คืนพระราชอำนาจ !!! ชัดเจนทุกขั้นตอน  ไม่มีหมกเม็ด "ตั้งสังฆราช"  ทุกอย่างเป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย (มีคลิป)

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งสุดท้ายส่งท้ายปี 2559 เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่...) พ.ศ..... ซึ่ง พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลป

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งสุดท้ายส่งท้ายปี 2559 เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่...) พ.ศ..... ซึ่ง พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และสมาชิก สนช. รวม 81 คน เป็นผู้เสนอ โดยสาระสำคัญคือแก้ไขมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยมีเนื้อหาว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมประชุมด้วย

 

พล.ต.อ.พิชิตชี้แจงถึงหลักการแก้ไขว่า ร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับที่... พ.ศ..... มีหลักการเพื่อขอแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เพียงประเด็นเดียว คือการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชในมาตรา 7 สำหรับเหตุผลในการเสนอร่างดังกล่าว เพราะตามโบราณราชประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยมีการระบุไว้ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 มาตรา 5 ดังนั้นจึงสมควรบัญญัติให้สอดคล้องโบราณราชประเพณี โดยให้นายกฯ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.นี้ขึ้นมา

 

นายตวง อันทะไชย สนช. กล่าวว่า สมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 7 สิ้นพระชนม์ ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลงไม่มีการแต่งตั้งสมเด็จรูปใดขึ้นมา จนถึงรัชกาลที่ 5 จึงมีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 สะท้อนให้เห็นว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แต่ต่อมามีการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2535 ที่ให้มหาเถรสมาคม (มส.) เสนอชื่อแล้วให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แต่ก็มีปัญหาว่าตกลงนายกฯ หรือ มส.ใครเป็นผู้เสนอรายชื่อ แล้วข้อเท็จจริงทางกฎหมายคืออย่างไรกันแน่ โดยการแก้ไขนั้นเป็นหนทางเดียว ที่ต้องแก้มาตรา 7 กลับไปสู่ร่างเดิมที่ไม่มีปัญหา ถวายคืนพระราชอำนาจ

 

ต่อมามีการลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการ ด้วยเสียงเห็นชอบ 184 งดออกเสียง 5 ซึ่งนายพรเพชรได้ขอหารือจะมีการตั้งกรรมาธิการชุดนี้อย่างไร โดยนายสมชาย แสวงการ เสนอว่า ใช้ข้อบังคับ 119 โดยให้ที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยใช้ กมธ.เต็มสภา ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ยกมือสนับสนุนเห็นชอบ ก่อนพิจารณาเรียงตามมาตรา ซึ่งไม่มีผู้ใดเสนอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ถือเป็นการจบการพิจารณาในวาระ 2

 

จากนั้นมีการโหวตในวาระที่ 3 ทันที ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 182 เสียง ไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 6 เสียง

และในเวลาต่อมา ต่อมาพระเมธีธรรมาจารย์ได้ออกแถลงการณ์ว่า จากการที่อาตมา องค์กรพุทธ พระสงฆ์ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น แสดงออกคัดค้านไม่เห็นด้วยโดยความบริสุทธิ์ใจจากการที่สมาชิก สนช.ได้เสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในมาตราที่ 7 บัดนี้ อาตมา องค์กรพุทธ และพระสงฆ์ทั้งปวงขอยืนยันว่า เราไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสมาชิก สนช. ที่ได้ดำเนินในครั้งนี้ แต่พวกเราขอยืนยันว่าพวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั้น ต้องเป็นพระราชอำนาจ และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับเดิมก่อนมีการแก้ใขในครั้งนี้ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชก็คงเป็นพระราชอำนาจเช่นกัน

 

อาตมา องค์กรพุทธ และพระสงฆ์ทั้งปวงเพียงแต่ไม่เห็นด้วยในหลักการเรื่องการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่ไม่คงที่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเท่านั้นเอง ส่วนพระราชอำนาจนั้นต้องคงไว้เช่นเดิม ไม่มีใครก้าวล่วงได้ วันนี้ อาตมา องค์กรพุทธและพระสงฆ์ทั้งปวงจะไม่ไปยื่นหนังสือคัดค้านที่นายกฯ หรือประธาน สนช.แน่นอน เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ และก็จะไม่จัดแถลงข่าวในเรื่องนี้ด้วย เพราะกฎหมายได้ผ่าน 3 วาระไปแล้ว ได้แต่แสดงความไม่เห็นด้วย เสียใจ และฝากไปถึงคณะสงฆ์เครือข่ายประเทศด้วยว่าขอให้ยุติการออกมาร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์หลังปีใหม่แล้วนั้น และฝากเป็นข้อคิดสำหรับคณะสงฆ์ด้วยว่า วันข้างหน้าเราจะอยู่กันอย่างไร วันนี้ อาตมาพูด แถลงได้แต่เพียงเท่านี้ ท้ายนี้อาตมาขอย้ำว่า การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชจะต้องเป็นพระราชอำนาจเท่านั้น

คืนพระราชอำนาจ !!! ชัดเจนทุกขั้นตอน  ไม่มีหมกเม็ด "ตั้งสังฆราช"  ทุกอย่างเป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย (มีคลิป)

 

นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม เพราะถ้าเลือกได้ผู้ที่ไม่สมควรเป็นสังฆราช รัฐบาลก็ต้องถูกโจมตี เพราะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งดีกว่าสภาพของ พ.ร.บ.ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ส่วนที่ใครๆ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอใหม่นี้ ก็เป็นสิทธิ์ที่จะแสดงออกได้ แต่ถ้าจะขู่รัฐบาล อ้างว่าจะเอาพระจำนวนมากมากดดันรัฐบาลนั้น อยากถามท่านนั้นๆ ว่าเหมาะแก่สมณสารูปแล้วหรือ ถ้าพระออกมาเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางสังคมก็ควรอยู่ แต่ออกมาเคลื่อนไหวในทางโลกๆ เพื่อผลประโยชน์ของพวกตนนั้น ชาวบ้านเขาจะยิ่งเอือมระอาไปยิ่งขึ้นทุกที ขอได้โปรดพิจารณา

คืนพระราชอำนาจ !!! ชัดเจนทุกขั้นตอน  ไม่มีหมกเม็ด "ตั้งสังฆราช"  ทุกอย่างเป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย (มีคลิป)

สำหรับ องค์สมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศไทยเรียกว่า สมเด็จพระสังฆราช คือพระประมุขแห่งคณะสงฆ์ซึ่งองค์พระมหากษัตริย์ไทยทรงสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก

ที่มาและอำนาจหน้าที่ขององค์สมเด็จพระสังฆราชเป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

 

องค์สังฆราช หรือที่เรียกในสังฆมณฑลไทยว่า สมเด็จพระสังฆราช เป็นตำแหน่งที่มีมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ดังมีหลักฐานจากศิลาจารึก ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้จารึกคำว่าสังฆราชไว้ด้วย องค์สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นตำแหน่งสมณะศักดิ์สูงสุดฝ่ายพุทธจักรของคณะสงฆ์ราชอาณาไทย ทรงเป็นองค์ประธานการปกครองคณะสงฆ์ ตำแหน่งนี้น่าจะมีที่มาจากคณะสงฆ์ไทย นำแบบอย่างมาจาก ลัทธิลังกาวงศ์ ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้ทรงอัญเชิญพระเถระผู้ใหญ่ของลังกา ที่เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทในประเทศไทย

 

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์  พัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย พัดยศพิเศษที่พระราชทานแก่สมเด็จพระสังฆราชผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเปลี่ยนพระอิสริยยศสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ทรงเศวตฉัตร 5 ชั้น พระราชวงศ์ชั้นรองลงมา เท่าที่ปรากฏ มีชั้นหม่อมเจ้าผู้ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีคำนำหน้า พระนามว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชหนึ่งองค์ ตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม ในการนี้ นายกรัฐมนตรีจะเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ แต่ถ้าสมเด็จพระราชาคณะดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จะเสนอสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นตามลำดับสมณศักดิ์และความสามารถในการทำหน้าที่แทน

 

อ้างอิงจาก รายการทีนิวส์ สด ลึก จริง

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์