คราวนี้หนักมาก !!! “เปลว สีเงิน” ชี้ช่องชัด “น้ำท่วมใต้” ควรช่วยด่วนเพราะประชาชนจะอยู่กินกันยังไง

เปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์อาวุโส และคอลัมนิสต์ใหญ่แห่งคอลัมน์ คนปลายซอย เขียนบทความหลังจากที่เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งระบุว่า เห็นน้ำท่วม ก็คิดอยู่ ๓ อย่าง........ ๑.คิดว่า พี่น้อง

เปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์อาวุโส และคอลัมนิสต์ใหญ่แห่งคอลัมน์ คนปลายซอย เขียนบทความหลังจากที่เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งระบุว่า

 

 

เห็นน้ำท่วม ก็คิดอยู่ ๓ อย่าง........

 

๑.คิดว่า พี่น้องประชาชนจะอยู่กินกันยังไง จะเข้าไปช่วยเหลือกันยังไง?

๒.คิดว่า ถ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังมีพระชนม์ชีพอยู่จะต้องทรงรับสั่งถึงแนวทางป้องกันทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาวให้พสกนิกรของพระองค์แน่ๆ และ

๓.คิดถึงคำถามนักวิชาการเฒ่าผู้หนึ่ง ที่ถามว่า ทหารมีไว้ทำไม?

 

พี่น้องใต้คราวนี้ "หนักมาก"........

 

ตั้งแต่ชุมพร ระนอง กระบี่ พังงา สุราษฎร์ฯ ตรัง พัทลุง นครศรีฯ ยะลา นราธิวาส

 

และทำท่า ขยายวงล้อมมาถึงประจวบฯ-เพชรบุรี!

 

แต่หนักขนาดไหน "คนใต้" ไม่เคยร้อง ยิ้มรับได้ทุกสถานการณ์ คู่ควรแล้วกับคำว่า

 

"เลือดคนใต้"!

 

ไม่ใช่เพิ่งท่วมหนัก ๓-๔ วันนี้ หากแต่ในรอบเดือน-สองเดือนนี้ พี่น้องชาวใต้ เจอฝนตกไม่หยุด น้ำป่าไหลทะลัก "ท่วมมิดเมือง" เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว

 

โดยเฉพาะ "พัทลุง"...........

 

ผมเพิ่งไปเมื่อปลายตุลาฯ เล่าค้างคาไว้ ยังไม่จบด้วยซ้ำ หวังชวนให้ไปเที่ยวกัน

 

เมืองอะไรก็ไม่รู้ ช่างมีเสน่ห์ลึกลับ ยิ่งค้นหา ยิ่งลึกล้ำ ทั้งประวัติศาสตร์เมือง และประวัติศาสตร์คน

 

แต่ไม่ทันไรเลย............

 

ท่วมซับ-ท่วมซ้อน เหมือน "สรงน้ำเมืองลุง" อันมีมาก่อนประเทศไทย อย่างไรก็อย่างนั้น

 

แถมดูจะแช่ฉ่ำเย็นหนักหนายาวนานพอฟัด-พอเหวี่ยงกับนครศรีธรรมราชเลยทีเดียว!

 

เท่าที่ฟังกรมอุตุฯ แถลง.......

 

เสาร์-อาทิตย์ ๗-๘ มกรา.นี้ ฝนจะหนักต่อเนื่องอีก

 

แล้วค่อยสร่างซาลาจากไทยไปเข้าพม่าเอาราวๆ จันทร์ที่ ๙ มกรา.!

 

แค่ที่เป็นอยู่ก็แทบจะด่าวดิ้นแดยันอยู่แล้ว ยังจะถล่มอีก ๒ วัน โอ....ฟ้าดินท่านช่างปรานีดีจริงๆ

 

ขอนอกเรื่องนิด ผมได้ยินบ่อย โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ ฝนตกก็บ่นหงุดหงิดกับฝน

 

บ้างก็ว่า ที่เขาอยากให้ตก ก็ไม่ไปตก ในกรุงไม่ต้องการให้ตก ก็ตกไม่เว้นวัน

 

บางคนเป็นหนัก พาลด่าฟ้า-ด่าฝนไปเลย!

 

ผมจะไม่พูดละว่า ฝนมีคุณมหาศาลขนาดไหน แต่ขอพูดในด้านลัทธิ-ความเชื่อที่เป็นประเพณีจากอินเดียและสืบต่อมาถึงไทยแต่ต้นราก

 

คำว่า "ฝน" มาจากศัพท์ว่า "เทโว"

 

เทโว ที่แปลว่า เทวดา นั่นแหละ และถูกต้องแล้ว ในอินเดียนับถือว่าฝนคือเทวดา

 

พอฝนตกปุ๊บ คนอินเดียจะพนมมือ แหงนหน้ามองฟ้า แล้วร้อง...โอ เทวปรานี...โอ....เทวปรานี

 

หมายถึงเทวดาปรานี ให้น้ำทำไร่-ทำนา ทั้งมนุษย์และสัตว์ได้อาศัยดื่มกิน!

 

ตักบาตรเทโว เรียกเต็มๆ ว่า "ตักบาตรเทโวโรหณะ ตอนแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ในบ้านเรา ก็ในความหมายนี้

 

คือเป็นพุทธบูชา ด้วยระลึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังเสด็จขึ้นไปจำพรรษาอยู่ ๓ เดือน เทศน์โปรดพระพุทธมารดา

 

พอออกพรรษา ก็เสด็จลงจากดาวดึงส์..........

 

ชาวเมืองเห็นพระพุทธเจ้า พากันมาทำบุญตักบาตรเป็นการใหญ่ การทำบุญตักบาตรในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จึงได้ชื่อว่า ตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นประเพณีชาวพุทธตราบทุกวันนี้

 

เทโวโรหณะ ก็แปลว่า "การเสด็จลงมาจากเทวโลก" คือโลกของเทวดานั่นเอง!

 

ในอินเดีย ถ้าบอกว่าเทโวโรหณะ ก็เท่ากับบอกว่า....ฝนตก!

 

ทีนี้กลับมาถึงประเด็นที่ผมนึกคิดอยู่ ต้องยอมรับว่า ภัยจากน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ รุนแรงและกินวงกว้างกว่าทุกครั้ง

 

จะว่าในรอบร้อยปีก็คงไม่ผิด เพราะผมก็เฉี่ยวๆ ร้อยอยู่แล้ว เพิ่งเห็นครั้งนี้เป็นครั้งแรก

 

แต่ก่อนๆ ที่รุนแรงกว่าก็มี แต่แรงเฉพาะที่ อย่างที่แหลมตะลุมพุก ปี ๐๕ พายุเกย์ ที่ชุมพร ปี ๓๒ ไม่ใช่ทีละ ๘-๙-๑๐ จังหวัดพร้อมกันแบบนี้

 

เมื่อท่วมระดับ ๒-๓ เมตร เป็นวงกว้างขนาดนี้...........

 

ชาวบ้าน ลูกเล็ก-เด็กแดง ผู้เฒ่า-ผู้แก่ จะหลับ จะนอน จะกิน จะอยู่ จะใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆ กันได้อย่างไร?

 

หนทางก็ไกล ไกลไม่ว่า แต่เส้นทางคมนาคมทั้งรถไฟ รถยนต์ กระทั่งเครื่องบิน ที่จะใช้ติดต่อกัน ต้องสะดุดหยุดชะงักหมด

 

สมมุติรัฐบาลป่าวประกาศ...........

 

ตั้งหน่วยรับบริจาคข้าวปลาอาหารแห้ง เครื่องกิน-เครื่องใช้-เสื้อผ้า ผู้คนก็ยินดีนำไปบริจาคอยู่แล้ว

 

แต่เท่าที่ดู บวกกับผมมีประสบการณ์ในเรื่องของบริจาคช่วยเหลือคนประสบอุทกภัยมาก่อน

 

การระดมความช่วยเหลือ ควรทำแน่ แต่ก่อนทำ ควรหาตัวเจ้าภาพให้ลงตัวก่อน

 

คือหน่วยงานหลักที่จะรับหน้าที่ "ขนของบริจาค" ทั้งหมด ไปถึงพื้นที่ประสบภัยโดยไวที่สุดนั่นแหละ!

 

ทางรถ ไม่สะดวก และนำไปได้น้อย

 

ทางเครื่องบิน แม้เร็ว แต่หาสนามลงยาก อีกอย่างขนไปได้น้อย

 

มีหน่วยเดียวที่ลงตัว คือ "กองทัพเรือ"

 

เอาเรือรบลำที่มีลานให้ ฮ.ขึ้น-ลงได้ด้วยยิ่งดี!

 

สมัยพายุเกย์ ผมอยู่ไทยรัฐ เปิดรับของบริจาคล้นหน้าโรงพิมพ์ ผอ ."กำพล วัชรพล" ท่านเลือดทหารเรือเก่า ติดต่อกองทัพเรือ

 

ใช้ "เรือรบ" ขนล่องทะเลไปถึงชุมพร เที่ยวเดียวหมด!

 

ในขณะที่ของบริจาคที่ทำเนียบฯ คนไปบริจาคกับนายกฯ ได้ยืนถ่ายรูปออกโทรทัศน์ ข้าวของกองเป็นภูเขา

 

ก็เน่าอยู่ตรงนั้นบ้าง ขนไปบ้าง คุ้ยเอาที่ดีๆ ไปกันบ้าง มันเป็นอย่างนี้แหละ พี่น้องเอ๋ย

 

แม้กระทั่งน้ำท่วมปลายปี ๕๔ ไปถึงต้นปี ๕๕ ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ของบริจาคเต็มโกดังสนามบินดอนเมือง

 

มากต่อมาก "ทิ้งคา" อยู่อย่างนั้น!

 

นี่คือบทเรียน เรื่องบริจาค ทุกคนพร้อมบริจาคอยู่แล้ว แต่เรื่องขนของบริจาคไปให้ถึงมือคนปลายทาง พร้อมขนาดไหน?

 

ต้องเคลียร์ตรงนี้ให้ชัดและให้ลงตัวก่อน!

 

ครั้งนี้เหมือนกัน เห็นหลายแห่งเปิดรับบริจาค แต่จะขนไปให้ถึงที่ยังไง นี่คือปัญหา

 

และผมมองว่า "กองทัพเรือ" เหมาะสมสุด ที่จะรับเป็นเจ้าภาพ

 

ตั้งศูนย์ เปิดรับบริจาคข้าวปลาอาหารสิ่งของเครื่องใช้ ในส่วนเพื่อพี่น้องไทยมุสลิมก็แยกให้ชัดเจน จะได้ไม่ยุ่งยากเสียเวลาไปคัดแยกตอนแจก

 

หรือใครเปิดศูนย์รับบริจาคไว้ ก็ขนไปรวมที่ศูนย์ของกองทัพเรือ เพื่อขนลงเรือไปทีเดียวกัน

 

โน่นแหละ จะขนไปที่นครศรีฯ หรือที่ปัตตานี หรือทั้ง ๒ แห่ง ก็สุดแต่เป็นไปได้

 

แล้วให้หน่วยช่วยเหลือในพื้นที่แต่ละแห่ง มารับข้าวของไปแจกจ่ายตามจุด

 

สงสารสุดก็พี่น้องนราธิวาส ไกลก็ไกลกว่าเพื่อน มีใครกล้าดั้นด้นเอาข้าวของใช้เฉพาะหน้าไปแจกจ่ายกันหรือยัง ผมไม่ทราบจริงๆ

 

ทราบแต่พื้นที่ยะลา เผอิญวานซืน ท่านนายกเทศมนตรีนครยะลา "คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ" มาเยี่ยม

 

ท่านบอก ยะลาพอรับไหว แต่ที่พูดไปคนไม่อยากเชื่อก็คือ

 

"วัน-สองวันนี้ ยะลาคงต้องทำฝนเทียม"!

 

ผมงง ก็ฝนตกไม่หยุดขนาดนั้น ไหงต้องทำฝนเทียม ท่านนายกฯ นครยะลา บอกว่า

 

ตกไม่หยุดก็จริง แต่ตกหลังเขื่อน ตอนนี้ "เขื่อนบางลาง" น้ำเหลือซัก ๒๐% ถึงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

 

ก็เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง.........

 

จะโดยรถ โดยเรือ โดย ฮ. มารับของกระจายกันไปแจกจ่าย แบบนี้ แค่ ๒-๓ วัน ของพยุงชีวิตเบื้องต้นก็จะถึงปาก-ถึงท้องพี่น้องเราที่ตกอยู่ในวงล้อมกองทัพน้ำ

 

หน้าที่กระจาย-จ่ายแจก ก็ใครล่ะ?

 

ก็นี่แหละ ที่นักวิชาการเฒ่าถาม "ทหารมีไว้ทำไม" นั่นแหละ!

 

ถ้าไม่มีทหาร ผมว่าคนไทยตายไปค่อนประเทศแล้วในรอบ ๑๐ ปี ไม่ได้ตายเพราะศึกสงคราม หรือถูกไฟเผาเมืองคลอกตายหรอก

 

แต่ตายเพราะ อุบัติภัย ในรูปแบบต่างๆ น้ำท่วม-ฝนตก-ไฟไหม้-อาคารถล่ม กระทั่ง ลูกหมาตกท่อ ผักตบชวาคาแม่น้ำ ก็ยังต้องทหาร

 

ถ้าไม่มีทหารคอยช่วยเป็น กันชนสังคม ในแต่ละภัยพิบัติเกินกำลัง

 

ไอ้เฒ่าที่ถามว่าทหารมีไว้ทำไม ป่านนี้ อาจตายห่าไปนานแล้วก็ได้!

 

ที่น้ำท่วมใต้ขณะนี้ เพราะทหารเป็นหน่วยงาน "ถึงประชาชน" ก่อนนั่นแหละ ชาวบ้านถึงทั้งตัว-ทั้งตูดแช่น้ำ ก็ยังอุ่น

 

อุ่นจากการมีทหารแช่เคียงข้าง ถึงมือ-ถึงที่-ถึงใจ ต่อกันและกัน คิดแล้วก็ใจแป้ว เมื่อแวบขึ้นในใจว่า...........

 

"แล้ววันข้างหน้า จะแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้กันอย่างไร เพราะพ่อ "พระผู้เป็นที่พึ่งร่มโพธิ์ใหญ่" ของเราทั้งหลาย

 

"พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว"

 

ต่อจากนี้ เรื่องดิน-เรื่องน้ำ-เรื่องป่า จะมีใครเข้าใจศาสตร์สามประสานคอยชี้ทางแก้ให้อีกเล่า?

 

ครับ....ถึงฝนจะตกอีก ๒ วัน ก็หยุด แต่น้ำคงไม่ลดพรวดพราด ถึงลด ความทุกข์ยากก็ยังต้องการความช่วยเหลือเฉพาะหน้าอยู่

 

ฉะนั้น จะรัฐบาล จะกองทัพ จะทำอย่างไร ก็ตัดสินใจ "รีบทำนำ" เถอะครับ

รักนั้น...รอได้.........

แต่หิวและโมโห รอไม่ได้ นะท่าน

คราวนี้หนักมาก !!! “เปลว สีเงิน” ชี้ช่องชัด “น้ำท่วมใต้” ควรช่วยด่วนเพราะประชาชนจะอยู่กินกันยังไง

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวสรุปสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ประจำวันที่ 6 มกราคม 2560 ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร 68 อำเภอ 381 ตำบล 2,507 หมู่บ้าน โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งหมด 6 ราย แบ่งเป็น จังหวัดสงขลา 2 ราย นราธิวาส 2 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย โดย จังหวัดพัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอศรีบรรพต อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และอำเภอตะโหมด รวม 52 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29,327 ครัวเรือน จ.นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอระแงะ

 

อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอจะแนะ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอยี่งอ อำเภอตากใบ และอำเภอบาเจาะ รวม 75 ตำบล 502 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29,535 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จังหวัดยะลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยะลา อำเภอรามัน อำเภอยะหา และอำเภอบันนังสตา รวม 35 ตำบล 159 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,986 ครัวเรือน 16,654 คน ด้าน จังหวัดสงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอสะเดา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่ง รวม 29 ตำบล 189 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,793 ครัวเรือน อพยพ 52 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

 

คราวนี้หนักมาก !!! “เปลว สีเงิน” ชี้ช่องชัด “น้ำท่วมใต้” ควรช่วยด่วนเพราะประชาชนจะอยู่กินกันยังไง

 

ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา  ออกประกาศฉบับที่ 37  มีใจความว่า  มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้น และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

 

 

 

ทั้งนี้ ปริมาณฝนในบริเวณภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 8 มกราคม 2560

 

    

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วัน

 

 

 

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ดังกล่าวข้างต้นนั้น มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา ในระยะต่อไป โดยหย่อมความกดอากาศต่ำนี้ไม่เคลื่อนผ่านภาคใต้ของประเทศไทย แต่จะส่งผลกระทบทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้

คราวนี้หนักมาก !!! “เปลว สีเงิน” ชี้ช่องชัด “น้ำท่วมใต้” ควรช่วยด่วนเพราะประชาชนจะอยู่กินกันยังไง

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์