิพย์" พูดชัดเจน "พระธัมมชโย" อยู่ไม่อยู่วัด ...เคลียร์ชัด "ลูกศิษย์" ออกมาสวดมนต์ต้องการอะไร (รายละเอียด)
พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปฏิบัติการรื้อสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางสาธารณะโดยรอบวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะประตู 5 และประตู 15เมื่อวานนี้(27 ธ.ค.)ว่า ผลการปฎิบัติเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากวัตถุประสงค์จริงๆคือต้องการรื้อถอนสิ่งของที่กีดขวางทางสาธารณะเท่านั้น ไม่ใช่การเข้าจับกุมพระธัมมชโย และจะพิจารณารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในจุดอื่นเพิ่มเติม ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนนำสิ่งปลูกสร้างมากีดขวางทางสาธารณะอีกก็จะดำเนินคดี รวมถึงเตรียมเอาผิดลูกศิษย์ที่ขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วยโดยย้ำว่าการปฎิบัติการของตำรวจครั้งนี้ทำเพื่อประชาชน
ส่วนการเข้าขอหมายค้นวัดพระธรรมกาย และจับกุมพระธัมมชโย ตำรวจอยู่ระหว่างทบทวนช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และยังไม่ได้รับการยืนยันกระแสข่าวว่า พระธัมมชโย หลบหนีไปอยู่ชายแดนภาคเหนือ ตามที่นักการเมืองได้ออกมาเปิดเผย รวมถึงลูกศิษย์วัดให้สัมภาษณ์ว่าไม่พบพระธัมมชโยตั้งแต่เดือนเมษายน อาจเป็นการมุสา โดยส่วนตัวไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดส่วนนี้ และไม่มีการตั้งกรอบระยะเวลาในการเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง มีความห่วงใยในเหตุการณ์และตรงการณ์ไม่ให้บานปลายกระทบกับพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าที่ลูกศิษย์วัดออกมาสวดมนต์ที่ถนนเมื่อวานนี้ถือเป็นหลุมพรางที่ต้องการยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุมเพื่อให้เกิดเหตุบานปลาย
วานนี้ 27 ธันวาคม 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยว่า ตอนนี้คดีที่เกี่ยวข้องปาไป 200 กว่าคดีแล้ว คือถ้าสถานการณ์พร้อมเมื่อไหร่ จะต้องดำเนินการตามหมายค้น หมายจับ ทำได้เมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่ต้องไปเร่งรัดอะไรกันนักหนา ผมบอกแล้วว่าขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงปีใหม่ก่อนไม่ดีกว่าหรือ เข้าไปแล้วจะได้อะไร หรือไม่ได้อะไร จะดีหรือเสีย หรือจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกคนคาดการณ์ออกกันอยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราจะเดินไปตามทางที่เขาวางขุดล่อไว้หรืออย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องควบคุมสถานการณ์นี้ให้ได้ ทุกคนจะต้องอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นพระ คน ต่างก็มีหน้าที่กันอยู่แล้ว กระทรวงยุติธรรมก็มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย คดีความต่างๆ อยู่ระหว่างนำสู่กระบวนการพิจารณา ฟ้องร้องดำเนินคดีไปทั้งหมดแล้ว หลายร้อยคดี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าเหตุการณ์จะส่อไปสู่ความวุ่นวาย มีอันตรายเกิดขึ้น เมื่อได้เวลาที่เหมาะสมค่อยดำเนินการ ไม่ได้สั่งว่าจะต้องเป็นเมื่อไร ทุกคนรู้อยู่แล้ว สื่อต้องการจะให้เกิดขึ้นเร็วๆ หรือไม่ ใครอยากไปเวลาเขาดำเนินการให้บอกมา เดี๋ยวจะจัดให้ไปด้วย ไปเป็นแนวหน้าด้วยกัน
เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าต่อไป และทำทุกอย่างตามกฎหมาย ซึ่งไม่อยากให้สื่อถามเรื่องนี้แล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่มีโอกาส มีจังหวะจะทำตามกฎหมาย คุยได้ก็จะคุย รัฐบาลต้องการไม่ให้มีการบาดเจ็บเพราะจะเกิดความเสียหายกับประเทศในภาพรวม อีกทั้งล่าสุดรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายก็ออกมามอบตัวแล้ว โดยทุกอย่างจะทำไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายออกมาขัดขวางในการตรวจค้น พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า ถามแบบนี้อีกแล้ว มันไม่มีไง เจ้าหน้าที่ทำได้ก็ทำไป สื่ออย่าถามแบบนี้ ไม่เอา ถามแบบมีเงื่อนไขผมจะไม่ตอบ ผมไม่ไปเล่นมโนกับคุณ สื่อชอบไปวิเคราะห์วิจารณ์ แต่ผมเอาแต่เรื่องจริงเลย
เมื่อถามย้ำว่า ศิษยานุศิษย์ที่มาอยู่ในวัดขณะนี้เป็นลูกศิษย์ของวัดจริงหรือไม่ เนื่องจากมีข่าวว่าเป็นคนต่างด้าวเข้ามาร่วม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "เรื่องนี้ผมจะไปรู้ได้ไง คุณต้องไปถามเขาเอง เรื่องวัดพระธรรมกายจบพอ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีการขอคืนพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการกดดันให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เข้ามอบตัวด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ตอบว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ครั้งนี้เป็นการขอคืนพื้นที่สาธารณะเท่านั้น และไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าดำเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ แต่คิดว่าการขอคืนพื้นที่จะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการละมุนละม่อม นิ่มนวล
สำหรับการดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยและการขอหมายค้นเพิ่ม ต้องถาม ผบ.ตร. ซึ่งตนเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน ส่วนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถ้ามีการร้องทุกข์มาอีกก็ต้องดำเนินการ และที่ผ่านมาที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาสร้างอาคารโดยไม่รับอนุญาติ รวมทั้งโบสถ์ กำแพง ทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.บ.อาคาร ปี 2479 และ 2522 ส่วนจะมีโอกาสถึงขั้นรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดหรือไม่นั้น ต้องรอศาลอนุมัติก็จะรู้เอง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับทนายหรือบุคคลที่ออกมาพูดว่าการก่อสร้างต่างๆ ไม่ผิด ถ้าจากการตรวจสอบแล้วพบว่า มีความผิด ก็จะต้องดำเนินคดีข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่ผ่านมามีความเห็นทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และทนายวัดพระธรรมกาย ว่า มีความเห็นเรื่องกฎหมายที่ไม่ตรงกันนั้น ตนยืนยันว่าความผิดดังกล่าวเป็นลักษณะกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ส่วน พ.ร.บ.สงฆ์ว่าไปและ พ.ร.บ.อาคารว่าไปอย่าง แต่ต้องไปดู พ.ร.บ.สงฆ์ ปี 2505, พ.ร.บ.อาคาร ปี 2479 และ 2522 โดยทุกอย่างเป็นไปตามกบิลบ้านกบิลเมือง ตนไม่ได้ใช้กฎหมายไปกลั่นแกล้งใคร
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
