มีคนคิดสกปรก??...มีอะไรล่อเจ้าหน้าที่อยู่ในธรรมกาย"พล.อ.ประยุทธ์"ถึงหวั่นใจ!!!(มีคลิป)

มีคนคิดสกปรก??...มีอะไรล่อเจ้าหน้าที่อยู่ในธรรมกาย"พล.อ.ประยุทธ์"ถึงหวั่นใจ!!!(มีคลิป)

ตั้งแต่เวลา 04.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มอบหมายให้พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รักษาการรอง ผบช.ภ.1 เรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล ชุดควบคุมฝูงชนสังกัดภูธรภาค 1 จาก จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี สระบุรี สมุทรปราการ จำนวน 7 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด รวมกว่า 1,000 นาย พร้อมรถควบคุมผู้ต้องหา รถเครื่องขยายเสียง ที่บริเวณลานด้านหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเตรียมเข้ารื้อรั้วเหล็ก กำแพงและสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำที่สาธารณะของวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอกว่า 100 นาย เคลื่อนไปที่บริเวณประตู 4 วัดพระธรรมกาย ตรึงกำลังเพื่อรอคำสั่งในการเข้าตรวจค้น ซึ่งหลังจากที่ทางวัดเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ปิดไฟสะพานเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นตัวเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดบริเวณประตู 4 ได้นำโดรนขึ้นบิน เพื่อสำรวจบริเวณภายในวัดพระธรรมกาย และบนสะพานข้ามคลองสาม ซึ่งในขณะที่กำลังบินสำรวจอยู่นั้นมีลำแสงเลเซอร์สีฟ้าจากฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ ส่องใส่โดรนของเจ้าหน้าที่จำนวน 2 อัน จนเจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องลง พร้อมกับใช้รถกระเช้าส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปถ่ายภาพด้วยกล้องและมือถือแทน

เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เดินทางไปยังประตู 1 วัดพระธรรมกาย เพื่อนำโดรนบินสำรวจด้านหลังกำแพงของทางวัดว่ามีมวลชนอยู่ประมาณเท่าไร ซึ่งจากการบินสำรวจ พบว่ามีประชาชนจำนวนไม่มากเท่ากับครั้งที่แล้ว หลังจากบินสำรวจเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องลง และนำผลรายงานให้ทางศูนย์บัญชาการทราบ

ส่วนที่บริเวณประตู 7 ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของวัดพระธรรมกาย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1 กองร้อยตรึงกำลังอยู่บริเวณด้านหน้าวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ประตูดังกล่าวจะเปิดให้เข้า-ออกทางเดียว แต่ตอนนี้ทางวัดได้ปิดประตู พร้อมกับนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อไม่ให้รถผ่านวนเข้าไปยังด้านหน้าได้

ต่อมาเวลา 07.30 น. พ.ต.อ.เขมพัฒน์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยนายนิพนธ์ แก้วธรรม รองนายก อบต.คลองสาม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.คลองหลวง ได้นำหนังสือให้รื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำที่สาธารณะมายังประตู 5 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของวัดได้มีการนำเหล็กมาปิดกั้นไว้ และนำสแลนมาขึงปิดอีกชั้น รวมทั้งนำเต็นท์มากางขวางถนนอยู่ โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ติดอยู่กับอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และหอฉัน ซึ่งเป็นประตูที่สามารถผ่านถึงอาคารดาวดึงส์ที่คาดว่าน่าจะเป็นที่พักรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย

โดยบริเวณประตู 5 มีศิษย์หลายร้อยคนนั่งสวดมนต์ขวางทางอยู่ ก่อนที่นายพัฐจักร เทพษร ทนายความประจำวันของวัดพระธรรมกาย ได้เดินทางออกมาเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่ายังมีคณะศิษย์ของทางวัดมานั่งสวดมนต์กันอยู่ เพื่อกันแดดให้กับคณะศิษย์ จึงขอเวลาก่อนที่จะดำเนินการรื้อออก ทำให้เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงคุมเชิงอยู่รอคำสั่งการอีกครั้ง

นอกจากนี้ เวลา 08.15 น. ทางด้านประตู 6 ทางเจ้าหน้าที่ของวัดได้นำเอาเต็นท์มากาง และนำเอาเก้าอี้มาเรียงกันเพื่อให้ทางพระภิกษุได้มานั่งสวดมนต์เพื่อปิดกั้นทางเข้า-ออก ซึ่งถือว่าเป็นแนวป้องกันเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าไปภายในวัดได้อีกทางหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกประตูที่มีศิษย์วัดพระธรรมกายประจำและนั่งสวดมนต์ทุกประตูต่างสวมแว่นดำและใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
จากนั้น เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จากรถของ สภ.คลองหลวง ซึ่งติดเครื่องขยายเสียง ประชาสัมพันธ์ให้เคลื่อนย้ายรถที่จอดอยู่บริเวณประตู 5 ออก เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย จากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายของทางวัดพระธรรมกาย โดยเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนรถ 4 คัน ที่กีดขวางการรื้อถอน โดยยังไม่ระบุเงื่อนเวลาที่จะให้เจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายรถ
พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ขยับรถรอบ 2 โดยระบุว่า ถ้าไม่ขยับรถเจ้าหน้าที่จะนำรถไปที่คลองหลวง โดยได้คุยกับนายธัชนนท์ พรใบหยก ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธรรมกาย เพื่อประสานเคลื่อนย้ายรถดังกล่าว
กระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจากตำรวจภูธรภาค 1 ได้เริ่มเข้ามาเจรจากับคณะศิษย์ที่มาสวดมนต์อยู่บริเวณด้านหน้าประตู 5 ให้เปิดทาง และให้ศิษย์เข้าไปนั่งสวดมนต์ด้านในประตู 5 เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งทางศิษย์ไม่ยินยอมเปิดทาง ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเจรจากับทนายวัด หรือให้ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชามาคุยกับศิษย์เท่านั้น
จนเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มปฏิบัติการรื้อสแลนและถอนรั้วเหล็กถาวรที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านข้างประตู 5 ออกแทน เนื่องจากกีดขวางทางสาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจากับนายอัยย์ เพชรทอง ประธานองค์กรพลังชาวพุทธ ในฐานะศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทำให้นายอัยย์ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ศิษย์ลดความกังวล อย่ากีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมาในวันนี้แค่รื้อถอนรั้วเหล็กเท่านั้น ไม่ได้บุกเข้าไปภายในวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการประกาศแจ้งการเจรจา การรื้อถอนเป็นไปอย่างเรียบร้อยท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถึงเวลา 13.20 น. สามารถรื้อถอนรั้วเหล็กออกมาได้สำเร็จ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถอนกำลังกลับ โดยศิษย์ที่สังเกตการณ์อยู่โดยรอบได้ส่งเสียงดีใจ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยว่า "ตอนนี้คดีที่เกี่ยวข้องปาไป 200 กว่าคดีแล้ว คือถ้าสถานการณ์พร้อมเมื่อไหร่ จะต้องดำเนินการตามหมายค้น หมายจับ ทำได้เมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่ต้องไปเร่งรัดอะไรกันนักหนา ผมบอกแล้วว่าขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงปีใหม่ก่อนไม่ดีกว่าหรือ เข้าไปแล้วจะได้อะไร หรือไม่ได้อะไร จะดีหรือเสีย หรือจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกคนคาดการณ์ออกกันอยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราจะเดินไปตามทางที่เขาวางขุดล่อไว้หรืออย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องควบคุมสถานการณ์นี้ให้ได้ ทุกคนจะต้องอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นพระ คน ต่างก็มีหน้าที่กันอยู่แล้ว กระทรวงยุติธรรมก็มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย คดีความต่างๆ อยู่ระหว่างนำสู่กระบวนการพิจารณา ฟ้องร้องดำเนินคดีไปทั้งหมดแล้ว หลายร้อยคดี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าเหตุการณ์จะส่อไปสู่ความวุ่นวาย มีอันตรายเกิดขึ้น เมื่อได้เวลาที่เหมาะสมค่อยดำเนินการ ไม่ได้สั่งว่าจะต้องเป็นเมื่อไร ทุกคนรู้อยู่แล้ว สื่อต้องการจะให้เกิดขึ้นเร็วๆ หรือไม่ ใครอยากไปเวลาเขาดำเนินการให้บอกมา เดี๋ยวจะจัดให้ไปด้วย ไปเป็นแนวหน้าด้วยกัน"

Jirasak Tnews